สยบพวกลองวิชา แทงทะลุพื้นไม้แตกเป็นเสี่ยงๆด้วยมือ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ สยบพวกลองวิชา แทงทะลุพื้นไม้แตกเป็นเสี่ยงๆด้วยมือ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงปู่ซุน พระเถราจารย์ผู้เข้มขลังเมืองตักสิลานคร (มหาสารคาม) ภิกษุผู้มีตบะบารมีแก่กล้าศิษย์หลวงปู่สำเร็จลุนแห่งเมืองนครจำปาศักดิ์ พระครูสุนทรสาธุกิจ(หลวงปู่ซุน)วัดบ้านเสือโก้กเกิดเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๒๙ บิดาชื่อคำตัน มารดาชื่อผลเป็นบุตรคนที่๘ในจำนวนพี่น้องร่วมบิดามารดา๑๐คน เกิดที่บ้านเปือยเขตอำเภอเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด คุณพ่อคำตันตั้งชื่อบุตรชายคนนี้ว่า ซุน นามสกุล ประสงค์คุณ เมื่อเด็กชายซุนอายุได้๕ขวบ บิดา มารดา ได้พาย้ายถิ่นที่อยู่เพื่อหาแหล่งทำกินใหม่ พร้อมกับญาติพี่น้องหลายครอบครัวมาอยู่ที่บ้านหนองเสือโฮ้ก(บ้านเสือโก้กในปัจจุบัน) โดยการเดินเม้ามา เมื่ออายุ ๑๔ ปีจึงได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบ้านเสือโก้กโดยมีพระอาจารย์สีดาเป็นผู้บรรพชาให้

เมื่อบวชเป็นสามเณรท่านได้ออกธุดงศ์เพื่อศึกษาหาความรู้ ตามสถานที่ต่างๆจนกระทั่งไปถึงใกล้เขตประเทศลาว ได้ข่าวว่ามีพระเกจิชื่อดังอยู่ที่ฝั่งลาวจึงตัดสินใจข้ามไปฝั่งประเทศลาว เพื่อที่จะขอฝากตัวเป็นศิษย์กับพระอาจารย์ พระอาจารย์องค์นั้นคือ สมเด็จลุนแห่งแขวงจำปาศักดิ์ด้วยความขยัน เคร่งในวินัย สามเณรซุน(ในขณะนี้)จึงได้รับความรู้ทั้งการเรียนและการอ่านหนังสือภาษาขอมและลาวได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งคาถาอาคมต่างๆต่อมาจึงได้กราบนมัสการลาพระอาจารย์กลับบ้านประเทศไทย

ครั้นอายุได้๒๐ปีครบอุปสมบทเป็นพระภิกษุจึงได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๙โดยมีพระครูอินทวงษาภิบาลเป็นพระอุปัชฌาย์วัดคุ้มในเมืองร้อยเอ็ดมีพระอธิการคือ วัดบ้านหนองไหลเป็นพระกรรมวาจาจารย์พระอธิการ คัมภีร์วัดบ้านบากเป็นพระอนุสาวนาจารย์เมื่อบวชเป็นพระแล้ว ท่านก็ได้พัฒนาบำรุงพุทธศาสนาตลอดจนถนนหนทาง หนองน้ำเพื่อให้เป็นแหล่งอาศัยของญาติโยม ทำตนเป็นที่พึ่งพิงของผู้คนทุกชนชั้น จนเป็นที่เลื่อมใสของผู้อื่นอย่างมากมายจนได้รับพระราชทานสมณะศักดิ์เป็นพระครูสุนทรสาธุกิจ

สืบเนื่องจากท่านไม่เป็นคนอยู่นิ่งชอบพัฒนามองกาลไกล ที่หมู่บ้านสนามในกลางป่ามีปางค์กู่เก่า มีวัตถุโบราณของมีค่ามากมายและสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีผู้คนเข้ามากราบไหว้เป็นประจำแม้จะอยู่กลางป่าท่านจึงคิดอยากจะสร้างองค์พระพุทธรูปใหญ่เพื่อครอบวัตถุโบราณไว้เพื่อป้องกันมิให้ศูนย์หายในคืนหนึ่งท่านจึงได้มานอนพักแรมที่แห่งนี้และได้ตั้งจิตอธิฐานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ตัวท่านขออนุญาตสร้างองค์พระใหญ่ หากว่ามีบุญบารมีพอที่จะสร้างเสร็จขอให้เข้านิมิตรหรือหากจะไม่สำเร็จประการใดขอให้ชี้แนะในนิมิตรนั้น

