รอยสักบนรอยเสือกัด รางวัลจากการจับตายเสือสังพัทลุง

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ รอยสักบนรอยเสือกัด รางวัลจากการจับตายเสือสังพัทลุง  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

ภายหลังการจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจห้วยจรเข้จังหวัดนครปฐมเมื่อปี๒๔๗๒แล้ว นักเรียนนายร้อย บุตร พันธรักษ์ได้ถูกส่งตัวไปฝึกงานตำรวจที่กองบังคับการตำรวจภูธรมณฑลนครศรีธรรมราชซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลาในฐานะนักเรียนนายร้อยตำรวจทำการเป็นเวลานาน๕เดือน จากนั้นจึงได้รับคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับหมวดที่สถานีตำรวจภูธรที่จังหวัดสุราษฎร์ แต่จะด้วยความผิดพลาดในการพิมพ์คำสั่งหรือเป็นเพราะว่าที่ร.ต.ต. บุตร พันธรักษ์ใช้เวทมนต์คาถาบทไหนก็ไม่อาจทราบได้ ทำให้ข้อความในคำสั่งเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นว่า มีคำสั่งให้ว่าที่ร.ต.ต. บุตร์ไปประจำการเป็นผู้บังคับหมวดที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง สมความตั้งใจของเจ้าตัวที่อยากจจะไปเรียนวิชาไสยศาสตร์ที่สำนักเขาอ้อจังหวัดพัทลุง

ความที่เป็นคนตัวเล็กนี่เองทำให้ร.ต.ต.บุตร์ต้องพิสูจน์ฝีมือให้ประจักษ์แล้วสวรรค์ก็ส่งบทเรียนแรกมาให้พิสูจน์ การตามล่าตัวโจรร้ายที่มีชื่อว่าเสือสังที่ออกปล้นผู้คนในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงจนเป็นผู้ร้ายหมายเลขหนึ่ง ที่ทางการต้องการตัวไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตาย ร.ต.ต. บุตร์ จึงอาสาออกติดตามเสือสังทันทีที่เดินทางถึงพัทลุง จนวันที่๓๑ก.ค.๒๔๗๓ผู้หมวดบุตร์ได้เผชิญหน้ากับเสือสังที่บ้านห้วยกราดตำบลป่าพยอม อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงและต่อสู้กันแบบตัวต่อตัว

แต่มวยคู่นี้ไม่ยุติธรรมนักเพราะร.ต.ต.บุตร์นั้นตัวเล็กกว่าเสือสังมากมายระดับรุ่นฟลายเวทกับรุ่นเฮฟวี่เวทนั่นเลยทีเดียวก่อนจะประชิดตัวกันนั้นเกิดการดวลปื นกันซึ่งๆหน้าห่างกันไม่ถึงหนึ่งวา ต่างฝ่ายต่างลั่นไกผู้หมวดบุตร์ใช้อาวุธปื นพกประจำกายคือปืนเมาเซอร์ต่อด้ามเหล็ก ในขณะที่เสือสังใช้ปื นยาวแบบปื นแก๊ปแต่ยิ งกันไม่ออกกระสุนไม่ทำงาน ต่างฝ่ายต่างมีขอองดีว่างั๊นเถอะ ยิ งกันไปยิ งกันมาห่างกันราวคืบเดียวแต่ก็ไม่มีเสียงปืนด้วยกันทั้งคู่
จนสุดท้ายเมื่อปะทะกันจริงๆแล้วหมวดบุตร์ถึงรู้ว่าตนเองเสียท่าซะแล้วเพราะเสือสังตัวใหญ่มาก การต่อสู้แบบมวยวัด จึงเกิดขึ้น

ผู้หมวดบุตร์งัดทุกกลยุทธ์ที่เคยร่ำเรียนมาออกมาใช้ ทั้งขี่คอ ชกต่อย และบีบไข่ ในขณะเดียวกันเสือสังที่แม้จะได้เปรียบรูปร่างแต่ก็อายุแก่กว่าหมวดบุตร์เท่าตัวแต่ได้เปรียบรูปร่าง มันพยายามพลิกขึ้นคร่อมร่างหมวดบุตร์แต่ก็ยังไม่ถนัดเพราะถูกกดไว้ด้วยข้อศอกและน้ำหนักตัว เสือสังจึงใช้วิชามารโดยทันทีโดยการกัดหมับเข้าที่แขนซ้ายของผู้หมวดบุตร์ เมื่อเจอลูกนี้ผู้หมวดบุตร์ไม่ยอมเสียเปรียบและกัดตอบทันที ต่างคนต่างอ้าปากกัดงับแขนฝ่ายตรงข้าม
แต่หมวดบุตร์มีหนังที่ดีกว่า เหนียวกว่า เสือสังโดยท่านมีแค่รอยฟันและเลือดออกซิบๆเท่านั้น แต่ของเสือสังถึงกับเลือดคาปากจะปล่อยจะคายก็ไม่ได้ หมวดบุตร์จึงจำใจดื่มเลือดเสือสังไปหลายอึก

