“มนต์คาถาขุนแผนชมตลาด” ท่องสวดแล้ว ใครเห็นใครรัก

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

หากพูดถึง พระคาถาแปลว่า ถ้อยคำที่ร้อยกรองถ้อยคำที่ผูกไว้ถ้อยคำที่ขับร้อง ท่อง สวด มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ วันนี้ #พรานหญิงได้นำบทพระคาถา “มนต์คาถาขุนแผนชมตลาด” มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษากัน ไปชมกันเลย

มนต์พระคาถาขุนแผนชมตลาด แรงนะต้องระวัง สำหรับท่านที่ต้องการใช้ มนต์พระขุนแผนชมตลาดบทนี้ ต้องนำไปใช้ให้ถูกต้อง อย่าให้ผิดลูกเมียผู้อื่น โดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบต้องระวัง ใช้เสกผ้านุ่งผ้าห่มให้เป็นศรีแก่ตัว ใครเห็นใครทัก ใครเห็นใครรักดีนักแล

โอมศรีๆหน้ากูคือใบบัวตัวกูคือวงพระจันทร์ กูจะเศกแป้งน้ำมันทาให้เจ้าแสนสิเนหาให้พระยาแสนรัก สวาหะมะอะอุนะ เมตตาโมถามหาพุทรักข้าธาอ่อนใจยะเอ็นดู จิตตังวาปุปผังวาคันธังวา ราชกุมารีวาราชกุมาโร วา อิตถีวาปุริโสวาพานิชโชวาพานิชชาวา ปริเทวันติมุทุจิตตัง ทิสวามุกขังจิตตังปิยังมะมะยังยังอินทสิ เนหา พรหมสิเนหาอิศวรสิเนหา นารายนสิเนหา( นา-รา-ยะ-นะ-สิ-เน-หา)สวาหะประสิทธิประสิทธิจังมิตตะจิตตะ มิตตะจิตตังผูกจิตผูกจัง

โอมละลวยมหาละลวยสัพพะละลวย สวาหะอุเมตตาจะมหาราชา สัพพสิเนหะจะปูชิตา สัพพะสุขังจะมหาลาภัง ราชาโกรธัง วินาสสันติ สาวๆแส้ๆหม้ายๆแม่ๆ ผู้เฒ่าผู้แก่ผู้หญิงผู้ชายทั้งหลายทั้งปวง เอหิ มนาปัง จิตตัง ปิยัง มะมะ อิติปารมิตตา ติง สา อิติสัพพัญญามาคตา

โอมราศีกูเอ๋ยจงมาเป็นอาศน์ศรีนาวาศมาเป็นเกียรติ์ ศรีชายมาเป็นช่วงหญิงชายทั้งปวงรักกูมิรู้วาย ด้วยศรีกูงามคือฟ้า หน้ากูงามคือพระพรหม ฟ้าเห็นฟ้าชมพรหมเห็นพรหมรัก หญิงเห็นหญิงรักชายเห็นชายทักกูอยู่ทุกเมื่อ ไม่เบื่อแต่สักวัน โอมหญิงชายทั้งหลายเอ๋ยมารักกู สวาหะ โอมสิทธิดำเนินศรีๆ กูงามคือฟ้าหน้ากูงามคือพระแมนแขนกูงามคือพระศรีฉัตต์ทันต์ ฟันกูงามคือพระนารายณ์ กายกูคือพระอาทิตย์ฤทธิ์กูคือพระจันทร์ สาวใช้ในสวรรค์เห็นหน้ากูก็อยู่มิบ่มิได้ มากูจะรำลึกถึงต้นไม้ๆก็มาอ่อนอยู่งวยงง ก็จะรำลึกถึงพระยาหงส์ๆก็มาทิ้งถ้ำทอง

กูจะรำลึกถึงปลาในหนองก็มาลืมพระคงคา กูจะรำลึกถึงอรรคมหาเสนาก็มาลืมซึ่งแท่นที่นอน กูจะรำลึกถึงลูกไก่อ่อน ก็มาพลัดแม่ระเหระหนขวนขวาย กูจะรำลึกถึงช้างพลายในป่าต้นก็มาลืมไพรกูจะรำลึกถึงสาวใช้ก็มาลืมแม่ กูจะรำลึกถึงสาวแก่ก็มาหลงใหล กูจะรำลึกถึงเจ้าไทย ท่านก็มาปราณี กูจะรำลึกถึงเจ้าชีก็มาลืมสวดมนต์ กูจะรำลึกถึงฝูงคน ๆทั้งหลายก็มารักกูอยู่ถ้วนหน้า ทุกชั้นฟ้าและแผ่นดินมากูจะรำลึกถึงพระอินทร์ ท่านก็มาปรารมภ์นักรักกูทุกชั้นฟ้า ฝูงคนทั้งหลายเห็นหน้ากูก็มาร้องไห้อยู่งาย ๆ โอมรำจิตรำจวนเหวยร่ำจักร่ำรักร่ำชมร่ำบ่น สวาโหม อิสวาสุ ปิโย ปิยา จิตตา ปิยา มะมะ เอหิ ตุริต ติรตา

สำหรับคาถาอาคมทุกบทจะใช้ได้ผลหรือไม่ สำคัญที่สุดคือตัวผู้ใช้ ดังนั้นหากใช้คาถาไม่เคารพจะถือเป็นการปรามาสพระรัตนตรัย เป็นกรรมหนักมาก ไม่ใช่เล่นๆ เลย และการใช้พระคาถาจะได้ผลก็มีเงื่อนไขเฉพาะเหมือนกัน จะเห็นว่ามีหลายท่านไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับคาถาที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดหรือไปรับจากพระหรือจากใครมา แล้วนำมาใช้ด้วยความศรัทธา แต่ก็มีทั้งได้ผลและไม่ได้ผลทั้งๆ ที่มาจากที่เดียวกัน

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นบทพระคาถาขุนแผนชมตลาดที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและเล่าขานสืบต่อกันมา นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกท่าน สาธุ สาธุ

ข้อคิดท้ายเรื่อง

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง๑๐กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น **เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยใต้บันใดหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนหรือกางเกงในอยู่แล้วหลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตกของดีจึงไม่อาจส่งผลบรรดาลฤทธิ์ให้เสื่อมลงได้ของดีที่จริงนั้นอยู่ที่สัจจะในข้อศีลต่างหากให้ท่านพึงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะถือศีล๕ ในข้อใดข้อหนึ่งไปตลอดชีวิตแค่นี้เว้นแต่ที่ไม่เจตนาแค่นี้บารมีเครื่องรางของขลังก็คุ้มกายแล้วครับบางคนถือได้มากสองถึงสามข้อของดีก็คุ้มศาสตราอาวุธได้ชะงัดผู้เขียนได้เห็นอย่างประจักษ์ตามาแล้ว (ธรมมะขององค์พระต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

 

One comment

ใส่ความเห็น