จนรุ่งเช้าท่านจึงได้บอกกับญาติโยมผู้ติดตามว่า เราจะสร้างพระพุทธรูปใหญ่ ณ ที่แห่งนี้ ขอให้ญาติโยมทั้งหลายบอกกล่าวต่อๆไปและจนในที่สุด ท่านก็ได้เริ่มก่อสร้างองค์พระพุทธรูปใหญ่ขึ้นในป่า เมื่อปี พ.ศ. และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. โดยมีชาวบ้าน สนาม เสือโก้กบ้านใกล้เคียงและที่สำคัญคือผู้เลื่อมใสท่านทางจังหวัดร้อยเอ็ด อย่างเจ้าของรถโดยสาร เสี่ยประเสริฐ (เสี่ยเซ้ง)ชื่อจริงว่า ประเสริฐ อินทรกำแพง พร้อมทั้งครอบครัวและเพื่อนๆมาช่วยในทุกๆด้าน จนสร้างได้สำเร็จอย่างไม่ยากนักและองค์ประพุทธรูปใหญ่องค์นี้ ท่านได้ตั้งชื่อปรางค์ว่า พระพุทธนิมิต ชินราชมัธยมพุทธกาลดังปรากฏเป็นหลักฐานไว้ให้ผู้คนชาวพุทธได้กราบไหว้บูชาตราบจนถึงทุกวันนี้

และทุกปีของวันเพ็ญเดือน๕(คือ ๑๕ ค่ำ เดือน ๕)ของทุกๆปีจะมีประเพณีสรงกู่ ณ วัดกู่สุนทราราม(วัดกู่สนาม)บ้านกู่สนาม ตำบลเสือโก้ก อำเภอวาปีปทุมจังหวัดมหาสารคาม วัดกู่สนามแห่งนี้ท่านได้ตั้งขึ้นพร้อมกับสร้างองค์พระใหญ่ และเมื่อท่านสร้างเสร็จไม่นานท่านก็เริ่มอาพาธและในที่สุดท่านก็ได้จากญาติโยมไปด้วยโรคชรามรณภาพที่วัดกู่สุนทราราม(วัดกู่สนาม)เมื่อวันที่ ๒๙กันยายน ๒๕๐๔ สิริอายุได้ ๗๖ พรรษา

กาลครั้งหนึ่งคุณตาทองแดงอดีตผู้จัดการวงหมอลำ(หัวหน้าวงหมอลำ)คณะหนึ่งในโผล่งฟ้าในอดีตปัจจุบันเป็นคณะดอกฟ้าสารคามยกให้ลูกชายสานต่อท่านคือตาผมเอง เป็นลูกศิษย์ที่สืบทอดวิชาจากหลวงปู่วิชาครูอ้อ วิชามหาช้างเทียมแม่(ตัวผู้)และ(ตัวเมีย)ฯลฯ สืบทอดวิชาในช่วงปีพ.ศ.๒๔๙๘-๒๕๐๐ล้ำเรียนวิชากับหลวงปู่ถึงสองปีเต็ม เรียนกับเพื่อน ปัจจุบันเป็นทหารเกษียนราชการแต่ก็ยังกลับมาไหว้ครูทุกปีจนหลวงปู่สิ้นอายุไข

เรื่องมีอยู่ว่าในช่วงปี๒๔๙๘-๒๔๙๙ในขณะที่หลวงปู่จำวัดอยู่ก็มีบุคคลที่ปกปิดใบหน้าหนึ่งคนนำมะพร้าวมาด้วยสองลูก เพื่อจะมาถวายหลวงปู่(ลองวิชา) พอเดินมาถึงกุฏิหลวงปู่ก็ได้ยกลูกมะพร้าวขึ้นเหนือหัวแล้วเอาสองมือจับลูกมะพร้าวบีบมะพร้าวแตกคามือ แล้วเอามือปาดนวนมะพร้าวพร้อมถวายใส่มือให้หลวงปู่บอกหลวงปู่ว่าให้ไปจากนี้เถิด หลวงปู่เลยตอบไปว่า“สิให้ไปใสน้อพ่อออก เก่งปานนั้นติพ่อออก”

