วิชาคชศาสตร์เชื้อสายพญาฉัททันต์

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

หลวงพ่อเดิมนั้นท่านเป็นพระผู้ชำนาญในวิชาคชศาสตร์อย่างยิ่ง เรื่องนี้เป็นที่ประจักษ์กับทุกคนแต่หลวงพ่อท่านเองก็ไม่ได้เคยบอกว่าได้รับการถ่ายทอดวิชานี้มาจากผู้ใด หลวงพ่อเดิมดูคชลักษณ์ของช้างได้หมดและบอกได้ด้วยว่าช้างตัวนี้เป็นช้างที่ดีหรือไม่ดีนิสัยเป็นอย่างไรเลี้ยงไว้กับบ้านได้หรือไม่หรือว่าถ้าใครนำไปเลี้ยงแล้วจะสมบุญกันหรือไม่ดังนี้เป็นต้น

แม้ช้างที่ให้โทษกับผู้เลี้ยงท่านก็ทำให้ดีได้ด้วยวิชาคชาศาสตร์ของท่าน เป็นที่น่าสังเกตว่าอำนาจจิตของหลวงพ่อเดิมนั้นยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นช้างที่ไหน ท่านสามารถปราบพยศลงได้เพียงแค่หลวงพ่อท่านเอามือตบตะพองก็เป็นสยบได้ทั้งนั้น ไม่มีช้างตัวไหนอาละวาดฟาดงวงฟาดงาแม้แต่ตัวเดียวจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนมามาก

บรรดาควาญช้างที่รู้ว่าหลวงพ่อจะไปที่วัดไหนก็จะพากันเอาช้างมาดักรอเพื่อขอให้หลวงพ่อช่วยรดน้ำมนต์เจิมตะบองให้เพราะถือว่าเป็นมงคล

มีช้างอยู่ตัวหนึ่ง ชื่อสาคร เจ้าของที่เลี้ยงคุมไว้ไม่อยู่เวลาตกมันก็อาละวาดแหลก ถึงกับมีผู้นำชีวิตมารับเคราะห์ด้วยงาของเจ้าสาครไปแล้วหลายรายแล้ว

เมื่อเจ้าของซึ่งอยู่ที่ตำบลทับกฤชอำเภอชุมแสงรู้ว่าหลวงพ่อจะมาที่ชุมแสงเพื่อเยี่ยมหลวงพ่อจันทร์วัดคลองระนง จึงได้นำช้างมาถวายหลวงพ่อให้นำมาใช้งานที่วัด

หลวงพ่อจึงช่วยดูให้แล้วก็ทำพิธีเจิมขวัญรดน้ำมนต์แล้วแก้ซับมันปราบพยศให้เมื่อเสร็จพิธีแล้วหลวงพ่อเดิมท่านก็ได้มอบคืนให้เพื่อไปอยู่กับเจ้าของตามเดิม เพราะตั้งใจถวายให้เป็นช้างของหลวงพ่อเพื่อถือเอาเคล็ดเท่านั้น

เจ้าพลายสาครนี่ตั้งแต่หลวงพ่อเดิมท่านรับเป็นช้างในอุปการะของหลวงพ่อแล้วก็ไม่อาละวาดอีกต่อไปว่านอนสอนง่ายเจ้าของเคยเอามาช่วยงานหลวงพ่อในเขตจังหวัดนครสวรรค์หลายวัดด้วยกัน

ส่วนอีกตัวหนึ่งนั้นเล่าลือกันมากชื่อฉิมฝรั่ง ฉิมฝรั่งเป็นช้างที่ประขาวตามตัว( ช้างเผือกนั้นล่ะครับ) เหมือนฝรั่งตกกระจึงได้ชื่อว่าฉิมฝรั่ง เป็นช้างที่ต้องคชโทษหลายประการ

ภาพช้างคู่บารมีพระเจ้าอยู่หัวร.๙ ได้รับพระราชทานนามว่า พระยาช้างต้นหรือนางพระยาช้างต้น 

หลวงพ่อเดิมท่านได้พยายามแก้และรดน้ำมนต์ให้ตลอดจนสักลงอักขระต่าง ๆ เป็นอันมากถึงแม้ว่าจะแก้อาถรรพ์คชโทษได้ก็จริงแต่ช้างตัวนี้จะนำมาเลี้ยงไว้ไม่ได้ต้องให้อยู่กับวัด หลวงพ่อบอกว่า

“เจ้าตัวนี้เขามีเชื้อสายพญาฉัททันต์ เขาไม่ชอบอยู่ในคอกไม่ชอบตกปลอก เห็นผ้าเหลือง ชอบฟังพระสวด เอาเขาไปทำงานแล้วต้องเอามาไว้วัดจึงเหมาะสมกันไม่งั้นเกิดเรื่องเรื่อยไป”

กำนันเต็งแกไม่เชื่อเอาไปใช้งานแล้วเลี้ยงเอาไว้ที่บ้านปรากฏว่าเกิดเรื่องนักเลงดีมาขโมยช้างไปกำนันเต็งประกาศเด็ดหัวแล้วออกตามหาอย่างพลิกแผ่นดินรู้ว่านายเขียวคนบ้านหนองบัวไปลองดีลักเอามาเพราะหมั่นไส้ที่ไม่เชื่อคำหลวงพ่อเดิม

เผชิญหน้ากันแล้วก็เถือกันไม่ลง เพราะเป็นศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่อต่างคนต่างขอขมากันแล้วเลิกแล้วต่อกัน ช้างฉิมฝรั่งจึงอยู่กับวัดเรื่อยมา

แต่ที่นับว่าเป็นเรื่องเศร้าก็เห็นจะได้แก่เจ้าขวัญทองเรื่องมีอยู่ว่าที่วัดพระปรางค์เหลืองนั้นมีช้างที่หลวงพ่อเงินวัดพระปรางค์เหลืองคู่สวดของหลวงพ่อ รักมากอยู่เชือกหนึ่ง เป็นช้างที่เป็นสมบัติของหลวงพ่อเงิน มีความดุร้ายมากเมื่อหลวงพ่อเงินมรณะภาพทางการจึงได้นำช้างเอาไปเป็นของหลวงฝ่ายคณะกรรมการวัดจึงรีบมาบอกหลวงพ่อเดิม

ภาพถ่ายหลวงพ่อเงิน วัดพระปรางค์เหลือง

หลวงพ่อเดิมท่านจึงได้ไปเจรจาเพื่อขอช้างพระคู่สวดของท่านไว้แล้วได้เอาช้างอื่นไปแลกให้แทนเพื่อเป็นการทดแทนพระคุณหลวงพ่อเงินทางการก็ตกลงทางหลวงพ่อเดิมจึงเลือก ช้างชื่อเจ้าขนทอง เอาไปเปลี่ยนให้แทนเพื่อให้หลวงท่านนำไปใช้ทำงานก่อนไปหลวงพ่อเดิมเจิมแล้วรดน้ำมนต์เอามือตบตะพองบอกว่า

” ไปเถอะนะไปอยู่กับหลวงเขาเป็นช้างหลวงดีกว่าเป็นข้าชาวบ้านทำงานหนักๆ”

ขวัญทองร้องแปร๋นๆ หลายครั้งคล้ายกับบอกว่าไม่อยากไปแต่หลวงพ่อก็เอามือลูบมันแล้วบอกว่า

“ไปเถอะนะไปตามกรรมของเจ้าไปอยู่ที่ใหม่ดีกว่าที่เก่า”

ขวัญทองขัดไม่ได้จึงต้องออกเดินทางมุ่งตัดออกจากหนองโพมุ่งไปยังวัดพระปรางค์เหลืองด้วยน้ำตาไหลเป็นทางร้องแปร๋น ๆ ไปตลอดทาง

๓ วันต่อมาก็มีข่าวมาจากหลวงความว่า“ขวัญทองล้ม ลงขาดใจตายกลางทางเพราะมันเสียใจขนาดหนักที่หลวงพ่อเดิมให้มันไปอยู่กับหลวงแทนที่จะให้อยู่กับหลวงพ่อเดิม”

เป็นอันว่าในที่สุดทางการก็ได้ยกเลิกการเวนคืนช้างจากวัดพระปรางค์เหลืองหลวงพ่อเดิมท่านเสียช้างที่ดีไป ๑ เชือก การที่ท่านพูดว่า“ไปตามกรรม” ก็เหมือนจะบอกว่าเจ้าขวัญทองถึงที่ตายไม่ไปก็ต้องตายที่วัดอย่างแน่นอน

และนี่ก็เป็นประวัติเรื่องเล่าเล็กๆน้อยๆท่านได้เล่าเกี่ยวกับช้างของหลวงพ่อเดิมที่ชาวหนองโพและผู้ที่ได้เคยพบเห็นหลวงพ่อเมื่อครั้งท่านยังไม่ละสังขารและได้นำมาเล่าสู่กันฟังเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

เรียบเรียงจาก:หนังสือใต้รอยบาทหลวงพ่อเดิม โดยอาจารย์ผู้เขียน สุรเวท เสนภูษาและประเจียด คงศาสตรา ท่านได้มอบเนื้อหาไว้ให้เป็นทานเพื่อบูชาพระกิติคุณของหลวงพ่อเดิม พุทธสโร

(ขอบารมีหลวงพ่อเดิมคุ้มครองรักษาทุกๆท่านครับสวัสดี)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ข้อคิดท้ายเรื่อง

รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น **เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิรา

 

ใส่ความเห็น