ภาพศักดิ์สิทธิ์ที่แขวนห้อยติดตัวประจำของ “หมอภาคย์” เป็นฆราวาสจอมขมังเวทชื่อดัง ผู้สร้างตำนานคงกระพัน

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ภาพศักดิ์สิทธิ์ที่แขวนห้อยติดตัวประจำของ “หมอภาคย์” เป็นฆราวาสจอมขมังเวทชื่อดัง ผู้สร้างตำนานคงกระพัน นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

หากกล่าวถึงหมอภาคย์หรือ พ.อ.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผบ.พัน.สร.ท่านมีวัตถุมงคลอะไรที่ห้อยติดตัวเป็นประจำสิ่งนั้นคือ ภาพถ่ายพ่อเที่ยงน่วมมานา ฆราวาสขมังเวทย์ชื่อดัง ปรมาจารย์ด้านสักยันต์ไม่เป็นสองลองใครทั้งด้านคงกระพัน แคล้วคลาดหรือแม้ทางเมตตา อาจารย์เที่ยง น่วมมานาเป็นอาจารย์สักตั้งแต่หนุ่มๆตั้งแต่สมัยอินโดจีนท่านจะขึ้นชื่อนักเรื่องความเหนียว สำนักมีดีนี่เหนียวนักแม้ศิษย์รุ่นปัจจุบันก็คงนักจนเป็นที่เลื่องลือจนคนลืมไปว่า พ่อเที่ยงนอกจากจะเหนียวแล้ว วิชาเมตตามหาเสน่ห์ ท่านก็ทำได้ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นดังที่ท่านเคยเล่าให้หลวงพ่อสมศักดิ์ วัดบุญบางสิงห์ฟังว่า

เรียนวิชาสักหนุมานสามหน้าแปดกรแผลงฤทธิ์จากครูจรูญเอาพอทำเนานะครับ เป็นคนวัดราชบพิตรมาโตแถวบ้านขมิ้นได้ภรรยาเป็นชาวอาจสามารถเลยเว้าอีสานบ่อยบางคนเข้าใจว่าแกเป็นคนร้อยเอ็ดด้วยซ้ำไปเรียนอะไรมาเยอะแต่ที่สำคัญมากกว่านั้น พ่อเที่ยงยามมีชีวิตอยู่เป็นคนจริงคนดีมีศีลธรรม ขนาดป่วยอยู่ยังคิดแต่ทำบุญสุนทานไม่เคยพูดจาหลอกลวงคนเคารพคุณพ่อแม่อาจารย์มากที่สุดเคยพลัดตกจากหิ้งบูชาที่บ้านเป็นชั้นๆลงมากระแทกเข็มสักเข้าที่แขนซ้ายปลายเหล็กเยินยู่ต้องมานั่งดัดปรับปลายเข็ม แต่หนังพ่อเที่ยงเพียงมีรอยเนื้อยู่ๆไม่มีแม้รอยเลือดยางบอน แกยังไม่คุยโอ้อวดเพียงบอกว่าหนังคนแก่มันย่นเองเลยไม่เข้าวิชาสำคัญมียันต์บัวคู่ หมูทองแดง ตะกรุดมหารูดพิชัยสงคราม ยันต์ผ้าเช็ดหน้าอื่นๆ

ท่านอาจารย์เที่ยงท่านนี้พูดได้แต่ไทยกลางกับอีสานมอญบ้างเท่านั้นครับใต้พ่อเที่ยงแกพูดไม่เป็นครับ เป็นลูกศิษย์ปู่ทอง อาจารย์แดงวัดบัวแก้วอายุ ๑๐๔ ปี อาจารย์ชิต(ฆราวาส)ภายหลังพ่อเที่ยงรับมาอุปการะที่บ้านจนมรณกรรมไป เรียนวิชากับท่านอาจารย์แสงบางลำภูตรอกไก่แจ้ เรียนวิชากับหลวงปู่จันทร์วัดนางหนูอาจารย์นิลวัดตึก อาจจารย์แหล่ม อาจารย์ลิปทุมธานี เรียนหมูทองแดงจากอาจารย์ม่องครูพม่า เรียนกัมมัฏฐานจากท่านอาจารย์ชุ่ม วัดอัมรินทร์ เรียนวิชากับพ่อสุ่น พญาไม้ ปู่เทียนวัดโบสถ์ เคยไปพบพ่อเหลือวัดสาวชะโงกเรียนอะไรหรือไม่ไม่ทราบแต่พ่อเหลือเคยมอบปลัดตัวครูมาให้ตัวหนึ่งเลื้อยส่ายไปมาขณะพ่อเที่ยงสักให้ลูกศิษย์