พอหลวงปู่พูดจบหลวงปู่ยกนิ้วทั้งห้าพนมมือแล้วใช้อีกมือแท งลงไปในพื้นไม้ที่อยู่กุฏิท่านไม้มีความหนาประมาณ ๔นิ้วแล้วสะบัดมือจนไม้แตกเป็นสายไปถึงคนที่นำมะพร้าวมาถวายหลวงปู่ ทันใดนั้นบุคคลนั้นก็กราบหลวงปู่สามครั้งแล้วเดินหนีไป โดยไม่หันหน้ากลับมาอีกเลยเป็นอีกคำเล่าขานที่ผมได้ยินมาจากตาผมเองซึ่งปัจจุบันท่านเสียชีวิตแล้วเหลือเพียงแต่ตำนานที่ท่านได้เล่าให้ฟังและพระคาถาที่ตาได้สั่งสอนไว้ให้ใช้ยามคับขัน วัตถุมงคลที่ตาได้จากหลวงปู่มีรูปถ่ายเหรียญรุ่นแรก รุ่นสอง ตะกรุด สืบถอดมรดกให้น้องชายยังมีชีวิตอยู่ของทุกชิ้นยังเหลือครบ

โจรลักวัวหลวงพ่อซุน เรื่องราวที่ผู้คนเล่าขานสืบต่อกันมาเมื่อครั้งสมัยที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบันกับเหตุการณ์โจรขโมยวัว ขอย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อครั้งนั้นที่วัดของหลวงปู่มีวัวที่หลวงปู่เลี้ยงไว้ที่ชาวบ้านนำมาถวายที่ใช้สำหรับลากเกวียนหรือใช้งานอย่างอื่นภายในวัด หลวงปู่เป็นพระนักพัฒนาที่ไม่ยอมหยุดนิ่งมักหาสิ่งหนึ่งสิ่งใดทำอยู่ประจำตลอดเวลา รวมไปถึงการสร้างพระใหญ่อีกด้วย เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีความเจริญเท่าที่ควร วัวจึงเป็นพาหนะชั้นดีในการขนสิ่งของ

ในค่ำคืนอันเงียบสงัดกลับมีโจรอยากลองดีมาลักขโมยวัวซึ้งเป็นพาหนะของหลวงปู่ไป ไม่ละอายแก่บาปบุญคุณโทษ เเต่เหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น โจรใจบาปเหล่านั้นไม่สามารถนำวัวออกจากวัดหลวงปู่ได้ จูงวัวรอบวัดหาทางออกไม่เจอ เดินวนรอบวัดเป็นรอยเท้าคนและรอยเท้าวัวเต็มไปทั่วบริเวณวัด สันนิษฐานว่าคงจะเดินทั่งคืนเป็นแน่ โจรใจบาปคงจะรู้ตัวว่าเจอดีเข้าให้จึงพากันหลบหนีไปเฉพาะตัวเองทิ้งวัวที่จะขโมยไปไว้ที่วัดเหมือนเดิม พอรุ่งเช้ามาพระลูกวัดและชาวบ้านต่างพากันมาดูรอยเท้าคนที่จูงวัวรอบวัดกันทังคืนสร้างความประหลาดใจต่อสายตากันอย่างมากที่มีคนมาขโมยวัวหลวงปู่ไปแต่เอาไปไม่ได้ จนกลายเป็นคำเล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน (ข้อมูลที่มีอาจจะเรียบเรียงได้ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่นะครับแต่ก็พอที่จะให้ผู้ที่กำลังสนใจในเรื่องราวของหลวงปู่ได้ทราบกันไม่มากก็น้อยครับ ขอบคุณครับ)

Cr.หน่อย กันทรวิชัย , กอล์ฟ Anupon

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

Leave a Reply