มหาเวทย์ “พ่องั่ง” เจ้าแห่งมนต์เสน่ห์เขมร

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ มหาเวทย์ “พ่องั่ง” เจ้าแห่งมนต์เสน่ห์เขมร นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

พ่องั่งเชื่อกันว่ามีอิทฤทธิ์ทางเสน่ห์ลุ่มหลง สาวรัก ชายหลง ใครมีไว้พกพาติดตัวบูชาติดบ้านความรักจะมีไม่ขาดสาย บางคนเลี้ยงบูชาแล้วดีความรักมีไม่ขาดสายเป็นที่รักใคร่แก่คนทั่วไป ไปไหนเป็นที่หมายปองแก่คนที่พบเห็นอยากอยู่ใกล้ เป็นเสน่ห์นะหลงไหลอยู่ที่ใดไม่ได้ต้องคิดถึงผู้บูชาพระงั่ง หากเก็บไว้แล้วไม่ได้เอาใจใส่หรือเอาไว้รวมกับของที่สูงกว่าเช่นพระและเทพต่างๆ พ่องั่งอาจเสื่อมฤทธิ์หรือล่องหนหายได้ ถ้าหายในบ้านไม่นานนักให้ไปค้นหาได้ตามของใช้ผู้หญิงประเภทชั้นใน ควรหาที่วางให้เหมาะสม การใช้งานไม่ยุ่งยากพกพาติดตัวแขวนที่เอว

เมื่อต้องการให้ช่วยเหลืออธิษฐานแล้วเรียกชื่อ พ่องั่ง แล้วบอกบนขอจะได้ผลดีนัก ผลของการบูชาพระงั่งนั้นขึ้นอยู่ว่า พระงั่ง ที่ท่านเลี้ยงอยู่พระท่านเสกได้ขลังหรือไม่ แล้วท่านขอเกินตัวหรือไม่ ผลที่ได้รับและระยะเวลาบางท่านแตกต่างกันไป พระงั่งเป็นสิ่งช่วยหนุนดวงความรักของท่านให้ดีขึ้น พ่องั่งรู้ทางสรรพคุณในการใช้ เครื่องรางมหาเสน่ห์พระงั่งมีสองรูปแบบด้วยกัน มีแบบหลับตาและแบบตาแดง ที่นิยมใช้กันและก็ขลังที่สุดคือแบบตาแดง สรรพคุณในการใช้คือเป็นแบบมหาเสน่ห์ สมัยนี้หาผู้เสกสร้างให้พระงั่งมีฤทธิ์แรงขลังได้ยาก

สมัยก่อนอาจารย์ผู้สร้างจะหาตามบ่อร้างที่ข้างกรุเก่าๆใช้ผ้าถุงของผู้หญิงเรียกให้ขึ้นมาจากบ่อร้างที่กรุ (กรุหรือพระธาตุเก่าแก่)(ถ้ามีบ่อร้างข้างกรุจะขลังมาก) การทดลองว่าจะขลังขนาดไหนก็เอาพระงั่งวางใว้ในมือนั่งสมาธิตอนดึก(คุณต้องอยู่คนเดียวปิดล๊อกประตูให้เรียบร้อย ดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบดูคุณอยู่)(อย่าตกใจหากพระงั่งปรากฏตัวให้เห็นในสมาธิหรือมีการเดินไปมารอบๆตัวท่านหรืออาการอื่นๆแต่ละคนจะรับรู้ต่างกัน อย่าตกใจออกสมาธิเด็ดขาดให้ตั้งสติค่อยๆลืมตาขึ้น) วิธีใช้ แขวนพ่องั่งติดไว้กับเอว พกพาติดตัวใส่กระเป๋า การบูชาอย่าเอาไว้ที่หิ้งพระ อย่าไว้ร่วมกับเทพต่างๆหรือที่สูงเท่ากันเด็ดขาด มิเช่นนั้นพระงั่งจะเสื่อมฤทธิได้

ที่เรียกกันว่าพระงั่งนั้น(คล้ายพระพุทธรูปนั่งสมาธิ แต่ไม่มีจีวรและสังฆาฏิ) ขนาดประมาณไม่เกิน ๑ คืบ นิยมที่มีตาแดง(ฝังพลอย)มีความเชื่ออยู่ ๒ กระแส กระแสแรกเชื่อว่าเป็นพระชัยซึ่งสมัยโบราณสร้างแก้บนหรือสืบอายุพระพุทธศาสนา กระแสที่สองเชื่อว่าเป็นรูปแทนตัวของเจ้าลัทธิโบราณในอินเดียซึ่งมีสาวกมากพอควร มักไม่อาบน้ำและมีแต่ความสกปรกเกลือกกลั้วกับของต่ำอุดมไปด้วยโรคผิวหนัง ผู้ใดทำตามก็จะขลัง  อยู่ยงคงกระพัน(และคันยิกๆ) ตามกระแสที่สองน่าเชื่อถือและมีเรื่องตรงตามที่ระบุมา ผู้รู้เรื่องราวเดิมสมัยก่อนจะไม่เรียกพระงั่ง แต่จะเรียก ” งั่ง “หรือ”พ่องั่ง “มักพกพาไว้กับตัวโดยไว้ในกางเกงหรือบริเวณใกล้อวัยวะเพศ ยิ่งไม่อาบน้ำเป็นเดือน ยิ่งขลัง ยิ่งสกปรก ยิ่งดี

พระงั่งเครื่องรางที่โดดเด่นทางด้านมหาเสน่ห์เมตตาแก่คนรอบตัว เป็นที่ถูกตาต้องใจแก่ผู้พบเห็นจนอยากเข้ามาคุยอยากอยู่ใกล้ หากมีคนรักอยู่แล้วก็จะเป็นที่สนใจกับคนรักเป็นพิเศษ เป็นเครื่องรางมหาเสน่ห์ยอดนิยมที่มีชื่อเสียงประสบการณ์ด้านเสน่ห์เล่าขานกันมานาน สามารถบูชาได้ทั้งชายหญิงไม่มีอันตรายใดๆเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรักที่ดีขึ้นหรือพกพาติดตัวช่วยคุ้มครองภัย ช่วยค้าขาย เจรจากับลูกค้าให้ชอบใจเข้าอุดหนุนบ่อยๆก็ดีเช่นกัน บอกได้เลยว่าพกพาของดีติดตัวก็จะมีแต่ความสุข ความเจริญในชีวิต หลายท่านที่ได้บูชาถึงจะรูปไม่หล่อ ไม่สวย ไม่รวย ก็ยังมีแฟนสวยๆหล่อได้แถมแฟนยังไม่ปล่อยให้ห่างไปไหนอีกด้วย อยากให้พ่องั่งแรงมากๆให้จุดธูป ๑ ดอก ตั้งเซ่นเหล้าขาว ๑ แก้ว+ของกิน กับข้าวทุกวันโกน

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply