ศิษย์”หลวงปู่หน่าย” ดวลปืนปะทะกับศิษย์”หลวงพ่อเทียม”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ศิษย์”หลวงปู่หน่าย” ดวลปืนปะทะกับศิษย์”หลวงพ่อเทียม” นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

เมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๕๐๐-๒๕๒๐ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงเวทวิทยาคมมากมายหลายท่านเช่น หลวงพ่อนอวัดกลางท่าเรือ(ทำตะกรุดหนังเสือสร้างวัด),หลวงพ่อหวานวัดดอกไม้(๑ใน๑๐๘ที่เสกพิธี๒๕ศตวรรษ),หลวงปู่หน่ายวัดบ้านแจ้ง(สืบทอดพุทธาคมจากหลวงปู่ศุขวัดมะขามเฒ่า),หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช(ตะกรุดรัตนมาลา ราคาเล่นหาเกือบแสน),หลวงพ่อออดวัดบ้านช้าง(เสกอักขระออกจากปาก),หลวงพ่อฟ้อนวัดบ้านพาด(คาถาหัวใจพญาเสือโคร่ง),หลวงพ่อพรหมวัดขนอนเหนือ(เสกผ้ายันต์บินได้อย่างผีเสือ)ฯลฯ จะเรียกว่าเป็นยุคทองของพระผู้เรืองอาคมอีกยุคสมัยหนึ่งก็ว่าได้

สมัยนั้นหากใครได้เป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ที่เอ่ยนามมาข้างต้นจะมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก มากถึงขนาดนำคุณวิเศษของอาจารย์ไปเอ่ยอ้างว่าท่าน“เก่งกว่าใครๆ”และแล้วก็มีคนนำความเก่งของอาจารย์ตัวเองไปคุยโวโอ้อวดยกตนข่มลูกศิษย์ของพระอาจารย์ท่านอื่นเข้าจนได้ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ยอมกันไม่ได้ ศึกแห่งศักดิ์ศรีจึงเกิดขึ้น

“ลุงระเบียบ สมตัว” เป็นคนตำบลหันสัง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แกมาทำงานที่โรงงานทอผ้าในซอยเสนานิคม๒จึงรู้จักกับผู้เขียนแกเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๖ ณ พิธีแต่งงานแห่งหนึ่งในตำบลหันสังซึ่งเป็นบ้านของเจ้าสาวส่วนเจ้าบ่าวก็เป็นคนแถววัดกษัตราธิราชหลังแขกเหรื่อที่มาร่วมงานกลับบ้านกันหมดแล้ว(งานเช้า) แต่งานฉลองก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะญาติสนิทของทั้ง๒ฝ่ายยังไม่ยอมแยกย้าย ขณะนั้นต่างฝ่ายต่างก็เมากันได้ที่ญาติเจ้าบ่าวที่คาดตะกรุด“รัตนมาลา”ของ“หลวงพ่อเทียม” รู้ว่าญาติฝ่ายเจ้าสาวเป็นลูกศิษย์สักยันต์ของ“หลวงปู่หน่าย”(ขณะนั้นชื่อเสียงของพระอาจารย์ทั้งสองท่านโด่งดังตีคู่กันมา)จึงพูดจายกตนข่มท่านแนวว่าหลวงพ่อเทียมท่านเก่งกว่า

ฝ่ายลูกศิษย์หลวงปู่หน่ายเมื่อโดนลูบคมหยามศักดิ์ศรีเช่นนั้นก็ยอมไม่ได้เพราะตนเป็นนักเลงเจ้าถิ่น และก็เพราะอาจารย์ตนคือ๑ใน๑๐๘พระคณาจารย์ที่ได้รับคัดเลือกให้เสกพระเครื่องพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคกรุงรัตนโกสินทร์(พิธี๒๕พุทธศตวรรษ) จึงเอ่ยปากท้าทายว่า“หากมึงคิดว่าอาจารย์มึงเก่งกว่าอาจารย์กู ก็มาดวลปืนกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ถ้ามึงไม่กล้าให้คลานเข่ากลับวัดกษัตราไป” ที่ประลองพุทธานุภาพของสองศิษย์สองพระอาจารย์ คือสะพานไม้ข้ามคลองชลประทานที่อยู่ใกล้กันนั้นโดยต่างฝ่ายต่างก็ถือปืนยืนบนสะพานหัวท้าย แล้วหันหน้าเข้าหากันในระยะไม่ถึง๔เมตร(ศิษย์หลวงพ่อเทียมใช้ปืนโคลท์ขนาด.๔๕ ส่วนศิษย์หลวงปู่หน่ายใช้ปืนลูกโม่ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสันขนาด.๓๕๗) พอได้สัญญาณต่างฝ่ายต่างก็ยิง

ได้ยินเสียงปืนดังติดๆกันถึง๔นัด(ยิงคนละ๒นัด) ลูกปืนเข้าที่หน้าอกของคนทั้งสองก่อนจะกระเด็นตกน้ำไปทั้งคู่ คนที่ชมการดวลปืนในครั้งนั้นต่างพากันเงียบกริบ ไม่ถึงอึดใจต่อมาทั้งคู่ก็พากันว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งทางด้านกองเชียร์ของตนเองโดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย จะมีความเสียหายบ้างก็คือ“เสื้อของทั้งสองคนเป็นรูที่เกิดจากคมกระสุน กับเนื้อตัวที่เปียกมะล่อกมะแล่กและทำให้ผมทรงเทห์ๆที่ทาเจลไว้เสียทรง”เมื่อกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายเห็นดังนั้นก็นึกถึงพระอาจารย์ฝ่ายตนแล้วยกมือขึ้นไหว้สูงท่วมหัวปากเอ่ย “สาธุๆ”เสียงดังอื่ออึง

หลังขึ้นจากน้ำได้แล้วต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าได้เจอ“คนจริง คนดีศรีอยุธยา”เข้าให้แล้ว ท่าทีของคนทั้งคู่จึงเปลี่ยนไป กลายเป็นเกรงใจและยอมรับนับถือกันและกัน จากนั้นทั้งคู่ก็รีบยกมือขึ้นไหว้พร้อมเอ่ยปากขอมาลาโทษเสร็จก็พากันเดินกอดคอกลับมายังบ้านงาน ทุกคนที่บ้านต่างก็ดีใจที่ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยดีและที่สำคัญนับจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครเอ่ยปากพูดจาดูหมิ่นดูแคลนครูบาอาจารย์กันอีกเลย สรุปว่านอกจากจะได้ลูกเขยเพิ่มมา๑แล้ว บ้านนี้ยังได้ญาติผู้ใหญ่เพิ่มมาอีกคน ในฐานะที่เป็น“พี่น้องร่วมสาบาน”นับว่าคุ้มจริงๆ

ยังไม่ได้บอกเลยว่าลูกศิษย์ของหลวงปู่หน่ายแกสักยันต์อะไรคมกระสุนขนาด๑๑มม.จึงไม่สามารถทะลุผิวหนังได้ ศิษย์ของหลวงปู่หน่ายสัก“ยันต์เก้ายอด”อยู่ข้างหลังด้านบนสุดมี “ยันต์๘ทิศ”ถัดลงมาไหล่ซ้ายขวาเป็นรูป “ลิงลม” ส่วนด้านหน้าเป็นอักขระ๓แถวขึ้นรูปเป็น “ยันต์สร้อยสังวาล”

ที่มา วิถีไสยศาสตร์ชาติไทย
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

Leave a Reply