ศิษย์สองสำนัก หลังแดงศิษย์วัดสะพานสูง หลังดำศิษย์วัดสาลีโข

หากกล่าวถึง วัดสะพานสูง คงต้องนึกถึงพระเกิชื่อดังคือ หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม ซึ่งท่านมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคาราพบูชาอย่างมาก จึงได้มีประวัติเล่าขานตำนานแห่งความคงกระพันของพุทธคุณเครื่องรางต่างๆ วันนี้เราจึงขอมานำเสนอเรื่องราวของลูกศิษย์สายเหนียวของท่านอีกหนึ่งคือ อาจารย์แปลก ร้อยบาง มาให้ทุกท่านได้อ่าศึกษาเป็นความรู้ ไปชมกันเลย

ครั้งหนึ่งเมื่ออาจารย์แปลกมาพักพิงอยู่ที่วัดสะพานสูง ในยุคนั้นชื่อเสียงกิติศักดิ์ของท่านขจรขจายตั้งแต่สมัยท่านบวชอยู่วัดท่าเกวียนแล้ว ท่านมีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากที่เข้าไปหาท่านขอให้ช่วยสักยันต์ลงกระหม่อม การสักของท่านจะสักน้ำมัน รอยสักจึงมองไม่ค่อยเห็น ลวดลายจะออกสีแดงซึ่งต่างจากสำนักวัดสาลิโขซึ่งหลวงพ่อจำปาสมภารวัดสาลิโขท่านจะสักด้วยหมึกจึงมีสีออกดำแกมน้ำเงิน แยกศิษย์ทั้งสองสำนักด้วยสีและลายสักได้อย่างชัดเจน จึงมีการเรียกขานอุปมาอุปไมยว่า หลังแดงศิษย์วัดสะพานสูง หลังดำศิษย์วัดสาลีโข แต่มีศิษย์ส่วนน้อยที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ท่านอาจารย์แปลกฯสักยันต์ที่ลำตัวให้ ส่วนใหญ่ท่านจะลงกระหม่อมให้มากกว่า พุทธคุณไปทางด้านคงกระพันชาตรี

ส่วนบางคนที่ทำงานรับราชการหรือค้าขายที่ใช้ปากหาความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ลาภ ยศ สรรเสริญ ท่านก็จะสักลงนะให้ที่บริเวณเหนือริมฝีปากลอยต่อติดกับแก้ม ถ้าลงนะที่ด้านขวาใช้สำหรับเมตตาเข้าหาเจ้านาย เจรจาความ ผู้ที่ลงนะด้านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่หาความเจริญก้าวหน้าสร้างฐานะให้ร่ำรวย เจ้านายช่วยเหลืออุปถัมภ์ค้ำชูให้ความเมตตาลูกน้องเคารพศรัทธา ถ้าลงนะที่ด้านซ้ายใช้สำหรับเข้าหาเรื่องผู้หญิง (ผู้ที่สักนะด้านซ้ายส่วนใหญ่จะมีภรรยามาก) พูดเจรจากับผู้หญิงแล้วทำให้หลงใหลในคำพูด เป็นผู้มีเสน่ห์ประเภทหญิงเห็นแล้วหลงเห็นแล้วรัก ประเภทลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมือง

ส่วนการลงกระหม่อมของอาจารย์แปลกนั้นถือว่าขึ้นชื่อลือนามเป็นที่ยอมรักกันมากทางด้านคงกระพันชาตรี เพราะท่านเป็นฆราวาสจึงสามารถที่จะลองของหลังเสร็จการลงกระหม่อมทันที เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้ถวายตัวเป็นศิษย์ จึงไม่ผิดไม่เข้าข่ายอวดอุตริมนุษย์ธรรมตามพระธรรมวินัย ปัจจุบันชื่อของท่านอาจารย์แปลกฯก็ยังคงเล่าขานจากคนเก่าคนแก่ย่านวัดสะพานสูงอยู่จนทุกวันนี้

การทดสอบพุทธคุณหลังลงกระหม่อมของท่านอาจารย์แปลกฯนั้น ท่านมีสิ่งของสำหรับทดสอบว่าหลังจากท่านทำพิธีลงกระหม่อมให้แล้วมีพุทธคุณเพียงพอหรือไม่มีอยู่ ๓ ชนิด คือ ๑. มีดโกน ๒. มี ดดาบ ๓. ไม้ลวกเหลาปลายแหลมเผาไฟ วิธีการของท่านก็คือ หลังเสร็จพิธีลงกระหม่อมถ้าอยู่ใกล้ตัวท่านระหว่างที่ลูกศิษย์กำลังไม่ระวังตัวท่านจะหยิบมีดโกนกรีดไปตามลำตัวจนแดงเป็นรอยแนวทางยาว แต่ก็มีลูกศิษย์ที่รู้กิติศัพท์ของท่านและเตรียมตัวมีการระวังตัวตลอดเวลา

เมื่อรู้ว่าเสร็จพิธีก็จะรีบถอยห่างไม่ให้ท่านอาจารย์แปลกใช้มีดโกนกรีดตามลำตัว เพราะใจกลัวๆกล้าๆ ท่านอาจารย์แปลกก็จะใช้มีดดาบที่อยู่ใกล้ตัวหยิบมาทดสอบกลางหลังทันที เสียงดังของมีดที่กระทบหลังจะได้ยินชัดจนหลังแอ่น ที่เจ็บตัวมากที่สุดก็เห็นจะเป็นผู้ที่กลัวมากๆแต่ก็อยากจะให้ท่านลงกระหม่อมให้ พวกนี้จะใช้ความเร็วรีบวิ่งหรือกระโดดหนี

แต่ความไวไม่ทันอาจารย์แปลกท่านหยิบไม้ลวกเหลาปลายแหลมเผาไฟพุ่งไปที่กลางหลังอย่างรวดเร็ว เมื่อโดนที่หลังแล้วหลังแอ่นทุกรายจะมีความเจ็บปวดอย่างมาก แต่เมื่อเห็นว่าไม้ลวกหล่นตกอยู่ที่พื้นไม่ปักหลังก็ใจชื้น เกิดความมั่นใจสูงมากว่าตนเองนั้นคงกระพันสำหรับการลองของหลังเสร็จพิธีหรือได้รับวัตถุมงคลจากท่านอาจารย์แปลก

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวของอาจารย์แปลกอาจารย์สายฆราวาสจอมขมังเวทย์ที่เป็นตำนานเล่าขานสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ได้นำมาเผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

ใส่ความเห็น