“พระ” ที่นักลองของไม่กล้าลอง

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “พระ” ที่นักลองของไม่กล้าลอง  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

“พุทธชินราชวัดพระศรีรัตนมหาธาตุอ.เมืองจ.พิษณุโลก พ.ศ.๒๔๖๐ เหรียญพระพุทธโสธรวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทราพ.ศ.๒๔๖๐ เหรียญพระพุทธชินสีห์วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. พ.ศ.๒๔๔๐ เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อฉุยวัดคงคาราม จ.เพชรบุรี พ.ศ.๒๔๖๕ เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่าจ.ชัยนาท เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติการาม จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ศ.๒๔๖๙ เหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นแรกวัดช้างให้จ.ปัตตานี ปี ๒๕๐๐ และเหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อคงวัดบางกะพ้อมจ.สมุทรสงคราม”

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของเหรียญพระพุทธและเหรียญพระคณาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่ามีพุทธคุณเด่นด้านแคล้วคลาด คงกระพันและเมตตามหานิยมของคนในวงการพระเครื่องที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุที่ว่า”ผู้นำไปใช้แล้วมีประสบการณ์จากนั้นก็เล่าสืบต่อกันมาจนในที่สุดกลายเป็นความเชื่อของคนวงการพระเครื่องไปโดยปริยาย”

อย่างไรก็ตามด้วยเหตุที่เหรียญพระพุทธและเหรียญพระคณาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่ามีพุทธคุณเด่นด้านแคล้วคลาดและคงกระพัน ของเก่านั้นมีราคาแพงมากหลายเหรียญขึ้นไปหลักล้านที่ถูกหน่อยก็อยู่ในหลักแสน จึงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่มีเงินน้อยจะเช่าหาเหรียญดังกล่าว แต่ใช่ว่าจะหมดความพยายามและวิธีการหนึ่งที่ว่าเป็นทางลัดสำหรับการหาพระเครื่องและวัตถุมงคลที่พุทธคุณเด่นด้านแคล้วคลาดคงกระพันคือ“การลองของด้วยการใช้ปืนยิงไปที่พระเครื่องและวัตถุมงคล”ส่วนเหตุผลยอดฮิตของการลองของคือ“ความยากรู้และอยากทดสอบพุทธคุณเพื่อความมั่นใจหากนำไปใช้”

สำหรับการลองของด้วยการใช้ปืนยิงไปที่องค์พระหรือวัตถุมงคล ส่วนใหญ่จะทดลองยิงกันเฉพาะบุคคลและเป็นข่าวรู้กันในหมู่ของนักลองของเท่านั้น แต่ที่หมู่ ๒ ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐมมีการรวมกลุ่มของนักลองของอย่างเป็นเรื่องราวนับสิบคน จัดสนามลองของโดยใช้บ่อปลาหลังบ้านซึ่งเป็นที่โล่งแจ้งปลอดผู้คนโดยมีการลองกันทุกสัปดาห์ชนิดที่เรียกว่า“ใครมีของดีใครมีของแน่ พระเครื่องและเหรียญเกจิใดขึ้นชื่อว่าเหนียว ต้องเจอยิงทุกเหรียญ”

นายสมพิงสีกันผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๒ ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐมหรือที่ลูกบ้านเรียกว่าผู้ใหญ่นงค์บอกว่าเพราะความอยากรู้และคนอยากเห็นการลองของจึงเกิดขึ้น การลองทดสอบพุทธคุณองค์พระมีมานานทั้งนี้ก่อนการทดสอบพุทธคุณด้วยการยิงทุกครั้งสิ่งหนึ่งที่นักลองของปฏิบัติยึดเป็นธรรมเนียมประเพณีคือ มีธูป เทียน และดอกไม้ เพื่อจุดอธิษฐานอาราธนาชมพุทธคุณและบารมี ขณะเดียวกันผู้ที่ลองยิงนั้นจะหันไปในทิศที่วัดนั้นๆ ตั้งอยู่พร้อมกับตั้งนะโม๓จบพร้อมกับอธิษฐานจิตว่า “การลองยิงในครั้งนี้ไม่ใช่การลบหลู่ใดๆทั้งสิ้น หากเป็นการขอชมอำนาจบารมีและพลังแห่งพุทธคุณเท่านั้น”

“เคล็ดอย่างหนึ่งของมือปืนที่มีความเชื่อสืบต่อกันมามีอยู่๒ข้อคือ ๑.ปืนถ้าจะยิงให้ออกหรือยิงให้เข้าคือปืนที่มีชื่อนำหน้าว่า ลูกเช่น ปืนลูกซอง ปืนลูกกรด ๒.ต้องถอดรองเท้าโดยระหว่างยิงต้องยืนอยู่พื้นดินโดยให้อธิษฐานจิตว่า ขอให้ยิงออกฝังพื้นพระแม่ธรณีหรือจมดิน หากพระเกจิที่ปลุกเสกวัตถุมงคลไม่เก่งและไม่เหนียวจริงปืนจะยิงทะลุเหรียญที่ผ่านมาได้ลองยิงพระมาหลายร้อยเหรียญ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยิงไม่เข้าซึ่งเป็นเรื่องแปลกว่า เหรียญที่ทำจากโลหะชนิดเดียวกันแต่สร้างโดยเกจิต่างองค์กัน บางเหรียญยิงทะลุ บางเหรียญกลับยิงไม่ทะลุและที่ยิ่งกว่านั้นคือ ภาพถ่ายของพระที่เป็นกระดาษหรือผ้ายันต์ กลับใช้ปืนยิงไม่ทะลุ” ผู้ใหญ่นงค์กล่าว

พร้อมกันนี้ผู้ใหญ่นงค์ยังบอกด้วยว่า พระเครื่องและวัตถุมงคลที่ยิงออกนับวัดและจำนวนไม่ถ้วนที่ยิงไม่ออกก็มีอยู่ไม่น้อย ครั้งหนึ่งเคยมีคนนำเหรียญหลวงปู่พระมหาเจิม ปัญญาพโลประธานสงฆ์จังหวัดนครปฐมมาให้ลองยิง คิดว่าต้องยิงเข้าแต่ที่ไหนได้เหรียญที่ตั้งไว้กับโฟมไม่ล้มและลูกปืนกลับไม่ระคายผิวองค์พระแม้แต่น้อย หลังจากออกมาจากจุดลองของอยู่ๆ เป็นอัมพาตไปครึ่งตัวใช้เวลาหลายวันจึงหายเป็นปกติ จากนั้นเป็นต้นมาก็มีเรื่องเล่าของผู้ที่เอาเหรียญพระมหาเจิมไปลอง เหรียญยิงไม่เข้าหรือปืนยิงไม่ออกแต่ผู้ยิงต้องมีอันเป็นไปต่างๆนานา จากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครกล้าลองเหรียญลบหลู่ปู่มหาเจิมอีกเลย

ข้อคิดจากดาบสุธี ในบรรดานักลองของนักทดสอบพุทธคุณของพระเครื่องและเครื่องรางของขลังที่เลื่องชื่อของจ.นครปฐม ต้องยกให้ด.ต.สุธี เสรีเผ่าวงษ์ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่อำนวยการตำรวจภูธรภาค๗(ผบ.หมู่ อ.ก.บก.๗)หรือเจ้าของฉายา“ดาบธี ภาค๗” ที่ผ่านมาเขาได้นำพระเครื่อง เครื่องรางของขลังของพระเกจิอาจารย์วัดและสำนักต่างๆมาทดสอบนับจำนวนไม่ถ้วน โดยลองมาทุกวัดทุกสำนักเรียกว่าเกือบทุกอย่างก็ว่าได้ เหตุผลหนึ่งของการลองของเพราะอยากรู้ว่าพระที่ได้มาซึ่งเป็นสมบัติตกทอดมาจากพ่อเป็นพระเก๊หรือพระแท้กันแน่ เพราะเซียนหลายคนดูบอกว่าเป็นพระเก๊แต่ตัวเองไม่เชื่อ ดังนั้นต้องยิงเพื่อพิสูจน์พุทธคุณ ครั้งนั้นหลังจากอาราธนาของพุทธคุณแล้วใช้ปืนขนาด๒๑มม.ยิงระยะเผาขน ซึ่งอย่างไรก็ต้องโดนองค์พระปรากฏว่าองค์พระไม่เป็นอะไรเลย ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อว่าเป็นพระแท้

“พุทธคุณของพระเก่า พระกรุ เรื่องเหนียว คงกระพัน และแคล้วคลาด เป็นเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาจนกลายเป็นความเชื่อในขณะที่พุทธคุณพระใหม่ไม่จำเป็นต้องอาศัยเรื่องเล่าเหนียวไม่เหนียวเป็นมหาอุดหรือไม่เป็นมหาอุดเราสามารถทดสอบได้ตัวเอง แค่วางเหรียญลงแล้วใช้ปืนจ่อยิงไปที่เหรียญรู้กันทันทีทั้งนี้ต้องยอมรับว่าคนเล่นพระคนแขวนพระอยากได้พระที่มีพุทธคุณทางมหาอุดกันทั้งนั้น”นี่คือการทดสอบพุทธคุณในองค์พระของดาบธีภาค ๗

คำร่ำลือเรื่องพุทธคุณของเหรียญหลวงปู่พระมหาเจิมนั้น ดาบธีภาค๗บอกว่า มีผู้ต้องหาหลายรายโดยเฉพาะผู้ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทสุดท้ายจบด้วยการใช้อาวุธปืนยิงกันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ผู้ต้องหาที่ถูกยิงหลายรายเสื้อมีรอยทะลุจากลูกกระสุนแต่ผิวหนังไม่เป็นไร ซึ่งมีเรื่องเล่าจากตำรวจในพื้นที่หลายสน.ด้วยกิตติศัพท์คำล่ำรือดังกล่าว นักลองของจึงนำไปลองยิงที่ยิงไม่ออกนั้นไม่เท่าไร แต่ผู้ที่ลองยิงส่วนใหญ่มีอันเป็นไปต้องรีบจุดดอกไม้ธูปเทียนขอขมาหลวงปู่พระมหาเจิม ทุกวันนี้นักลองของจะไม่กล้าลองยิงเหรียญหลวงปู่พระมหาเจิม ปญฺญาพโล

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

 

Leave a Reply