สิงโตหินหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพ่อหลวง ร.๙

กล่าวถึงวิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญหาข้อดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ

ไพฑูรย์บอกว่ามนุษย์ทุกคนเมื่อแรกเกิดมาจะมีหัวใจอันบริสุทธิ์เหมือนผ้าสีขาว ครั้นเติบโตเจริญวัยขึ้นได้รับรู้เรื่องราวรอบตัวได้รับรู้อารมณ์ความรู้สึกจากคนใกล้ชิดจากผู้คนรอบข้างทำให้หัวใจอันบริสุทธิ์เหมือนผ้าสีขาวมีรอยด่างดำเพิ่มขึ้น

ภาพถ่ายหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ

การอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ผู้ปกครองและครูบาอาจารย์จึงเปรียบเสมือนผงซักฟอกที่จะช่วยขจัดรอยด่างดำในหัวใจของเด็กให้มีความขาวคงทนแต่ก็นั่นแหละพอพ้นจากสายตาของพ่อแม่ผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ก็อยู่ที่ว่าเด็กจะรู้จักการคบเพื่อนที่ดีหรือไม่ เรื่องนี้พ่อแม่ผู้ปกครองครูบาอาจารย์ต้องอบรมสั่งสอนเน้นหนักแยกเพื่อนดีกับเพื่อนชั่วให้เด็กได้รู้จักแยกแยะการคบเพื่อนเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน

สมัยเมื่อไพฑูรย์เป็นเด็กบ้านนอกอยู่จังหวัดตากพ่ออบรมสั่งสอนอยู่ ๓ อย่างคือให้ประพฤติดีทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมทำมาหาเลี้ยงชีพโดยสุจริตไม่หาเลี้ยงชีพด้วยมิจฉาชีพให้ปกป้องคนดีพิทักษ์แผ่นดินถิ่นเกิดไม่ทรยศต่อชาติบ้านเมือง

ครั้นเมื่อได้มาเป็นบุตรบุญธรรมของท่านผู้มีพระคุณท่านยังเพิ่มเติมว่าให้รักศักดิ์ศรีรักษ์วงศ์ตระกูลเท่าชีวิตเหมือนจามรีที่เมื่อขนของตัวเองพันกับกิ่งไม้ แม้จะรู้ว่าพรานกำลังเล็งธนูมายังตัวเองก็ไม่เกรงชีวิตใช้ปากและฟันปลดขนที่พันออกไปก่อนจะหนีต่อไป พรานฉวยโอกาสยิง จนดับดิ้นลงเหมือนโคลงโลกนิติที่ว่า

‘’จามรีขนข้องอยู่หยุด ปลดชีพบ่รักรักยศยิ่งไซร้’’

อย่าทำตัวเป็นกวางที่เห็นแก่กินในนิทานอีสปที่เข้าไปแอบในพุ่มไม้ใบหนาจนพรานที่ตามรอยมามองไม่เห็นเมื่อพรานผ่านเลยไปจึงเอาปากเล็มกินใบไม้อย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่ได้นึกว่าพุ่มไม้ใบบังช่วยให้ชีวิตตนรอดจากปลายแหลมของธนูจากนายพราน พอเล็มใบไม้บางลงนายพรานจึงมองเห็นกวางปล่อยสายธนูวิ่งเข้าทะลุหัวใจของกวางตายคาพุ่มไม้กวางตายเพราะไม่รู้จักคุณของต้นไม้ คนเราก็ตายเพราะความโลภไม่รู้คุณคนนั่นเอง

จะโทษอะไรไม่ได้เลยนอกจากการไม่ยับยั้งชั่งใจปล่อยให้โทสะเข้ามาครอบครองใจ ให้โมหะมาหนุนให้กระทำความชั่วด้วยการดวลกับท่านขุนตระเวนฯ ทำให้ต้องติดคุกหมดทั้งชื่อเสียงและความดีที่สะสมจากคุณชายวรรณวินมาเป็นนักโทษชายไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามเป็นจอมอาชญากรหมายเลข ๑ ที่มีโทษประหารและจำคุกอีก ๑๐๐ กว่าปีเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น

พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.๙

จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานอภัยโทษเมื่อปีพ.ศ.๒๕๐๐ ฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษจึงหันมาเขียนหนังสือเล่าเรื่องชีวิตจริงของอาชญากรจากบางขวางมิใช่เพื่ออวดความเก่งกล้าแต่เพื่อชี้ให้เห็นว่าอาชญากรรมไม่เคยทำให้ใครได้ดีนอกจากถูกตามล่าจากผู้รักษากฎหมายไม่ถูกวิสามัญก็อาจจะถูกโทษประหารจำคุกตลอดชีวิตหรือติดคุกกว่า ๒๐ ปี ถูกจองจำในเรือนจำบางขวางที่รวมของอาชญากรจากทุกภาคในประเทศไทย

ชื่อเสียงเกียรติยศ มลายสิ้นพ้นโทษออกมามีตราบาปว่าเป็นอ้ายขี้คุกไม่มีใครยอมรับเข้าทำงานเพราะกลัวเกิดเรื่องร้ายแก่ธุรกิจของตนและแก่คนงานในบังคับบัญชาสำหรับไพฑูรย์แล้วนับว่าโชคดีที่ได้ช่วยเหลือราชการงานราชทัณฑ์ในด้านการเป็นพี่เลี้ยงนักโทษประหารและนักโทษเด็ดขาดต่างๆช่วยเหลือระงับเหตุร้ายในเรือนจำท่านผบ.เรือนจำจึงทำหนังสือรับรองพิเศษให้ทำให้บริษัทยามยอมรับเข้าทำงานก่อนจะมาเขียนประวัติชีวิตเลี้ยงชีพ

ไพฑูรย์บอกว่าสิ่งแรกที่ทำหลังจากออกจากคุกคือการบวชอุทิศกุศลให้กับบิดามารดาและท่านผู้มีพระคุณที่ได้รับเมตตารับเป็นบุตรบุญธรรมเจ้ากรรมนายเวรที่ได้เคยเข่นฆ่ามาทุกรายขออโหสิกรรมที่ทำต่อกันมาอย่าได้ผูกไปชาติหน้าและเดินทางไปกราบนมัสการรูปหล่อหลวงพ่อเดิมท่านพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (พุทธสโร) แห่งวัดหนองโพที่เป็นทั้งหลวงพ่อและพ่อคนที่สามหลังจากท่านผู้มีพระคุณที่รับเป็นบุตรบุญธรรม

ให้ดวงพระวิญญาณของหลวงพ่อเดิมได้รับส่วนกุศลที่ศิษย์ของหลวงพ่อที่ชื่อไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามอดีตเสือร้ายที่วางอาวุธทุกอย่างลงเพื่อดำรงตนด้วยอาชีพสุจริต ให้ดวงพระวิญญาณของหลวงพ่อได้ประจักษ์ว่าต่อจากนี้ไปไม่มีคำว่าเสือไพฑูรย์ นักโทษชายไพฑูรย์

จะมีแต่นายไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามที่เป็นสุจริตชนต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องราวชีวิตของสิงโตหินหรืออาจารย์ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามที่ข้าพเจ้าเคารพนับถือ นักเลงโบราณเสือร้ายสมัยก่อนท่านทำไปเพราะสถานะการบังคับและจำเป็นแต่ก็มีคุณธรรมประจำใจจึงมีแต่ของดีบารมีครูบาอาจารย์คุ้มครองใวห้รอดพ้นจากอันตรายในทุกๆสถานการบอกหยุดก็หยุดจริงๆ

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันพฤหัสบดีหรือทุกวันระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงหลวงพ่อแช่มและครูบาอาจารย์ที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)

**เคล็ดหัวใจพระคาถา**

ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด +ว่าเกิดจากอะไรเรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับ+

**ลองพิจารณาย้อนที่มาของสิ่งของดู** เมื่อรู้เคล็ดอาคมนี้แล้วจะทราบได้ด้วยตัวเองครับถือเป็นเคล็ดชั้นสูงเลยทีเดียว

ใส่ความเห็น