“รูปของกู ของๆกู ไม่ต้องเสก ไม่ต้องทำ ก็สำเร็จแล้ว”

หากกล่าวถึง หลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อทางด้านสร้างปลัดขิกไม้เขยตาย วันนี้ได้นำเรื่องราวของหลวงพ่อท่านมาให้ทุกท่านได้ศึกษาได้รับความรู้มากยิ่งขึ้น ไปรับชมกันเลย

หลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน ท่านมีนามเดิมว่า เมฆ สิทธิราชา เกิดเมื่อ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๔๙ ซึ่งตรงกับในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ พื้นแพเป็นชาวกรุงเทพ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี เป็นบุตรของนายเพิ่มและนางบุญ สิทธิราชา เมื่ออายุครบ ๑๕ ปี ซึ่งตรงกับ พ.ศ.๒๔๖๔ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดทัศนารุณสุนทริการามหรือวัดตะพาน ซึ่งอยู่ถนนราชปรารถดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยมีหลวงพ่อนิตย์เจ้าอาวาสในสมัยนั้น เป็นพระอุปัชชาย์และได้อุปสมบทต่อเป็นพระภิกษุที่วัดตะพานเรื่อยมา

หลวงปู่ได้ศึกษาสมถวิปัสสนากัมมัฎฐานตลอดจนพุทธาคมต่างๆ รวมไปถึงการศึกษาตำรายาแผนโบราณ จากหลวงพ่อนิตย์วัดตะพานและยังได้ศึกษาเกี่ยวกับตำรายาต่างๆ จากหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อยุธยา ซึ่งหลวงพ่อปานวัดบางนมโค ได้เชิญหลวงปู่เมฆไปร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลบ่อยครั้ง ล่วงเลยมา กระทั่งอายุ ๒๕ ปี ซึ่งตรงกับพ.ศ.๒๔๗๔ ซึ่งอุปสมบทครบ ๑๐ พรรษา ท่านจึงได้สึกออกมาและมีครอบครัว แต่ท่านก็ยังไม่ได้ละทิ้งวิชาต่างๆที่ได้ร่ำเรียนมา ได้ศึกษาเพิ่มเติมทั้งทางด้านพุทธาคมต่างๆและศึกษาเกี่ยวกับยาแผนโบราณเพิ่มเติม

โดยออกเดินทางไปทั่วทุกสารทิศทั้งในและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งท่านได้สนใจในวิชาการทำสีผึ้งและวิชาการทำปลัดขิกเป็นพิเศษ ซึ่งโดยในการทำวัตถุมงคลของท่านแต่ละครั้งจะอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือเป็นครูบาอาจารย์ด้วยทุกครั้ง ได้แก่ พ่อท่านขลิกและหลวงพ่อเหลือแห่งวัดสาวชะโงก หลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ หลวงพ่อลีวัดอโศการาม หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า สมเด็จโตวัดระฆัง หลวงพ่อปานวัดบางนมโค หลวงพ่อนิตย์วัดตะพาน สมเด็จในกรมหลวงชุมพร จึงสำเร็จ

หลวงปู่เมฆ ท่านคอยรักษาช่วยเหลือชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณไสยหรือการรักษาโรคต่างๆจากตำรายาแผนโบราณที่ได้ร่ำเรียนมาแถวบริเวณซอยรางน้ำแขวงถนนพญาไทยเขตราชเทวีกรุงเทพมหานคร (อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในนามหมอเมฆจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปถึงฝั่งพระโขนง เมื่อหลวงปู่เมฆอายุได้ ๖๒ ปี ซึ่งตรงกับพ.ศ.๒๕๑๒ หลวงปู่เมฆได้ทำการอุปสมบทเป็นพระภิกษุอีกครั้งที่วัดนังคัลจันตรีหรือวัดคลอง ๗ ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

โดยมีพระครูพิทักษ์ธัญสาร(หลวงพ่อตุ๋ย)วัดนังคัลจันตรีเป็นพรุะอุปัชฌาย์ หลวงพ่อชิดวัดแจ้งลำหินเป็นพระกรรมวาจาจารย์ (คู่สวด) พระครูสุวรรณพัฒนกิจ(หลวงพ่อทอง สัจจวโร)วัดลำกะดาน เป็นพระอนุสาวนาจารย์(คู่สวด) โดยมีขุนพุ่มค้ำประกันในการบวชให้แล้วมาจำพรรษาที่วัดลำกะดาน โดยได้รับฉายาว่า สัจจาสโภ

มีเรื่องเล่าอยู่ว่าครั้งหนึ่งในงานประจำปีนมัสการหลวงปู่เมฆ คุณเรณู ฮิรายาม่าสาวไทยชาวเมืองพิจิตร แต่งงานกับหนุ่มคริสเตียนชาวญี่ปุ่น พักอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นได้มาบนขอลูกกับหลวงปู่เมฆ งานปีนี้คุณเรณู ได้กลับมาอีกครั้งกับทายาทที่อยู่ในครรภ์ พร้อมด้วยโชคดีสองชั้นเมื่อตอนตั้งท้องใหม่ๆปรากฏว่าเป็นท้องนอกมดลูก ซึ่งเด็กในท้องไม่มีโอกาสรอด คุณเรณูได้ฝนปลัดขิกไม้เขยตายที่ท่านอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์สร้าง มอบให้ไปกินกับน้ำ ผลคือเด็กได้เคลื่อนกลับเข้าไปอยู่ในมดลูก สร้างความแปลกใจให้กับคณะแพทย์ชาวญี่ปุ่น ทุกวันนี้สามีชาวญี่ปุ่นของคุณเรณูห้อยเหรียญหลวงปู่เมฆอย่างเต็มภาคภูมิลืมไม้กางเขนไปเลย

ปลัดขิกไม้เขยตาย

ท่านอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์บอกว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงปู่เมฆ เพราะท่านจะทำอะไรก็ขอบารมีของหลวงปู่ทุกครั้ง หลวงปู่สั่งไว้ว่า “ถ้าจะนึกถึงกูให้จุดธูป ๕ ดอก ถ้าจะบนให้จุดธูป ๙ ดอก แค่มึงนึกถึงกู เรียก “ปู่” ก็จะสำเร็จ รูปของกูของๆกูไม่ต้องเสกไม่ต้องทำก็สำเร็จแล้ว”

หลวงปู่เมฆ สัจจาสโภ ท่านได้ถึงแก่มรณะภาพเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๔ เวลา ๐๖.๔๕ น.รวมศิริอายุ ได้ ๘๕ ปี ปัจจุบันสังขารหลวงปู่เมฆบรรจุอยู่ในโลงแก้วที่วัดลำกะดานจนถึงปัจจุบันในอดีต หลวงปู่เมฆวัดลำกะดานได้สร้างปลัดขิกโดยสร้างจากไม้เขยตาย ซึ่งมีสรรพคุณในตัว คือ รักษาพิษงู อาการอื่น ๆ เช่น อาการปวดท้องประจำเดือนและรักษาพิษแมลงกัดต่อย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาโดยผสมผสานระหว่างพืชสมุนไพรกับเครื่องรางของขลังของหลวงปู่เมฆ ทำให้พกพาไปไหนได้สะดวก ซึ่งจะทำให้รักษาได้ทันท่วงที เพราะมีปลัดขิกหลวงปู่เมฆติดตัวไปตลอดเวลา

บทความที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นเรื่องตำนานเล่าขานของหลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน พระผู้ทรงอภิญญาที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น นำมาเผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นธรรมทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ใส่ความเห็น