สุดยอดของขลังที่ ขุนพันธ์และเสือฝ้าย ศรัทธามากที่สุด

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ สุดยอดของขลังที่ ขุนพันธ์และเสือฝ้าย ศรัทธามากที่สุด นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

เวลาที่ขุนพันธ์มือปราบหนังเหนียวได้ออกปฏิบัติหน้าที่ ท่านจะแขวนพระเครื่องคู่กายออกไปปราบโจรเสือร้ายต่างๆ เชื่อว่า พระเครื่องสุดขลังของท่านทำให้ท่านแคล้วคลาดปลอดภัยมาตลอดโดยพระที่ท่านนับถือนั่น แขวนเป็นองค์ประธานที่สร้อยคอนั่นก็คือ”พระปรุหนัง”ที่รำลือในเรื่องของคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด ปลอดภัย ไม่เว้นแต่ เสือฝ้าย ก็ศรัทธาในพระปรุหนังมากที่สุดเช่นกัน

พระปรุหนังอยุธยาเป็นพระเครื่องที่ถือกำเนิดสมัยอยุธยาตอนต้นโดยมากจะเป็นพระเครื่องฝีมือช่างอู่ทองแต่ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างสรรค์ศิลปะของตนขึ้นมาด้วยเรียกศิลปะนี้ว่า ศิลปะอยุธยาบริสุทธิ์ อาทิ พระขุนแผนเคลือบ พระขุนแผนใบพุทรา พระวัดตะไกร พระซุ้มไข่ปลา และพระเครื่องพิมพ์ปรุหนัง พระปรุหนัง จัดเป็นพระเครื่องประเภทประณีตศิลป์สร้างด้วยฝีมือสกุลช่างชั้นครูแห่งอยุธยา

กำเนิดขึ้นในสมัยอยุธยายุคต้นเป็นพระศิลป์อยุธยาบริสุทธิ์ที่งดงามยิ่งมีความอลังการเป็นเลิศเหนือพระเครื่องเนื้อชินของอยุธยาทั้งหมดและยากจะหาพระพิมพ์ใดเสมอเหมือนที่มาแห่งชื่อ”ปรุหนัง”ด้วย พระปรุหนังเป็นพระพิมพ์แบบฉลุเน้นพุทธลักษณะและรายละเอียดต่างๆคล้ายกับการฉลุปรุโปร่งตัวละครหนังตะลุง นักเลงพระยุคเก่าจึงขนานนามพระพิมพ์นี้ว่า”ปรุหนัง”และเรียกขานกันมาจนทุกวันนี้

พระประหนังอยุธยารูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดกว้างประมาณ๔ซ.ม.และสูงประมาณ๕ซ.ม.ตรงกลางเป็นองค์พระพุทธประทับนั่งปางมารวิชัยขัดสมาธิราบเหนืออาสนฐานบัว๒ชั้น รอบข้างและเหนือองค์พระเป็นซุ้มเรือนแก้วประทับลวดลายช่อชัยพฤกษ์ด้านข้างซ้ายและขวาขององค์พระดังกล่าว เป็นองค์พระโมคคัลลาน์และพระสารีบุตรซึ่งเป็นพระอัคสาวกยืนพนมมือรายละเอียดและพุทธลักษณะต่างๆเน้นชัดเจนมาก ทั้งนี้เพราะฉลุพื้นผนังจนโปร่งใสแต่ในบางองค์เทหล่อแบบทึบตันทั้งองค์ก็มี ซึ่งพบเห็นน้อยมากๆพิมพ์ทรง พระปรุหนัง อยุธยา เท่าที่พบและเล่นหากันเป็นแบบมาตรฐานสากล มีอยู่ทั้งหมด๕พิมพ์ด้วยกัน ดังนี้

๑.พิมพ์บัวเป็ดเป็นพิมพ์ที่ได้รับความ”นิยม”สูงที่สุด ๒.พิมพ์บัวก้างปลาซึ่งได้แยกได้อีกเป็น๒แบบคือ บัวถี่และบัวห่าง๓.พิมพ์บัวกลีบ แบบขนมต้ม ๔.พิมพ์ลีลา ๕.พิมพ์เดี่ยวเนื้อเท่าที่พบก็มี เนื้อชินเงินซึ่งมีทั้งผิวสนิทดำและผิวปรอทสีขาว,เนื้อชินปนตะกั่วหรือที่เรียกกันว่า”ชินสังฆวานร”มีความอ่อนตัวปิดงอได้เล็กน้อยและเนื้อดินเผาซึ่งเนื้อดินเผานั้นไม่ได้รับความ”นิยม”เพราะจำนวนพระขึ้นจากกรุไม่มากนักประกอบกับพระที่สร้างในชั้นหลังหรือพระยุคหลังล้อพิมพ์สมัยมีมาก การแตกกรุ พระปรุหนัง อยุธยา แตกกรุปรากฏโฉมเป็นปฐม

SONY DSC

เมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๔๔๐ที่กรุวัดพุทไธสวรรค์แต่มีจำนวนไม่มากนักแค่หลัก”สิบ”เท่านั้น ต่อมาได้พบอีกที่กรุวัดพระศรีสรรญเพชญ์และกรุวัดมหาธาตุปี๙๕จำนวนน้อยเช่นกันและส่วนใหญ่ชำรุดผุกร่อนเนื่องจากพระบรรจุในกรุสถานที่แวดล้อมน้ำท่วมถึงซึ่งในช่วงนั้นพระปรุหนังไม่เป็นที่แพร่หลายและรู้จักกันอย่างกว้างขวางในแวดวงพระเครื่องเท่าใดนัก จนกระทั่งพระปรุหนังแตกกรุอีกหลายๆครั้งที่กรุวัดชนะสงคราม,กรุวัดราชบูรณะทั้งอย่างไม่เป็นทางการและเป็นทางการเมื่อปีพ.ศ.๒๕๐๐ และครั้งสุดท้ายพบที่กรุวัดปราสาทเมื่อปีพ.ศ.๒๕๐๖ ทั้ง๓กรุดังกล่าวพบพระปรุหนังพิมพ์ต่างๆเป็นจำนวนมากชื่อเสียง”พระปรุหนัง”ก็เริ่มโด่งดังขจรขจายไปทั่ววงการพระเครื่องในแง่ศิลปสมัยจนเป็นที่นิยมแสวงหาและมีประสบการณ์อิทธิปาฏิหาริย์ในที่สุด

เนื้อพระพระปรุหนังถ้าเป็นเนื้อชินปนตะกั่วหรือชินสังฆวานรผิวสีดำอมเทามีคราบไขขาวเกาะบางๆเป็นหย่อมๆตามซอกมุมเนื้อชนิดนี้มีความอ่อนตัวบิดงอได้เล็กน้อยแต่ไม่เปราะหักง่าย เพราะมีความเหนียวแฝงความอ่อนนุ่มส่วนเนื้อชินเงินสามารถแยกออกเป็นแบบผิวสนิมดำและผิวปรอทผิวสนิมดำนั้นเนื้อจะผุกร่อนเป็นขุยเกล็ดและเนื้อระเบิดแตกปริปะทุออกมาหรือที่เรียกกันว่า สนิมตีนกาและสนิมเกล็ดกระดี่นั่นเอง ยิ่งในองค์ที่อยู่ใต้พื้นกรุเนื้อพระจะยิ่งผุกร่อน และระเบิดจนชำรุดยากต่อการรักษาสภาพผิวปรอทนั้นก็เหมือนกับพระพิมพ์กรุราชบูรณะ ที่พบเห็นกันบ่อยๆนั่นเหละ มีคราบปรอทสีขาวฉาบผิวโดยทั่วไปแต่ก็จะมีผิวสนิมดำเป็นผื่นตามมุมต่างๆเนื้อผิวชนิดนี้ถึงแม้ว่าจะ”แข็ง”แต่มักจะมี รอยร้าวคล้ายกับ”ชำรุด”ที่ด้านหลังพระปรุหนังอยุธยา

วงการพระเครื่องแยกออกเป็นกรุเก่าและกรุใหม่ พระกรุเก่าหมายถึงพระที่พบในช่วงแรกๆเช่นกรุวัดพุทไธสวรรค์,กรุวัดศรีสรรญเพชญ์และกรุวัดมหาธาตุ ซึ่งจะสังเกตได้จากเนื้อพระจะเป็นเนื้อชินปนตะกั่วมีความเก่าคร่ำและผ่านการใช้สมบุกสมบันมาอย่างโชกโชน เช่นมีรอยถักลวดเป็นต้น พระกรุใหม่หมายถึง พระที่พบในช่วงหลังๆเช่นกรุวัดชนะสงคราม, กรุวัดราชบูรณะและกรุวัดปราสาท เนื้อพระส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อชินเงินมีทั้งผิวสนิมดำและผิวปรอทสภาพความสมบูรณ์ดีเยี่ยม พระปรุหนังอยุธยาไม่ว่ากรุใดก็ตามมิใช่ว่าจะเป็นแบบ”ฉลุโปร่งเน้นรายละเอียด”เท่านั้น

ชนิดแบบตันทั้งองค์หรือตันเป็นบางส่วน บางแห่งก็มีแต่เป็นจำนวนน้อยและมักจะเป็นของกรุวัดปราสาทความนิยม ด้วยพระปรุหนังเป็นพระที่ฉลุโปร่งเน้นราบละเอียดดังที่กล่าวมาแล้วทำให้พระเป็นจำนวนมากชำรุด ซึ่งมีทั้งชำรุดมาแต่เดิมตอนสร้างก็มีชำรุดจากภายในกรุก็มากและชำรุดภายหลังจากแตกกรุโดยการห้อยบูชาก็เยอะที่ว่า ชำรุดมาแต่เดิมตอนสร้างนั้นหมายถึงรายละเอียดต่างๆตอนเทหล่อสร้างพระติดไม่เต็มพิมพ์หรืออาจจะเป็นเพราะปริมาณเนื้อที่เทหล่อ ไม่มากพอ

ทำให้พระไม่สมบูรณ์ยอตัวอย่างเช่นพระปรุหนังบางองค์พระเศียรขององค์พระโมคคัลลาน์หรือองค์พระสารีบุตรไม่มี เป็นต้น จึงถือว่าเป็นพระไม่สมบูรณ์ในความคิดของนักเลงพระทั้งหลายและบางคนถึงกับมีคติไม่เช่าพระลักษณะดังกล่าวโดยเชื่อว่าไม่เป็นมงคลส่วนที่ว่า ชำรุดภายในกรุนั้นหมายถึง พระบางองค์บรรจุอยู่ใต้พื้นกรุซึ่งมีความชื้นแฉะ ทำให้บังเกิดสนิมกัดกินจนผุกร่อนยังผลให้รายละเอียดองค์พระชำรุดหายไปเช่นซุ้มเรือนแก้วและลวดลายประดับต่าง ๆระเบิดหายไป

สำหรับทีว่า ชำรุดภายหลังแตกกรุหมายถึง การห้อยบูชาพระปรุหนังในสมัยก่อนนิยมถักลวดห้อยคอหรือนำพระอัดตัดกับแผ่นไม้บางๆแล้วพกพาติดตัวโดนกระทบกระแทกพระย่อมชำรุดไม่มากก็น้อย พระปรุหนังนอกจากจะเป็นพระพิมพ์ที่มีศิลปวิจิตรตระการตาแล้วยังเป็นพระที่มีประสบการณ์อิทธิปาฏิหาริย์มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านมหาอุด แคล้วคลาดและคงกระพันชาตรีจนเป็นที่เล่าขานสืบต่อกันมา

ข้อมูล เพจ ส่องพระ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

 

ใส่ความเห็น