ต่อสู้ปล้ำฟัดกันไปมาหลายตลบเสือสังพยายามใช้มีดพกกับหมวดบุตร์แต่ไม่เข้า ผู้หมวดบุตร์จวนจะหมดแรงแต่ยังแข็งใจใช้นิ้วหัวแม่เท้าและนิ้วชี้เท้าขวาหนีบไข่ของเสือสังไว้แน่นไม่ยอมปล่อยทั้งหนีบทั้งกัด จนเสือสังไข่แตกหน้าเขียวจนสิ้นลมหายใจและอุจจาระแตกเรี่ยราดไปหมด กว่าตำรวจที่ตามมาคือพลตำรวจ เผือก ด้วงชู และนายขี้ครั่ง เหรียญขำจะตามมาช่วย ว่าที่ร.ต.ต.บุตร์ก็เผด็จศึกโจรยักษ์ใหญ่รุ่นเฮฟวี่เวทเรียบร้อยโรงเรียนขุนพันธ์ไปแล้ว
แต่การจับเสือสังครั้งนี้ความดีกลับไม่ใช่ความชอบ

ญาติมิตรของเสือสังมาร้องเรียนที่กรมตำรวจว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุเป็นการเจตนาปลิดชีวิ ต ทั้งๆที่เสือสังยอมมอบตัวแล้วบัตรสนเท่ห์ร้องเรียนหนาเป็นปึก ซึ่งทำให้หมวดบุตร์มีความเสียใจมากจึงตัดสินใจสักทับลงบนรอยฟันหรือเขี้ยวของเสือสังที่แขนตอนบนด้านซ้ายเพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจตนเองที่ไม่เพียงจะเกือบถูกเสือร้ายปลิดชีพ ยังเกือบจะถูกจับเข้าคุกในข้อหาปลิดชีวิ ตคนโดยเจตนาอีกต่างหาก เดชะบุญที่กรมตำรวจสมัยนั้นฟังหูซ้ายแล้วปล่อยให้ทะลุหูขวา หมวดบุตร์จึงรอดพ้นจากความผิดเข้าทำนองชั่วไม่มีดีไม่ปรากฎ

จากการสักทับบนรอยเสือกัดนี้ ทำให้เราได้เห็นบุคคลิกของท่านขุนพันธ์ว่าท่านเป็นคนจริงจังตั้งใจจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ เป็นคนรักแรง แค้นแรง เมื่อรักใครก็รักจริงเมื่อเกลียดใครก็จดจำ ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยของคนใต้ขนานแท้ นอกจากรอยสักบนรอยฟันของเสือสังแล้ว ท่านขุนพันธ์ยังมีรอยสักอื่นๆอีกเต็มตัวจากประวัติการสักยันต์ของท่านี้ พบว่าท่านสักยันต์ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่กรุงเทพฯ อาจารย์ที่สักให้ท่านมีทั้งพระสงฆ์และฆารวาสเท่าที่สืบค้นชื่อได้ ก็มี อาจารย์หรุ่นใจภารา อาจารย์ปลั่งบางลำภู อาจารย์ใยสามเสน และอาจารย์ยังวัดประทุมคงคา

สำหรับลวดลายการสักก็มีทั้งหมู หนุมาน ลิงลม บัวแก้ว พาลี และรูปอักขระขอมต่างๆ เป็นที่น่าสังเกตุว่าทั้งหมู หนุมาน ลิงลม พาลี มีอิทธิฤทธิ์ทำให้ทรงพลัง ซึ่งอาจเป็นเพราะท่านขุนพันธ์เป็นคนตัวเล็กจึงต้องเตรียมพร้อมในทุกสถานการที่จะเผชิญหน้ากับคนตัวใหญ่ๆแบบเสือสัง ซึ่งท่านขุนพันธ์ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รอยสักหนุมาน พาลี และหมูโทนของอาจารย์สามารถล้มยักษ์ได้จริง

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply