ย้อนตำนาน “เสือหรั่ง บางบ่อ”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ย้อนตำนาน “เสือหรั่ง บางบ่อ” นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

เสือหรั่งเป็นชาวบ้านระกาศอ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เป็นคนเรียบร้อยหน้าตาดีต่อมาเมียมีชู้เลยยิงทั้งชู้ทั้งเมียตาย แล้วถูกตำรววจตามล่ายิงตำรวจตายอีกเลยเป็นโจร ปล้นคนรวยมาช่วยคนจนแถวบางพลี บางบ่อ บางปะกง แปดริ้วโดยจะเลือกเอาคนรวยที่คดโกงจึงมีคนเป็นหูเป็นตาเยอะ แม้เจ้าหน้าที่จะระดมกำลังจับตายก็ไม่สามารถได้ตัวมาดำเนินคดี มีคนเลื่องลือกันว่าเสือหรั่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปานวัดบางเหี้ยคลองด่านมีตะกรุดโทนที่หลวงพ่อปานทำไว้ให้ป้องกันตัว ทำให้เสือหรั่งแคล้วคลาดได้อย่างอัศจรรย์จนเสื่อหรั่งออกจะกำเริบปักป้ายประกาศก่อนไว้เลยว่าจะปล้นที่ไหนเมื่อไร

เมื่อมีข่าวว่าเสือหรั่งจะปล้นบ้านวัดโบสถ์ ฉะเชิงเทราผู้คนต่างแตกตื่นขนข้าวของเงินทองย้ายไปอยู่กับญาติที่อื่นกันมาก มีเพียงนายผูกเศรษฐีบ้านวัดโบนถ์ที่ไม่ได้ย้ายเพราะสมบุญลูกสาวไม่ยอมไปจะอยู่กับบริวารสู้กับโจร จนวันหนึ่งมีชายโพกผ้า ๓ คนบุกบ้านนายผูกยามค่ำคืนร้องว่า เสือหรั่งปล้นแล้วจับนายผูกกับลูกสาวแต่ลูกสาวดิ้นรนต่อสู้ จนผ้าโพกหน้าหลุดเห็นหน้าโจร ปรากฏว่าเป็นไอ้ทรัพย์ลูกหนี้นายผูกที่เพิ่งถูกนายผูกยึดที่นามาปลอมเป็นเสือหรั่ง เมื่อเห็นหน้ากันแล้ว ไอ้ทรัพย์สั่งลูกน้องให้ปริดชีพสมบุญทิ้งซะ แต่ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นลูกน้องไอ้ทรัพย์ล้มสิ้นใจตายต่อหน้าต่อตา แล้วปรากฏร่างเสือหรั่งพร้อมพรรคพวกขึ้นบ้านมา ไอ้ทรัพย์ตกใจทรุดฮวบที่เจอเสือหรั่งตัวจริง

“ข้าแอบดูอยู่พักใหญ่แล้วว่าใครกันที่อ้างชื่อข้ามาปล้น”เสือหรั่งพูดแล้วจับไอ้ทรัพย์กับลูกน้องมัดแล้วบอกกับสมบุญกับนายผูกว่า อีกซักครู้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองกับกำนันจะมาสมบุญเห็นหน้าเสือหรั่งประกอบกับกิริยาเรียบร้อยทำให้พึงพอใจในตัวเสือหรั่งมาก พูดกับเสือหรั่งว่า “ต้องกล้าหาญเช่นนี้สิ ถึ่งจะเป็นลูกผู้ชาย”เสือหรั่งเห็นสมบุญมีกิริยาเช่นนั้น จึงพูดว่า “ข้าก็ชอบหญิงที่กล้าหาญเช่นกันหญิงแบบนี้แหละที่จะรักเดียวใจเดียวกับสามีไม่เป็นอื่น แต่ข้าคงพาเจ้าไปลำบากด้วยไม่ได้ ด้วยทางโจรย่อมอยู่ไม่เป็นที่เป็นทางเราเดินคนละทางกัน” แล้วจากไป ไม่นานเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็มาถึงบ้านไอ้ทรัพย์ต้องติดคุกและป่วยตายในคุก

แต่นั้นมาสมบุญก็เฝ้าตามข่าวเสือหรั่งจนพ่อไม่พอใจ แต่ไม่สามารถขัดใจลูกสาวได้ต่อมามีข่าวเสือหรั่งเข้ามอบตัวกับทางการเพื่อสู้คดีที่ฆ่าเมียและชายชู้แต่คดีปล้นไม่มีใครเข้าร้องทุกข์ ศาลตัดสินจำคุก๒๐ปี สมบุญก็เพียรเข้าเยี่ยมเสือหรั่งและทราบเหตุผลที่มอบตัวเพื่อกลับตัวมาแต่งงานกับสมบุญติดคุกได้เพียง๕ปี เสือหรั่งก็ได้รับการปล่อยตัวเพราะได้ร่วมกับลูกน้องในคุกและเจ้าหน้าที่สกัดการแหกคุกของเสือน้อยและได้ช่วยชีวิตผู้คุมที่ถูกจับเป็นตัวประกันได้อีกเมื่อออกจากคุกเสือหรั่งได้ให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอสมบุญแม้นายผูกจะคัดค้านสมบุญเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นผลสมบุญต้องการเพียงการแต่งงานเงียบๆ ตามประเพณีเท่านั้นแล้วนายหรั่งก็ย้ายมาอยู่บ้านวัดโบสถ์ ขยันขันแข็งทำงานเรือกสวนไร่นา อย่างดีหลังแต่งงานมาอยู่บ้านวัดโบสถ์ ไอ้หอมพี่ชายไอ้ทรัพย์คิดแก้แค้นนายหรั่งตามมาหาเรื่องหลายครั้ง แต่นายหรั่งก็ไม่ตอบโต้

จนวันหนึ่งหลังจากนายหรั่งกับสมบุญทำธุระที่แปดริ้วเสร้จแล้วมาขึ้นเรื่อที่วัดโบสถ์ไอ้หอมพร้อมลูกน้องมาดักที่ท่าเรือ แล้วใช้ปืนจ้องมาร้องท้านายหรั่ง จะแก้แค้นให้น้องชาย พร้อมพูดจาดูถูกว่าเสือหรั่งสิ้นลาย เกาะเมียกินไปวันๆนายหรั่งสุดจะทนแล้วในคราวนี้พุ่งปราดเดียวถึงตัวไอ้หอมเตะมือไอ้หอมปืนกระเด็น แล้วถีบจนหงายท้องใช้เท้ายันหน้าอกไว้ลูกน้องไอ้หอมจะเข้ามาช่วยลูกพี่แต่ สมบุญร้องห้ามแล้วชักปืนพกเล็กออกมาแล้วหรั่งก็ชักมีดเหน็บออกมา ร้องว่า “กูทนมึงมานานแล้วลูกผู้ชายทนได้ทนไป แต่ความอดทนมันก็มีจำกัดวันนี้มึงได้ตายสมใจแน่”

จังหวะที่จะจ้วงแทงนั้นเอง เสียงหลวงพ่อทองก็ดังมาข้างหลัง“หยุดก่อนนายหรั่งอาตมาขอชีวิตมันไว้เถิดในเมื่อโยมหรั่งกลับตัวเป็นคนดีแล้ว ก็อย่าให้มือเปื้อนเลือดอีกเลย ““ เจ้าหอม เจ้าประพฤติตัวเป็นนักเลงหัวไม้ มีแต่คนเกลียดอย่าเห็นว่าคนยอมให้แล้วจะได้ใจ ถ้าเขาหมดความอดทนแล้วละก็ชีวิตเจ้าก็จะรักษาไว้ไม่ได้ถ้ายังทำตัวอย่างนี้ก็จงออกไปจากบ้านวัดโบสถ์นี้ซะ”แล้วทุกคนก็เลิกรากลับบ้านกันไป ไม่มีใครกล้ามาระรานนายหรั่งอีกเลย

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply