สุดยอดเครื่องรางกายสิทธิ์ที่ขุนพันธ์ตามหาและวัตถุอาถรรพ์ที่จอมโจรจอมขมังเวทย์เเห่งเทืองเขาปูโดมีติดตัว

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ สุดยอดเครื่องรางกายสิทธิ์ที่ขุนพันธ์ตามหาและวัตถุอาถรรพ์ที่จอมโจรจอมขมังเวทย์เเห่งเทืองเขาปูโดมีติดตัว  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

เครื่องรางของขลังที่ผู้คนส่วนใหญ่ในสมัยนั้นต่างเเสวงหาเพราะเชื่อในเรื่องพุทธคุณเเละความเข้มขลังต่างๆและพากันค้นหาอยากได้มาไว้ติดตัวและดิ้นรนอยากที่จะเป็นเจ้าของเพื่อไว้คุ้มครองตัวเองให้แคล้วคลาดปลอดภัย หนังเหนียวหรือเพียงเพื่อความเป็นศิริมงคลหรืออะไรก็แล้วแต่ซึ่งเราเรียกของขลังเหล่านี้ว่าวัตถุ”อาถรรพ์ธาตุกายสิทธิ์”
ในช่วงเวลาที่ท่านขุนพันธ์ยอดตำรวจมือปราบที่ต้องออกปราบโจรอะแวสะดอ ตาและตรงกับปีพ.ศ.๒๔๘๑ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท่านขุนพันธ์จัดว่ามีความรู้ทางด้านไสยศาสตร์เต็มตัว

ส่วนอะแวสะดอ ตาและเป็นจอมโจรแห่งเทือกเขาบูโดมีความเชี่ยวชาญทางไสยศาสตร์อย่างหาตัวจับยากทั้งๆที่เป็นชาวมุสลิม เขาสามารถรูดโซ่ตรวนสะเดาะกุญแจ แคล้วคลาด คงกระพัน เเม้เเต่ตอนเกิดอาการของขึ้นอะเเวสะดอตาเเละยังให้ลูกน้องของมันในชุมโจรรุ่มยิ งด้วยอาวุธปื นต่างๆโดยที่ตัวมันนั่งเฉยๆกระสุนปื นไม่เคยถูกตัวมันเลยถึงเเม้จะโดนยิ งเเบบจังก็ไม่เข้าหรือทำอะไรได้เลย ตัวเขามีของขลังติดตัวอยู่๕ชนิดคือ ตับเหล็ก เคราทองแดง ช้องหมูป่า ผ้าประเจียด กริช

วัตถุอาถรรพ์๓ใน๕ที่จอมโจรจอมขมังเวทย์ที่มีติดตัวทำให้ยากต่อการปราบปรามเเม้เเต่อาวุธใดของท่านขุนพันธ์ก็ไม่สามารถอะไรต่ออะเเวสะดอตาเเละได้เลย ในวัตถุอาถรรพ์ที่ถือว่าเป็นสุดยอดเเห่งเครื่องราง เครื่องรางของขลังมีด้วยกันอยู่๕ อย่างนั้นได้แก่ ๑.ตับเหล็ก ๒.เคราทองแดง ๓.อากาศธาตุ(เขี้ยวเเก้วหรือฟันกลางเพดานปาก ๔.ช้องหมูป่า และ 5.ลูกกรอก

ตับเหล็ก ทางภาคกลางและทางภาคเหนือเรียกว่าตับทองแดง เล่ากันว่าตับเหล็กหรือตับทองแดงนี้จะไม่ไหม้ไฟคือศพของคนที่มีตับเหล็กนี้ตับจะไม่ไหม้ไฟจะเหลือตับเหล็กไว้ให้ถือเป็นของขลังชนิดหนึ่งตับเหล็กหรือเคราทองแดงนี้เชื่อกันว่าเป็นของขลังที่สามารถ เกิดขึ้นกับร่างกายของคนที่มีอาคมแก่กล้า มีคาถาอาคม เสกว่านยากินเป็นประจำทำให้ตับเป็นเหล็กส่วนใหญ่เชื่อกันว่าเกิดขึ้นเองได้ แต่ไม่ได้มีหรือเกิดขึ้นได้กับทุกคนนานๆจะพบเห็นกันซะที

เคราทองแดง เป็นวัตถุอาถรรพ์ที่ได้ยินกันบ่อยๆแต่เป็นของที่หายากมากๆนี้เชื่อกันว่าเป็นของขลังที่สามารถ เกิดขึ้น กับร่างกายของคนที่มีอาคมแก่กล้า มีคาถาอาคม เสกว่านยา กินเป็นประจำเชื่อกันว่าคนทีมีเคราเป็นทองแดงใช้มีดโกนไม่เข้าก็มีมีความคงกระพันชาตรีที่สุดและมีอิทธิฤทธิ์มีอำนาจที่จะป้องกันได้ในทุกทาง แต่ส่วนใหญ่เชื่อกันว่าเกิดขึ้นเองได้ แต่ไม่ได้มีหรือเกิดขึ้นได้กับทุกคน

อากาศธาตุหรือฟันอาถรรพ์ ของขลังที่หายากอีกอย่างหนึ่ง อากาศธาตุหมายถึง ฟันคนที่ขึ้นอยู่บนเพดานปากแทนที่จะขึ้นอยู่บนเหงือกเหมือนคนปกติทั่วไปใครมีฟันแบบนี้ ย่อมคงทนต่ออาวุธทั้งปวงฟันบนเพดานปากนี้จะขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อขึ้นมาแล้วจะไม่ผุไม่กร่อนเหมือนซี่อื่นๆจะมีความคงทนและอยู่กับเจ้าของไปตลอดและถือว่าเป็นของกายสิทธิ์มีความคงกระพันที่สุดคงทดต่ออาวุธทัั้งปวง

ช้องหมูป่า มีความเชื่อของที่มาแตกต่างกันออกไปบ้างเชื่อว่า ช้องหมูป่าเป็นเส้นขนพิเศษของหมูป่าที่ขึ้นอยู่บริเวณตัวของหมูป่า โดยเฉพาะที่บริเวณหัวหรือหว่างคิ้วของมันมีความยาวเป็นพิเศษนักไสยศาสตร์เชื่อกันว่าเป็นของขลังชนิดหนึ่งที่มีอิทธิฤทธิ์ด้านคงกระพันมหาอุด ส่วนอีกกลุ่มเชื่อว่าช้องหมูป่าคือขนที่ยาวเป็นพิเศษของหมูป่าโดยเฉพาะหมูโทนซึ่งหมายถึงหมูตัวผู้คือขนที่ยาวเป็นพิเศษของหมูป่า โดยเฉพาะหมูโทนซึ่งหมายถึงหมูตัวผู้ที่ชอบหากินอยู่ตัวเดียวอย่างทรนงมันจะมีขนเหนือสันหลังขึ้นมาถึงโหนกคอยาวเป็นพิเศษเหมือนหางเปียย้อยลงมาตรงหน้าผากยาวจนถึงปากของมันหมูป่าจะคาบช้องของมันเอาไว้ตลอดเวลาโดยพันเอาไว้กับเขี้ยวด้านหนึ่งเชื่อกันว่าช้องหมูป่าแบบนี้มีความคงกระพันมหาอุดคุ้มครองทั้งหมูที่เป็นเจ้าของช้องและคนที่มีช้องของหมูป่าไว้ครอบครอง

ส่วนความเชื่อของกลุ่มหลังสุดนี้พิศดารน่าสนใจมาก เชื่อกันว่าช้องหมูป่าเป็นขนที่ขึ้นอยู่บริเวณลูกอัณฑะของหมูป่าหรืออาจเรียกว่าขนเพชรหมูป่าก็น่าจะได้จัดเป็นขนลักษณะพิเศษเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วหมูป่าโทนที่ชอบออกหากินตัวเดียวไม่เกรงกลัวใครจะใช้ปากและฟันเลียและกัดขนชองมันมาไว้ในปากตวัดและเคี้ยวด้วยน้ำลายจนขนรวมตัวกันเป็นวงหรือขมวดกลมๆหรือวงแหวนหมูจะรักษาขนนี้ไว้ในปากตลอดเวลาไม่ว่าจะกินอะไรมันก็จะซ่อนไว้ในปากได้ อย่างประหลาดหมูป่าตัวนั้นจะมีความอยู่ยงคงกระพันเป็นมหาอุดตลอดเวลาที่มันมีขนนั้นอยู่ในปาก ลูกกระสุนปื นนายพรานจะไม่สามารถทำอะไรมันได้ ดังนั้นพรานป่านักล่าทางไสยศาสตร์จึงต้องคอยติดตามหมูตัวที่ต้องการไป คอยจนมันกินน้ำ ตอนกินน้ำนี่เองที่หมูป่าจะคายขนหรือช้องหมูป่าออกมาวางไว้บนโขดหินบ้างบนขอนไม้บ้างเพื่อให้มันได้กินน้ำอย่างสะดวก

พอมันคายช้องหมูป่าออกมาแล้วนายพรานก็จะยิงหมูตัวนั้นได้แล้วจึงค่อยไปเก็บเอาช้องหมูป่าเอามาเป็นเครื่องรางของขลังติดตัวกันเชื่อกันว่าจะทำให้ปื นยิ งไม่ออกหรือยิ งไม่เข้า แต่ต้องพกติดตัวไว้ตลอดห่างแค่คืบแค่ศอกก็จะไม่สามารถคุ้มครองป้องกันได้จะยิ งไม่ออกหรือยิ งไม่เข้าเมื่อมันตายด้วยความชรา ใครไปพบเข้าดึงออกจากกรามได้ ใช้เป็นเครื่องรางป้องกันศาสตราวุธต่างๆได้ หมูป่าที่มีเขี้ยวตันหาได้ยากมากเพราะเป็นหมูป่าที่หลบหนีเก่ง พรานป่าจับได้ยากมากและแผลงศรก็ไม่เข้าเนื้อ ช้องหมูป่าจึงถือเป็นของวิเศษมาช้านาน เท่าที่ทราบมาสามารถนำมาใช้เป็นเครื่งรางของวิเศษได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องปลุกเสก

ลูกกรอก คือเด็กที่เสียชีวิ ตในท้องตั้งแต่ยังเล็กๆและเมื่อครบกำหนดคลอดแล้วก็จะคลอดออกมาหรือบางทีก็จะคลอดออกมาก่อนกำหนดแต่เขาได้เสียชีวิ ตแล้วตั้งแต่อยู่ในท้องมีลักษณะเหมือนกุมารทองเเต่มีความเข้มขลังเเละอาถรรพ์เเรงกว่าพวกกุมารทองถือว่าเป็นของกายสิทธิ์อีกอย่างที่ขุนพันธ์ตามหา ว่ากันว่าหากใครมีลูกกรอกไปเกิดด้วยเวลาตั้งท้องๆจะใหญ่และยุบใหญ่และยุบเหมือนเป่าลูกโป่งแล้วปล่อยลมเลยครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมากลูกกรอกนี้เขาจะต้องตา ยตั้งแต่อยู่ในท้องนะครับแล้วเมื่อครบกำหนดคลอดแล้วเขาจึงคลอดออกมาไม่ใช่ยังไม่ถึงกำหนดแต่ไปผ่าเอาในท้องเหมือนขุนช้างขุนแผน แบบนั้นไม่เรียกว่าลูกกรอกครับ

ลูกกรอกนี้เขาต้องเสียชีวิ ตในท้องเองและคลอดออกมาเองจึงจะเรียกว่าลูกกรอก ใครที่มีลูกกรอกมาเกิดด้วยถือว่าลูกกรอกนั้นจะมาช่วยทั้งในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ช่วยให้ร่ำรวยและดูเเลคุ้มครองป้องกันภัยได้ด้วย ว่ากันครอบครัวไหนที่คลอดลูกออกมาเป็นลูกกรอกจะหวงมากครับจะไม่ให้คนอื่นรู้เลยว่าตนมีลูกกรอกเพราะลูกกรอกนี้มีฤทธิ์เยอะ

ตำนานเรื่องเล่า อาจารย์-คนหนังเหนียว

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply