รอดตายหวุดหวิด เพราะ พระพญางิ้วดำ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ รอดตายหวุดหวิด เพราะ พระพญางิ้วดำ  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

ไม้นางงิ้วดำของขลังไว้ป้องกันภัยของจอมขมังเวทย์ของดีของขลังนางพญางิ้วดำ ครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาบอกว่า ท่านใดที่ต้องการใช้พระคาถาบทนี้จะต้องสวดมนต์บูชาคุณพระศรีรัตนตรัยและบูชาครู๓คราบเสียก่อน นโมตัสสะ ภัคโตะอะระหะโต สัมมาสัมพุทธทัสสะ ให้บริกรรมสวดมนต์บทนี้๓คราบ ผู้เล่าเรื่องนี้มีนามสมมุติว่า“เปร่ง”อายุ๕๐ปี เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อราว๔๐กว่าปีที่แล้วว่า แกเป็นอีกหนึ่งคนที่เชื่อเรื่องลี้ลับไสยศาสตร์และได้รับเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แต่ก็มีบางเรื่องของไสยศาสตร์ ในส่วนเรื่องของพระเครื่องและเครื่องรางของขลังแกเชื่อว่ามีอยู่จริง เหตุผลเพราะแกนั้นเจอมาด้วยตัวเองแบบจะๆมาแล้ว พร้อมกลับเล่าว่าแกได้พระพญางิ้วดำมาจากคนรู้จัก

ที่แกได้มานั้นจะบังเอิญหรือไม่ก็ไม่รู้ ดังนั้นแกได้นั่งดื่มกาแฟที่ร้านขายของ หน้าตลาดสดตอนเช้า ซึ่งมีชายคนหนึ่งไม่บอกลักษณะการแต่งตัวเกรงจะดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เอาเป็นว่าเดินผ่านมาก็คงจะเห็นแกนั่งดื่มกาแฟอยู่คนเดียวอยู่ที่โต๊ะตัวนั้นมีปลาท่องโก๋วางอยู่ในจานหลายตัว ชายคนนั้นเดินมาไหว้พร้อมกับพูดว่า“ขอปลาท่องโก๋ในจานได้ไหมครับนาย” คุณเปร่งได้มองหน้าชายผู้นั้นและมีแววตาที่น่าสงสารจึงเอื้อมมือไปหยิบจานปลาท่องโก๋ใบนั้นยื่นไปให้กับเขา ฝ่ามือที่มอมแมมทั้ง๒ข้างได้แบออก ผู้เล่าได้หยิบปลาท่องโก๋วางลงที่ฝ่ามือเขาจนหมด พร้อมกับสั่งกาแฟร้อนมาให้ชายดังกล่าวอีก๑ถุง ไม่ช้าแม่ค้าก็เอาถุงกาแฟมายื่นให้เขาชายคนนั้นเอาปลาท่องโก๋ใส่กระเป๋าเสื้อจนหมดทุกตัวแล้วก็ยกมือไหว้ผู้เล่า ก่อนที่จะล้วงลงกระเป๋าอีกหนึ่งข้างหยิบเอาพระพญางิ้วดำยื่นให้ผู้เล่า“นายเก็บพญางิ้วดำไว้บูชานะครับ” ผมไม่มีอะไรตอบแทนนาย หลังจากพูดจบนายผู้นั้นเดินลับหายไป จากนั้นผู้เล่าก็ได้นั่งดื่มกาแฟและทำการจ่ายเงินให้กับแม่ค้าก่อนจะเดินกลับบ้าน

ในขณะที่กำลังเดินทางกลับผ่านถนนลูกรังมีรถเครื่องคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วไม่รู้ว่าคนขับรถเครื่องคันนั้น ขับมาท่าไหน เกิดเสียหลัก รถเครื่องคันดังกล่าวล้มกระจาย คนกับรถนั้นกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งผู้เล่าได้ยินเสียงรถดังโคร่ม จึงรีบเดินเลี่ยงหลบไปอยู่ข้างกำแพงวัด เจ้ากรรมแท้ๆรถจักรยานยนต์คันนั้นค่อยๆเคลื่อนตัวมาหาผู้เล่าอย่างรวดเร็ว จังหวะนั้นคิดจะหลบก็คงจะหลบไม่ทัน ด้วยความตกใจได้แต่ยืนงวยงงอยู่ในมือข้างขวายังกำพระพญางิ้วดำแน่นอยู่ ซึ่งยอมรับว่าช่วงนั้นแกยังคงตื่นตระหนกและงงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการเกิดขึ้นที่รวดเร็วมาก รถเครื่องที่กลิ้งมาหาผู้เล่ากระเด็นตรงมาเร็วมาก เป็นใครก็คงจะกระโดดหนีไม่ทัน แกยืนตัวแข็งทื่อและทำอะไรไม่ถูกนึกในใจว่าคงจะต้องโดนกระแทกอย่างแรงแน่ๆหรือไม่ก็อาจจะบาดเจ็บหนัก หรือาจจะเสียชีวิตได้ ภาพล้อทั้ง๒ข้างของรถเครื่องหมุนมาอย่างรวดเร็วจนตาลาย ก่อนที่ผู้เล่าจะได้รับอันตรายโดยรถเครื่องคันนี้กระแทกล้มทับเหมือนมีอะไรไม่รู้มาผลักผู้เล่าให้ล้มลงจนกระเด็นจากจุดที่ยืนวา เศษๆ ผู้เล่านอนหงายแผ่หลาหงายหน้ามองดูฟ้าเห็นก้อนเมฆกระจัดกระจายเต็มไปหมด ก่อนที่จะเหลียวไปมองตรงที่ตัวเองนั้นเคยยืนปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว นอนตะแคงหมดฤทธิ์แต่ล้อทั้ง๒ข้างก็ยังหมุนติ้วอยู่

ผู้เล่านั้นได้เผยว่า หลังจากที่ตั้งสติได้ก็รีบพยุงตัวขึ้นเสื้อผ้าเปรอะเลอะไปหมดแกรีบเอามือข้างซ้ายมาทาบไว้กับหน้าอก เมื่อเห็นตรงที่รถมอเตอร์ไซคันนั้นนอนตะแคงอยู่มันสงบนิ่งตรงกับที่แกยืนอยู่เมื่อตะกี้ หากไม่มีอะไรมาผลักแกล้มลงจนกระเด็น เชื่อว่าแกคงจะได้รับอุบัติเหตุหนักอย่างแน่นอน จากนั้นแกค่อยๆยกมือข้างขวาแกขึ้นมาแบออกเห็นพญางิ้วดำวางอยู่กลางฝ่ามือนึกในใจว่า ว่าที่แกรอดตายในครั้งนี้มาได้อย่างหวุดหวิดคงจะเป็นคงจะเป็นอำนาจของนางพญาองค์นี้อย่างแน่นอน แกรีบกำนางพญางิ้วดำนี้ไว้ให้แน่นแล้วพนมมือไหว้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply