“วิชาคงกระพันชาตรี”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเสนอเรื่องราวของ คงกระพันชาตรี นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

คงกระพัน ในความหมายของไสยศาสตร์หมายถึง ศาสตร์แห่งการป้องกันร่างกายจากศาสตราวุธและศาสตราเวทย์ทั้งสิ้นทั้งปวง ซึ่งไม่ว่านักรบ นักร้าย นักเลง หรือแม้แต่นักรักต่างใฝ่หาไขว่คว้ามาเป็นของตน การคงกระพันนั้นตามความเชื่อสมัยโบราณสามารถได้มาหลายหนทางเช่นเดียวกันยกตัวอย่างเช่น การเรียนไสยเวทย์จากอาจารย์ที่มีอาคมขลังผิวหนังไม่ระคายแม้ยามต้องคมซึ่งเราจะเรียกกันง่ายๆว่า”วิชาคาถาคงกระพัน” ผู้เรียนต้องหัดท่องบ่นจนจำได้ขึ้นใจ ครูบาอาจารย์สมัยก่อนจะจดคาถาให้แก่ศิษย์ของตน จนสามารถท่องได้โดยไม่ต้องกางหนังสืออ่านแล้ว

อาจารย์บางคนก็ให้ลูกศิษย์กลืนกระดาษที่จดวิชานั้นลงท้องไปเลย(นัยว่าจะได้คงเนื้อคงหนังดั่งวิชากลายเป็นพลังปราณอยู่ในสายเลือด)บางคนใจถึงหน่อยก็จะสักร่างกายโดยเลือกลวดลายที่เชื่อกันว่าให้ฤทธิ์ด้านความคงกระพันแก่ตนเองยกตัวอย่างเช่น ยันต์เก้ายอด ยันต์สร้อยสังวาล ยันต์มงคลแปดทิศ หรือยันต์มงกุฎพระเจ้าเป็นต้น แต่การจะรักษาพุทธคุณแห่งยันต์ต่างๆไว้นั้นมักจะทำได้ยากยิ่ง ต้องสำรวมกันตั้งแต่ กาย วาจา และใจ เรื่องกายนั้นครูท่านห้ามไว้หลายอย่างเช่น ห้ามกินฟักแฟงแตงเถาบวบน้ำเต้ารวมไปถึงลูกมะเฟือง(มะเฟืองนี่สำคัญห้ามแม้จะเดินลอดเข้าไปไต้ต้นก็ไม่ได้) เพราะจะทำให้ยันต์ที่สักหมดมนต์ขลังลงไป

อีกเรื่องที่ท่านสั่งห้ามไว้เด็ดขาดทางกายนั่นคือการ ตบตีพ่อแม่และไปผิดลูกผิดเมียเขา เพราะจะทำให้เกิดบาปหนักเป็นการก่อเวรที่จะส่งผลร้ายในภายหลัง ผมเคยลองถามอาจารย์ของผมว่า แม่ม่ายแม่ร้างนี่ครูห้ามด้วยไหม อาจารย์ท่านหันขวับมาแต่ไม่ตอบเห็นแต่ท่านบอกว่าไอ้ทะลึ่งแค่นั้น ส่วนเรื่องวาจาโบราณอาจารย์ท่านสั่งเอาไว้ให้กำปากกำคอ(หมายถึงอย่าพูดมาก) อย่ายกตนข่มท่านอย่าพูดทำร้ายทำลายใคร และที่สำคัญห้ามด่าบุพการีเขาโดยเฉพาะเพศแม่คือ ห้ามด่าแม่คนอื่นไม่งั้นวิชาก็เสื่อมอีก ส่วนเรื่องใจครูอาจารย์สั่งว่าอย่าอยากได้ของคนอื่น อย่าวัดรอยตีนพ่อแม่และครูอาจารย์ ก็จะทำให้วิชาเสื่อมได้เช่นเดียวกัน บางคนไม่เรียนคาถาไม่หาอาจารย์สักแต่มักมีของดีติดตัวเช่นพระเครื่อง ตะกรุด ผ้ายันต์คดต่างๆ รวมไปถึงเครื่องรางฝ่ายต่ำมีอีเป๋อและอ้ายงั่งเป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีคนที่คงกระพันมาตั้งแต่เกิดเช่น เคราทองแดง ตับเป็นเหล็ก ฯลฯ ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นล้วนแต่ให้ผลด้านความคงกระพันทั้งสิ้น แต่ก่อนเหล่าเสือที่คอยปล้นจี้นักเลงอันธพาลหรือคนที่มีอำนาจบารมี ฝักใฝ่หาสิ่งเหล่านี้มาอยู่กับตัวนั่นเพราะรู้ดีว่าการเดินทางสายนี้มักเกิดปะทะกันอยู่บ่อยๆนั่นเอง คนที่คอยปกป้องสุจริตชนเช่น ตำรวจทหารก็ต้องคอยระวังคนเหล่านี้เช่นกันเพราะหากอีกฝ่ายมีความคงกระพันนั่นคือ แม้จะยิงหรือฟันก็ไม่เข้า แต่โบราณอาจารย์รุ่นเก่าๆท่านก็ให้ทางแก้ไว้อยู่สองสามทางนั่นคือ

๑. เอาอาวุธไม่ว่าจะเป็น มีด ดาบ หรือลูกปืน นำไปทาด้วยข้าวเหนียวเพราะจะเป็นการพ้องเสียงว่า “เข้าเหนียว” นั่นเอง  ๒.ให้นำอาวุธไปใส่ไว้ในรังเป็ดหรือไก่ที่กำลังฟักไข่ลูกเจี๊ยบ”ออก”มาจากไข่เมื่อใดถึงจะเอาอาวุธไปใช้ได้ ฺ๓. คือการนำอาวุธไปทาด้วยระดูของผู้หญิงไม่ว่าจะเหนียวอย่างไรก็โดนทำลายด้วยสิ่งนี้ ๔. การนำเอาเหรียญบาทตราแผ่นดินมาห้อยที่ปากกระบอกปืนหรือแขวนไว้ที่อาวุธต่างๆก็จะทำให้คนที่อยู่ยงคงกระพันหมดสิ้นซึ่งอำนาจแห่งมนตราทั้งหมด

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น