ภาพวาดโบสถ์วัดปากคลองมะขามเฒ่าฝีพระหัตถ์ของ”เสด็จเตี่ย”

กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์หรือทุกคนมักจะเรียกว่า “เสด็จเตี่ย”ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่ศุขวัดคลองมะขามเฒ่าและที่สำคัญท่านชื่นชอบพุทธเวทย์ ไสยเวทย์ เป็นอย่างมาก วันนี้ #พรานหญิงได้นำเรื่องราวของเสด็จเตี่ยที่ท่านได้เขียนภาพเขียนโดยฝีพระหัตถ์บนฝาผนังวัดปากคลองมะขามเฒ่า มาให้ทุกท่านได้ศึกษาและได้รับความรู้มากยิ่งขึ้น ไปชมกันเลย

อาจจะเป็นด้วยบุญกุศลของหลวงปู่ศุขกับเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์พระบิดาแห่งราชนาวี ซึ่งเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ นับลำดับราชสกุลวงศ์ เป็นพระโอรสพระองค์ที่ ๒๘ และเป็นพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ที่ ๑ ในเจ้าจอมมารดาโหมดธิดาพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค)ได้สร้างสมกันมาแต่ชาติปางก่อน ดลบันดาลให้เสด็จในกรมฯ ซึ่งทรงศรัทธาเลื่อมใสในทางมหาพุทธาคมอยู่แล้วได้เสด็จประพาสไปในภาคเหนือ จึงเป็นเหตุให้หลวงปู่ศุขและพระองค์ท่านได้พบกัน

จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์เพื่อจะได้ศึกษาทางมหาพุทธาคมและปรากฏว่า พระองค์เป็นศิษย์ที่มีความรู้ความสามารถได้ศึกษาแตกฉานจนกระทั่งหลวงปู่ศุขเองก็หมดความรู้ที่จะถ่ายทอด จึงแนะนำให้เสด็จในกรมฯไปศึกษาเคล็ดวิชากับหลวงพ่อเงินวัดบางคลานจังหวัดพิจิตรต่อ ดังเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วนั้น เมื่อหลวงปู่ศุขท่านมีลูกศิษย์อย่างเสด็จในกรมฯ จึงเป็นกำลังสำคัญให้ท่านสามารถที่จะสร้างวัดปากคลองมะขามเฒ่าให้เสร็จสมบูรณ์ถาวร

วัตถุทางพุทธศาสนาที่คงเหลือเป็นประจักษ์พยานในปัจจุบันนี้คือ ภาพเขียนฝีพระหัตถ์เสด็จในกรมฯบนฝาผนังพระอุโบสถวัดปากคลองมะขามเฒ่า ที่ยังรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์และเป็นภาพเขียนสีน้ำที่กรมศิลปากรยกย่องว่า เสด็จในกรมหลวงชุมพรทรงมีฝีพระหัตถ์ทางการเขียนภาพเป็นอย่างมากและทรงสอดแทรกอารมณ์ขันในภาพพระพุทธเจ้าชนะมารในกระแสน้ำที่พระแม่ธรณีบิดมวยผม ทำให้เกิดอุทกธาราหลากไหลพัดพาเอาทัพพระยามารไปนั้น

พระองค์ท่านเขียนเป็นภาพลิงใส่นาฬิกาและหนีบขวดวิสกี้กำลังเดินตุปัดตุเป๋ไปเลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งฤาษีปัญจวัคคีโดยสอดใส่อารมณ์ที่ยิ้มเยาะเย้ยหยัน อย่างไม่อะไรใยดีต่อพระองค์เน้นความรู้สึกได้เด่นชัดมาก ฝีพระหัตถ์ของเสด็จในกรมฯ อีกชิ้นหนึ่งก็คือ ภาพเขียนสีน้ำมันเป็นรูปหลวงปู่ศุขยืนเต็มตัวและถือไม้เท้า ภาพนี้เขียนในขณะที่หลวงปู่ศุขชราภาพมากแล้ว ท่านจึงต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงในการเดิน

ซึ่งภาพนี้ก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าจวบจนทุกวันนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ นอกจากจะถูกอัธยาศัยกันเป็นยิ่งนัก จักเดินทางไปมาหาสู่กันเสมอแล้ว ถ้าเสด็จในกรมฯติดราชการงานเมืองหลวงปู่ก็จะลงมาหา โดยเสด็จในกรมฯได้สร้างกุฏิอาจารย์ไว้กลางสระที่วัดนางเลิ้ง ซึ่งเต็มไปด้วยดอกบัววิคตอเรียมีใบกลมใหญ่ขนาดถาดและรู้สึกว่ากลางใบจะมีหนามคมด้วย

อันนี้ได้รับคำบอกเล่าจาก ลุงผลท่าแร่ซึ่งเป็นลูกศิษย์ติดสอยห้อยตามหลวงปู่ศุขมาแต่เล็ก ท่านเป็นชาวอุตรดิตถ์หรือพิษณุโลกจำได้ไม่ถนัดนัก หลวงปู่ท่านขอพ่อแม่เขามาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม เมื่อสิ้นบุญหลวงปู่ศุขท่านก็เลยลงหลักปักฐานได้ภริยาอยู่ที่ตำบลท่าแร่ อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท เลยเรียกกันติดปากว่า ลุงผลท่าแร่ แต่อย่างไรก็ตามภายในกำหนด ๑ ปี หลวงปู่ท่านจะต้องลงมากรุงเทพฯ ๑ ครั้งเป็นอย่างน้อย

เพราะเสด็จในกรมฯท่านจะทำวิธีไหว้ครูราวๆ เดือนเมษายน งานจะจัดเป็น ๓ วัน วันแรกไหว้ครูกระบี่กระบอง วันที่สองไหว้ครูหมอยาแผนโบราณและวันที่สามไหว้ครูทางวิทยายุทธ์ พุทธาคมและไสยศาสตร์จัดเป็นงานใหญ่มีมหรสพสมโภชทุกคืน กับมีการแจกพระเครื่องรางของขลังจากหลวงปู่ศุขอีกด้วย แต่ในระยะหลังๆ หลวงปู่ศุขท่านมีอายุมากแล้ว สุขภาพไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าใดนักท่านจึงไม่ค่อยได้ลงมา

ฝีพระหัตถ์ที่งดงามศิษย์เอกหลวงปู่ศุข สุดยอดจริงๆ ไปเที่ยวชมได้ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า ตั้งอยู่ที่ อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท วันนี้ได้นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นธรรมทานแก่ทุกท่าน สาธุ สาธุ

ใส่ความเห็น