ในตอนที่ท่านเป็นวัยรุ่นท่านได้ไปบวชเณรกับพระอาจารย์ของท่านซึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดแห่งหนึ่ง เมื่อบวชเณรแล้วท่านได้อยู่รับใช้ที่กุฏิเจ้าอาวาส มีอยู่บ่ายวันหนึ่งขณะที่ท่านกำลังเรียนลบผงอยู่ มีญาติโยมกลุ่มหนึ่งมาหาเจ้าอาวาสท่านจึงไปจัดหมากพลูน้ำร้อนน้ำชาไปต้อนรับแขก และบอกพวกโยมว่าเจ้าอาวาสไปธุระจะกลับก็ค่ำ เมื่อพวกโยมกินหมากพลู น้ำร้อนน้ำชาแล้ว กลับชวนพ่อเที่ยงคุยแบบไม่ยอมเลิกแม้เย็นแล้วยังไม่ยอมกลับ พ่อเที่ยงตอนนี้รู้แล้วว่าพวกโยมโดนอานุภาพผงวิเศษที่ติดมือท่านเข้าไปแล้วแต่ท่านยังไม่ได้เรียนวิธีถอนเลยต้องเลยตามเลย เมื่อเจ้าอาวาสกลับมาตอนค่ำเห็นญาติโยมยังนั่งรออยู่ก็รู้สึกเอะใจ พ่อเที่ยงรีบเข้าไปกระซิบบอกอาจารย์ว่า พวกโยมโดนผงเข้าไปจึงไม่ยอมกลับ หลวงพ่อช่วยถอนทีเถิด หลวงพ่อท่านจึงนำน้ำมนต์มาพรมให้โยมเหล่านั้น โยมพวกนั้นมีอาการสะดุ้งเล็กน้อยแล้วก็มองดูเห็นว่าค่ำแล้วจึงชวนกันกลับ

เมื่อเข็มทองล.พ.สวัสดิ์ปะทะเข็มสักพ่อเที่ยง มีอยู่วันหนึ่งผู้เล่ากับเพื่อนสองคนได้ไปสักยันต์กับพ่อเที่ยงโดยผู้เล่ากับเพื่อนได้ช่วยกันดึงหนังเพื่อนอีกคนให้พ่อเที่ยงสัก ตอนแรกก็สักไปปรกติแต่สักพักนึงมีเสียงโลหะกระทบกันดังจิ๊กๆๆ ตอนแรกผู้เล่าไม่ได้สนใจอะไร แต่เพื่อนสงสัยถาม”มึงได้ยินเสียงอะไรไหมวะ” ผู้เล่าจึงตั้งใจฟังก็ได้ยินเสียงเหมือนโลหะกระทบกัน จึงพยายามมองหาว่าเสียงมาจากไหนก็พบว่าอยู่ข้างหน้านี่เอง พอพ่อเที่ยงแทงเข็มทุกครั้งจะได้ยินเสียงทุกครั้ง

เมื่อสังเกตดูจึงเห็นว่าพอแทงเข็มสักก็จะมีเข็มทองวิ่งทแยง๔๕องศามารับ อ.ป่องสังเกตเห็นจึงบอกพ่อเที่ยงแต่ยังไม่ได้พูดอะไรพ่อเที่ยงท่านพูดว่า “รู้แล้ว” พ่อเที่ยง ท่านจึงยกเข็มสักยกมือบอกเล่าครูบาอาจารย์แล้วบอกคนที่สักว่า ทำใจยอมรับ อย่าคิดต่อต้านแล้วท่านจึงลงมือสักต่อคราวนี้เข็มทองไม่ออกมาต่อต้าน เมื่อสักเสร็จแล้วพ่อเที่ยงจึงถามว่าไปฝังเข็มใครมา ผู้เล่ากับเพื่อนเลยบอกท่านว่า ไปฝังเข็มกับหลวงพ่อสวัสดิ์มาพ่อเที่ยงได้เอ่ยชมว่า เข็มเขาเสกได้เข้มขลังนัก

อาจารย์ป่อง น่วมมานา

ก่อนท่านจะเสียได้บอกล่วงหน้าไว้หนึ่งปีว่าไหว้ครูปีหน้า(ปี๒๕๓๑) อายุ๗๖ปี ถ้ารอดก็อยู่เกือบร้อยถ้าไม่ก็ตาย ที่สุดก็ตายในวันถัดจากวันไหว้ครูในปี ๒๕๓๑ ไปสามวันคือวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ ประสบการณ์วิชาพ่อเที่ยงมีมากมายจนไม่อาจสาธยายหมดในวันนี้ได้แต่เหนือกว่าอื่นใด ท่านเป็นอาจารย์จริง ๆไม่ยกตนข่มท่าน สั่งสอนให้ประพฤติตนในศีลในสัตย์เคารพคุณพ่อแม่ครูอาจารย์

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

Leave a Reply