พระโพธิสัตว์ “พญาเต่าเรือน”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

ตามประวัติของพญาเต่าเรือนนั้น เป็นอดีตชาติของพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์พญาเต่าเรือน หมายถึงขนาดใหญ่โตเท่ากับบ้านเรือนอาศัยอยู่บนเกาะร้างกลางมหาสมุทร ในครั้งนั้นได้มีเรือสำเภาใหญ่ของพ่อค้าพาณิชได้อับปางลงกลางมหาสมุทร ผู้คนพากันหนีขึ้นไปอาศัยอยู่บนเกาะร้างแห่งนั้น แล้วต่อมาเกิดความหิวโหย ไม่มีอาหารถึงขนาดกับบ้าคลั่งต้องมาบริโภคหมู่ผู้คนเป็นอาหาร

เหรียญ พญาเต่าเรือน

พระโพธิสัตว์พญาเต่าเรือนเห็นเหตุการณ์โดยตลอด ด้วยความสงสารจึงได้บำเพ็ญทานบารมีและเมตตาบารมีถึงขั้นสูงสุด คือ ปรมัตถบารมีช่วยเหลือมนุษย์ให้มีชีวิตรอดอยู่ต่อไปเหรียญ พญาเต่าเรือนพระโพธิสัตว์พญาเต่าเรือน จึงได้คลานขึ้นไปบนเนินเขาแล้วกลั้นใจกลิ้งทิ้งตัวลงมาและเมื่อตกลงมาถึงตีนเขาก็ถึงกาลกิริยาแตกดับ ผู้คนเหล่านั้นได้อาศัยเนื้ อพระโพธิสัตว์พญาเต่าเรือนบริโภคเป็นอาหาร แล้วก็เอากระดองมาทำเป็นพาหนะกลับสู่บ้านเมืองอย่างปลอดภัย

ภายหลังผู้คนเหล่านั้นได้ระลึกนึกถึงบุญคุณของพญาเต่าเรือน จึงได้มีการวาดภาพไว้เพื่อสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล และต่อมาจึงได้มีการสร้างเป็นวัตถุมงคลรูปเต่าลงอักขระเลขยันต์ปลุกเสกไว้บูชาสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพญาเต่าเรือนจึงทำให้พระเกจิอาจารย์หลายสำนักสร้างวัตถุมงคลพญาเต่าเรือนออกมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เช่น หลวงพ่อโบ้ยวัดมะนาว หลวงพ่อแป๊ะวัดดอนผิงแดด หลวงปู่เลี้ยงวัดพานิชธรรมิการาม หลวงพ่อสนิทวัดลำบัวลอย หลวงปู่คำวัดหนองแก หลวงพ่อยิด วัดหนองจอก หลวงพ่อบุญเรือนวัดยาง ฯลฯ

แต่ที่โดดเด่นโด่งดังที่สุด คือพญาเต่าเรือนหลวงปู่หลิว ปณฺณโก วัดไร่แตงทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม มีความเชี่ยวชาญเจนจบครบเครื่องเรื่องพญาเต่าเรือนมากที่สุดในประเทศไทย ท่านได้จัดสร้างและอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลพญาเต่าเรือนในรูปแบบต่างๆ ไว้อย่างหลากหลาย ทั้งเหรียญรูปพญาเต่าเรือนเนื้อโลหะและเนื้อผงพุทธคุณรูปเหมือนบูชา ผ้ายันต์ ฯลฯหลวงปู่หลิว ปณฺณโก วัดไร่แตงทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

หลวงปู่หลิว ปณฺณโก วัดไร่แตงทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

กว่า ๘๐% ในการจัดสร้างวัตถุมงคลตำรับหลวงปู่หลิวจะต้องเป็นรูปเหรียญพญาเต่าเรือน เหรียญพญาเต่าเรือนของหลวงปู่หลิวนั้นก็ได้รับความนิยมอย่างสูงและแพร่หลายไปทั่วทุกภูมิภาค ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบธุรกิจค้าขายนับถือพญาเต่าเรือนหลวงปู่หลิววัดไร่แตงทอง ทำให้เหรียญพญาเต่าเรือนบางรุ่นมีราคาค่านิยมในการบูชาระดับสูง เช่น พญาเต่าเรือน รุ่น ๑ วัดสนามแย้ เหรียญรุ่นปลดหนี้รุ่นสร้างอุโบสถ รุ่นไตรมาส เหรียญที่ระลึกในการทำบุญอายุ เป็นต้น

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทาน

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ข้อคิดท้ายเรื่อง

รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น **เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิรา

ใส่ความเห็น