วิธีถอนคุณไสย์คืนของอาถรรพ์

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ วิธีถอนคุณไสย์คืนของอาถรรพ์  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

วิธีถอนของถอนคุณไสย การถอนของต้องหมั่นทำบ่อยๆทำเรื่อยๆจนกว่าจะหาย เปรียบเหมือนการรักษาไข้ถ้ายังไม่หายก็ยังไม่หยุดกินยาจงอย่าท้อแท้การทำต้องหมั่นทำทุกคนทำได้ไม่ต้องพึ่งใคร จงจำไว้ทุกคนมีดีในตัวทุกคนอย่าดูถูกตัวเอง การทำน้ำมนต์ถอนของให้ภาวนาพระคาถาจนกว่าจะหมดเทียนจึงจะจบการทำน้ำมนต์ถอนของ หลังจากนั้นก็เอาไปผสมน้ำอาบน้ำกินอาการจะค่อยๆดีขึ้น

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓จบ) อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุททะนาเมอิ อิเมนา พุททะตังโสอิ 

อิโสตัง พุททะปิติอิ (๙จบ) อิติปิจะ สุคะโต โลกะนาโก คะระหัง ปัตโต นะนิพพานัง สิวังระวัง

มะอะอุสุขัง ปิยังมะมะ (๙จบ) อมขะโลขะลัง สาโลสาลัง ขะโลติ สาระติสิโน ขัคโคขัคคังปาถา

วิชะยามันติ เตชังนันทิสา ทิสังเยระวัง สีหะนะหัง สักขะติ ขะสะยามะสันติ

สะระติสิโน ขัคโคขัคคัง อมสวาหะ (๙จบ) นะหลุด โมถอน พุทคลอน ธาเคลื่อน ยะหลุดเลื่อนออกทุกที่ ธาตุทั้งสี่จงเร่งออกไป น้ำลมดินไฟเสือกไสเข้ามา อาคัจฉัยยะ อาคัจฉาหิ โอกาเสติถาหิ จึงออกไป

“ พระคาถาบทนี้ให้ภาวนาจนกว่าจะหมดเทียนเมื่อเทียนกำลังจะหมดให้ว่าบท มหาประสิทธิ เป็นบทสุดท้ายเป็นอันจบการทำน้ำมนต์”

สิทธิกัจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิการิยะตะถาคะโต สิทธิเตโช ชะโย นิจจัง สิทธิลาโภ นิรันตะรัง สัพพะกัมมัง ประสิทธิเมการแก้อาถรรพ์และสิ่งไม่ดีในตัว

ของอาถรรพ์หรือของที่มีอิทธิฤทธิ์ได้แก่ กุมารทอง นางกวัก สาลิกา รักยม หรือของที่มีอาถรรพ์ต่างๆที่มีส่วนประกอบของกระดูกผีที่ป่าช้า ส่วนต่างๆของศพและของอาถรรพ์ต่างๆ การรับขันธ์ ๕ ๘ ๙ และขันธ์ ๑๖ เวทมนต์คาถาให้โทษน้ำมันพราย หรือของที่มีอำนาจเหนือหรือของที่มีอำนาจเหนือจิตเรา ส่งผลให้พบกับความทุกข์ต่างๆตลอดจนของอาถรรพ์ภายในร่างกายเรา เมื่อทำพิธีแล้วจะทำให้มีความสุขความเจริญ

พิธีคืนของอาถรรพ์ ถ้ามีของอาถรรพ์หรือของอิทธิฤทธิ์อยู่ในบ้านหรือที่ใดก็ตามให้นำผ้าขาววางบนพานหรือถาดและนำของอาถรรพณ์ที่รับมาวางไว้บนผ้าขาวแล้วจุดธูป๓ ดอก เทียน๒เล่ม แต่ถ้าไม่รู้ว่าของอาถรรพ์นั้นอยู่ที่ใดก็ให้จัดหาดอกไม้ธูปเทียนวางไว้บนผ้าขาวแทนแล้วกราบพระสวดมนต์บูชาพระ พุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ แล้วยกพานรือถาดกล่าวคำอธิฐานดังนี้

ข้าพเจ้าขอคืนของอิทธอฤทธิ์ของอาถรรพ์ เวทมนต์คาถาอาคม เทพ สัตว์ วิญญาณ ผีสาง นางไม้ ไฝปานที่ไม่ดีที่ข้าพเจ้าได้รับมาโดยรู้เท่าถึงการณ์ก็ดี ไม่รู้เท่าถึงการณ์ก็ดีจำได้ก็ดีจำไม่ได้ก็ดีที่กำลังส่งผลให้ข้าพเจ้า บุคคลภายในบ้านทุกข์กายทุกข์ใจข้าพเจ้าขอคืนของทั้งหมดเหล่านี้ให้กับครูบาอาจารย์ที่รับมา ขอให้ครูบาอาจารย์รับของทั้งหมดคืนตั้งแต่ขณะจิตนี้เป็นต้นไป การคืนของดังกล่าวนี้หากจะมีบาปกรรม ทั้งมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมด้วยเทอญ

เมื่อกล่าวเสร็จแล้วกราบพระ เอาผ้าขาวห่อของเหล่านั้นนำไปลอยน้ำจะเป็นบ่อน้ำ น้ำนิ่ง น้ำไหลก็ดี ขณะที่ลอยนั้นให้เปิดห่อผ้าขาวออกแล้วค่อยๆเทของเหล่านั้นลงไปในน้ำพร้อมอธิฐานดังนี้ ข้าพเจ้าขอฝากของเหล่านี้ไปกับแม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระเพลิง แม่พระพาย แม่พระโพสพ ไปให้กับครูบาอาจารย์เดิมที่รับของอาถรรพณ์นี้มาด้วย หลังจากคืนของอาถรรพ์แล้ว ต้องทำบุญตักบาตรแผ่เมตตาจิตในบุญกุศลครั้งนี้ให้กับตนเองและทุกคนในบ้าน ครูบาอาจารย์พร้อมทั้งเทพสัตว์ วิญญาณนั้น ๆ ทำติดต่อกัน๓-๗วัน และต้องสวดมนต์ทำสมาธิอย่างต่อเนื่องจะดีมากๆ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

Leave a Reply