รับประสิทธิ์ตะกรุดหนังเสือสมิงหลวงพ่อทอง (ตอนใหม่)

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..ในจังหวัดนครสวรรค์นั้น นอกจากหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพก็มีหลวงพ่อทองวัดเขากบที่มีวิชาอาคมแก่กล้ามีอาวุโสกว่าหลวงพ่อเดิมด้านพรรษาเมื่อไพฑูรย์ไปเป็นศิษย์หลวงพ่อเดิมจนได้วิชาสังคมของมีดหมอและผ้ารอยเท้าไว้ในครอบครองแล้วก็นมัสการลากับหลวงพ่อเดิมจึงเป่ากระหม่อมให้หลังจากนั้นก็ได้พูดกับไพฑูรย์ว่า

เปียชื่อเล่นของไพฑูรย์ถ้ามีเวลาเจ้าจงไปนมัสการหลวงพ่อทองวัดเขากบในตัวเมืองนครสวรรค์ท่านมีวิชาอาคมแก่กล้ามีอาวุโสกว่าหลวงพ่อแต่ท่านมิได้เป็นพระนักพัฒนาแบบเดียวกับหลวงพ่อท่านจึงไม่ค่อยมีคนรู้จักแพร่หลายแต่สำหรับเสด็จในกรมวัดนางเลิ้งมาฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาอยู่พักหนึ่ง อาจจะได้ของดีที่หลวงพ่อท่านสร้างไว้ก็ได้นะ

ไพฑูรย์จึงเดินทางจากวัดหนองโพมาที่ตัวเมืองนครสวรรค์มาหาหลวงพ่อทองวัดเขากบนครสวรรค์ต่างร้องขอและแนะนำเส้นทางให้ทันทีไพฑูรย์นั่งสามล้อถีบไปที่หน้าวัดแล้วขึ้นไปนมัสการหลวงพ่อทองวัดเขากบเมื่อไปถึงหลวงพ่อฉันเช้าแล้วจึงออกมานั่งรับแขกที่ไปมาหาสู่ท่านไพฑูรย์นั่งจ้องมองหลวงพ่อทองไม่วางตาขณะนั้นท่านอยู่ในวัยชราเนื้อหนังเหี่ยวย่นแต่ประกายตากล้าแวบหนึ่งที่ท่านหันมาสบตากับไพฑูรย์อย่างจังโดยที่ไพฑูรย์หลบไม่ทันไพฑูรย์เล่าเหตุการณ์ตอนนั้นว่า

รู้สึกสะดุ้งตัวชาเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตขยับตัวไม่ได้จนกระทั่งหลวงพ่อหันหน้าไปทางอื่นแล้วนั่นแหละจึงขยับตัวได้ ไพฑูรย์รอจนว่างแขกแล้วจึงคลานเข้าไปกราบแทบเท้าหลวงพ่อทองยังไม่ทันจะพูดอะไรเสียงหลวงพ่อทองก็พูดขึ้นว่า ศิษย์วัดหนองโพนี่นาพระครูเดิมองค์นี้เก่งนักฉันเองแม้อาวุโสพรรษากว่าก็ยังเป็นรองท่านพระครูเดิมมากนักยินดีที่ได้พบศิษย์วัดหนองโพจะมาหาของดีแล้วล่ะก็วันนี้ยังไม่ได้หรอกไม่มีฤกษ์ในการประสิทธิ์อีก ๗ วันค่อยมาฟังข่าวก็แล้วกัน

ไพฑูรย์นึกถึงสนใจในใจว่ายังไม่เคยพบกันทั้งยังไม่ได้บอกว่ามาจากวัดหนองโพหลวงพ่อทองกลับบอกได้ถูกต้องท่านรู้ได้อย่างไรกันทันใดเสียงหลวงพ่อทองก็พูดขึ้นว่าไม่บอกก็รู้ว่าพระครูเดิมท่านมาบอกไว้ล่วงหน้าแล้วติดต่อกันเป็นประจำบังเอิญไม่มีฤกษ์จึงต้องให้รอ ไพฑูรย์รู้ได้ทันทีว่านี่คือวิชาปรจิตนั่นเอง ก้มลงกราบนมัสการลาใจก็คิดอย่าว่าแต่เจ็ดวันเลย ๑ เดือนก็จะรอรับจนได้เสียงหลวงพ่อทองพูดขึ้นอีกว่าคนใจเด็ดอย่างนี้หากไม่รังเกียจว่าวัดเขากบคับแคบและเป็นวัดจนก็มากินนอนอยู่ที่วัดนี้จะได้สอนวิชาอาคมเพิ่มเติมให้จะดีไม่น้อย

 
ได้ขอรับหลวงพ่อผมขอกลับไปเก็บของที่โรงแรมแล้วจะมาพักที่วัดเพื่ออุปัฏฐากหลวงพ่อเหมือนกับที่อยู่กับหลวงพ่อเดิมขอรับไพฑูรย์พักอยู่กับตาสวิงมัคทายกวัดเขากบตาสวิงไม่มีอะไรห่วงอะไรแล้ว เมียตายลูกก็ไม่มีที่นาก็ให้เขาเช่าเก็บค่าเช่ากินจึงมาปลูกบ้านในที่ดินวัดเป็นมัคทายกตงฉินที่หลวงพ่อทองไว้ใจให้ดูแลเงินทองของวัด
 
ตาสวิงพูดกับไพฑูรย์ว่านายนี่โชคดีนะอยู่กับหลวงพ่อทองมา ๒๐ ปีไม่เคยเห็นหลวงพ่อท่านเรียกฆราวาสให้มาเรียนวิชาอาคมที่วัดเหมือนกับนายและที่หลวงพ่อจะประสิทธิ์ให้นายในอีก ๗ วันข้างหน้าคือตะกรุดหนังหน้าผากเสือสมิงอันโด่งดังมีคนได้รับจากมือหลวงพ่อไปเพียงไม่กี่คนระหว่างที่อยู่วัดเขากบตาสวิงดูแลจัดหาอาหารมาให้อย่างอิ่มหมีพีมันทำอย่างไรเล่าเรื่องตะกรุดหนังหน้าผากเสือสมิงให้ไพฑูรย์ฟังอย่างละเอียดว่า
 
เมื่อครั้งหลวงพ่อทองยังไม่แขวนกลดธุดงค์หลวงพ่อธุดงค์ไปพบลูกเสือโคร่งพเนจรที่แม่ของมันที่ผูกพันชาวอังกฤษยิงตายเพื่อถลกหนังเอาไปทำเป็นพรมปูพื้นห้องหลวงพ่อทองได้ยินเสียงร้องจึงออก ค้นหาใต้เสียงก็ที่ได้ยินก็พบลูกเสือโคร่งวนเวียนอยู่รอบซากของแม่เสือท่านจึงนำเอามาเลี้ยงไว้ที่วัดจนเชื่อง หลวงพ่อทองทำกรงให้อยู่เพราะแม้ว่าจะเป็นสีเหลืองแต่ขึ้นชื่อว่าเสือชาวบ้านก็กลัวหลวงพ่อเรียกเสือตัวนั้นว่าไอ้บู้เลี้ยงจนกระทั่งเจ้าผู้เป็นหนุ่มถึงฤดูเป็นสัตว์เจ้าก็แสดงอาการหงุดหงิดดุร้ายตามสัญชาตญาณป่าหลวงพ่อทองเห็นว่าหากเลี้ยงไว้ต่อไปจะเป็นการทรมานมันจึงให้ตกลงเพื่อนำเจ้าบู้ไปปล่อยในป่า
 
หลวงพ่อทองใช้เหล็กจารลงเล็บเสือทั้ง ๔ เท้าเพื่อป้องกันอันตรายให้มันได้เวลาก็ให้พานำไปปล่อยในป่าเจ้าบู้ก็กลายเป็นเสือป่าไปในที่สุดและด้วยความที่มันเคยอยู่กับคนมันจึงไม่อาละวาดเอากับคนที่ไปหาของป่าจนกระทั่งผู้คนที่เข้าไปหาของป่ารู้สึกประหลาดใจเพราะรู้ว่าเป็นเสือที่หลวงพ่อทองเลี้ยงไว้ก็ไม่ทำร้ายมันเจ้าบู้ก็ไม่มาเบียดเบียนสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน
ในเวลานั้นมีพวกฝรั่งที่เข้ามาทำมาหากินในประเทศไทยพวก หนึ่งวิศวกรตัดทางรถไฟอีกพวกหนึ่งเป็นพ่อค้าไม้ชาวอังกฤษมาขอสัมปทานตัดไม้สักตั้งบริษัทชื่อว่าอินเดียพวกหลังนี้นิยมการออกป่าล่าเสือถลกหนังมาทำเป็นพรมปูพื้นเอาหัวกะโหลกมาทำเป็นที่เขี่ยบุหรี่โดยจะจ้างผ่านคนไทยให้นำทางเข้าป่าวันนั้นเจ้าบู้อยู่วนเวียนอยู่ในป่าขณะที่ฝรั่งออกล่าเสือพอดี
 
ฝรั่งพบรอยเท้าของเจ้าบู้ก็ออกตามรอยไปจนได้พบตัวของมันการล่าล้างจึงเกิดขึ้นเจ้าบู้แม้เป็นเสือเชื่องแต่เมื่อมันเข้าป่าใหญ่ก็กลายเป็นเสือป่าที่มีความปราดเปรียวแม้จะไม่เคยทำร้ายชาวบ้านแต่หากถูกล่าล้างมันก็คือเสือที่ดุร้ายพร้อมจะแลกชีวิตกับนักล่าเช่นกันฝรั่งกับพรานนำทางซุ่มดักยิงเจ้าบู้แต่ปรากฏว่าลูกปืนทำอันตรายมันไม่ได้เพราะเหล็กจารที่หลวงพ่อทองลงไว้นั่นเองพรานชาวไทยเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้าบู้ว่าเป็นเสือที่หลวงพ่อทองเคยเลี้ยงและนำมาปล่อยเข้าป่าจึงไม่ยอมนำทางไปล่าเข้าพรานผู้ฝรั่งโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงต้องกลับออกมา
 
ชะตาเจ้าบู้ถึงฆาตเมื่อฝรั่งแกะรอยพร้อมกับพรานกะเหรี่ยงไปพบพร้อมยิงเจ้าบู้โดยผ่านกะเหรี่ยงใช้โลหิตประจำเดือนสตรีคลุกกับกระสุนปืนทั้งของฝรั่งและของตัวเองจึงถูกยิงบาดเจ็บสาหัสแต่ก็สวนควันปืนขย้ำคอสะพรานตายไป ๑ ศพฝรั่งบาดเจ็บสาหัสไปอีก ๑ คนก่อนตายขณะพรานกับฝรั่งที่เหลือกำลังจะถลกหนังเจ้าผู้ชาวบ้านที่มาหาของป่ามาพบจึงเข้าขัดขวางแม้จะมีเพียงปืนแก๊ปแต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าพรานฝรั่งจึงต้องถอยออกไปชาวบ้านช่วยกันหามเจ้าบู้พร้อมกับพรานกะเหรี่ยงกับฝรั่งออกมาชายป่าช่วยกันถลกหนังเจ้าบู้นำมาตากแห้งไว้
 
หลวงพ่อทองนั่งสมาธิอยู่ในห้องพรางเจ้าบู้ก็มาปรากฏว่าเสือโคร่งมาเดินวนเวียนรอบกุฏิแล้วกลายร่างเป็นคนบอกกับนางว่าเป็นเสือที่หลวงพ่อทอง วัดเขากบเลี้ยงไว้มาขออาศัยเกิดในท้องของนาง เมื่อเด็กเติบโตขึ้นพ่อแม่จึงพามาหาหลวงพ่อทองที่วัดเขากบหลวงพ่อทองมองเห็นเด็กเต็มตาเพ่งด้วยญาณก็รู้ได้ว่าเจ้าบู้มาเกิดแล้วยิ่งเห็นปลายมีขนคล้ายเสือท่านก็ยิ่งแน่ใจพ่อแม่ของเด็กเลยถวายให้เป็นลูกหลวงพ่อทองนับแต่นั้น
 
ส่วนหนังเจ้าบู้หลวงพ่อทองให้ตัดออกเป็นแผ่นเล็กๆแล้วลงจานว่า อุทธังอัทโธ ปลุกเสกจนดีแล้วจึงม้วนเป็นตะกรุดใช้ให้ช่างถักเชือกหุ้มลงรักปิดทอง แจกให้เฉพาะคนที่ท่านเห็นสมควรเท่านั้นแม้จะเพี้ยนไปเลยหากขอถ้าบารมีไม่พอท่านก็จะบอกว่ารอไปก่อนนะได้เวลาแล้วค่อยมาพูดกันใหม่คนที่ได้ตะกรุดหนังเสือของหลวงพ่อทองวัดเขากบไปแล้วบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามหาอุดเป็นเยี่ยม
 
ไพฑูรย์เมื่อได้ตระกรุดมาแล้วก็คาดเอวเวลาหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจรอนแรมคืนอยู่ที่ใดก็อาราธนาตะกรุดระลึกถึงหลวงพ่อทองและไอ้บู้คนที่เข้ามาใกล้ที่ซึ่งไพฑูรย์ซ่อนตัวอยู่จะเห็นเป็นเสือโคร่งเดินแยกเขี้ยวคำรามดังสนั่นหวั่นไหวทำให้รอดจากเงื้อมมือตำรวจมาได้หลายครั้งต่อมาเมื่อพ้นโทษแล้วไพฑูรย์ถึงมอบให้หลานที่เป็นลูกชายของน้องชายซึ่งเป็นตำรวจตระเวนชายแดนไปใช้ป้องกันตัว

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply