“หลวงตาเผือด วัดมะกอก” หลวงตาจอมขมังเวทย์

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “หลวงตาเผือด วัดมะกอก” หลวงตาจอมขมังเวทย์ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

ได้พบหลวงตาเผือดครั้งแรกก็ถูกใจเพราะท่านเป็นพระลูกทุ่งตรงไปตรงมาไม่ตุกติกค่อนข้างสันโดษพูดจาน้ำเสียงดุๆถามอะไรตรงๆไม่มีพิธีรีตองให้วุ่นวายอยากได้อะไรก็บอกจะให้ช่วยอะไรก็บอก ถ้าไม่บอกให้ช่วยก็จะไม่ช่วยไม่ขอก็ไม่ให้ให้ท่านดูท่านก็ดูให้แล้วก็เฉย ผู้เขียนเที่ยวไปหาทุกวันพุธซึ่งเป็นวันที่ไม่ได้เปิดร้านเพราะยิ่งสนิทกับหลวงตาเผือดมากก็ยิ่งถูกใจ ท่านชอบพูดอะไรตรงๆข้องใจอะไรอยากรู้อะไรก็จะถามตรงๆ เมื่อรู้ว่าผู้เขียนมีความรู้เรื่องไสยศาสตร์อยู่บ้างท่านก็ยิ่งถูกใจและได้แลกเปลี่ยนวิชาบางอย่างที่ท่านไม่รู้จากผู้เขียนไป อย่างยันต์โสฬสสายวัดสุทัศน์ฯ ยันต์มหาระงับของหลวงปู่ใจวัดเสด็จและท่านก็ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาที่ท่านได้ร่ำเรียนมาให้ ยกเว้นยางูเพราะมีข้อห้ามที่ผู้เขียนไม่สามารถทำได้ท่านก็บ่นเสียดายอีกหน่อยคงจะสูญหลวงตาเผือดค่อนข้างจะหวงวิชาไม่ยอมให้ใครง่ายๆ

ถูกงูกัดมา หลวงตาเผือดช่วยที บ้านเดิมของหลวงตาเผือดอยู่ใกล้ๆวัดมะกอกท่านจึงเป็นพระที่คนพื้นที่รู้จักและได้พึ่งพาอาศัยกันไม่ว่าคนหรือสัตว์ถูกงูพิษกัดถ้ามาถึงวัดได้โดยยังไม่ตายก็หายได้ทุกราย บางรายไม่สามารถมาได้ญาติก็จะมาตามให้หลวงตาไปทำการรักษาหลวงตาก็จะสงเคราะห์ให้ไดยไม่อิดออดไม่ต้องมีดอกไม้ธูปเทียนเงินกำนัล หรือใส่ซองให้ท่านแต่ต้องไปซื้อเหล้าขาวหนึ่งเป็กมาด้วยทุกครั้ง วิธีรักษาของท่านก็ง่ายๆพิสดารไม่เหมือนใครเขาแค่เอื้อมมือไปข้างหลังหยิบใบไม้ใบอะไรก็ได้โดยบริกรรมพระเวทย์ไปและกลั้นใจหยิบและดึงใบไม้ออกมาใส่ปากเคี้ยวไปบริกรรมพระเวทย์ไป แล้วจึงเอาใบไม้ที่เคี้ยวใส่ลงไปในเหล้าโรงและให้ผู้ถูกงูกัดดื่มหล้าโรงผสมใบไม้นั้น(แพทย์สมัยใหม่ห้ามดื่มเหล้าเด้ดขาด เพราะพิษงูจะแล่นขึ้นสู่หัวใจได้เร็วขึ้นและจะตายได้)

ส่วนที่เป็นกากใบไม้ก็นำมาปิดที่ปากแผลหากเป็นงูพิษใบไม้จะดูดพิษงูออกมา สังเกตุได้จากบริเวณที่ถูกกัดจะมีอาการเต้นตุบๆของปากแผลเหมือนมีอะไรดูดเป็นจังหวะทิ้งไว้สักพักปากแผลที่บวมแดงก็จะค่อยๆ หายบวมเมื่อแผลหยุดเต้นพิษก็หมดพอดี เอากากใบไม้ไปทิ้งได้แผลก็จะหายเร็วไม่เป็นแผลเป็นไม่พุพอง ถ้าไปหาหมอฉีดเซรุ่มแผลอาจจะกรายเน่าเพราะรักษาพิษงูหายแต่พิษที่อยู่ที่ปากแผลไม่หายและจะต้องใช้เวลาหลายวัน แต่ของหลวงตาเผือดเมื่อเอากากใบไม้ทิ้งก็กลับบ้านได้ไม่ต้องมาหาอีก ใช้เวลารักษาแค่ ๑๐๑๕นาทีเท่านั้นซึ่งน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง เคยถามหลวงตาเผือดว่าเคยรักษาใครแล้วตายบ้างไหมท่านก็บอกว่าถ้ารักษาแล้วมีคนตายเมื่อไรก็จะเลิกรักษาให้ใครต่อใครอีกและจะคืนวิชาให้ครูให้หมด เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าจะมีใครทำได้อีก

น้ำลายวิเศษ ช่วงก่อนเข้าหน้าฝนอากาศจะร้อนอบอ้าวมากคนก็จะมีเหงื่อออกมากมีการหมักหมมมาก ช่วงนี้หลวงตาเผือดจะเหนื่อยมากเพราะจะมีคนมาให้รักษางูสวัด เริม กับหลวงตามาก บางคนไม่คุ้นเคยเพราะได้รับทราบโดยการบอกต่อๆกันมาก็จะมาหาหลวงตาและให้หลวงตาช่วยดูให้ว่าเป็นงูสวัดเจ็บปวดมากและกำลังลามขึ้นเรื่อยๆหลวงตาก็จะดูให้และบอกว่าใช่เป็นงูสวัดจริงๆ บางคนแพ้ก็จะอักเสบปวดแสบปวดร้อนถ้าไม่แพ้ก็ไม่ปวดแล้วท่านก็จะเฉยๆพูดคุยถึงเรื่องอื่นๆโดยไม่รักษาให้ จนคนป่วยออกปากให้ช่วยรักษาท่านถึงจะรักษาให้ ผู้เขียนเคยถามหลวงตาในเรื่องนี้หลวงตาเผือดท่านก็ว่าก็เขาไม่ได้ให้ช่วยรักษาจะไป สเรื่องของเขาทำไมครูบาอาจารย์ท่านห้ามไว้ถือว่าไม่มีเวรไม่มีกรรมแก่กัน

วิธีรักษางูสวัดของหลวงตาเผือดก็ง่ายๆท่านจะเสกน้ำมนต์(ไม่ใช่คาถาชินบัญชร)แล้วพ่นไปที่บริเวณที่เป็นงูสวัดหากผู้หญิงที่เป็นในบริเวณร่มผ้าก็ไม่ต้องเปิดแผลดูหลวงตาจะพ่นทับที่ผ้าเลยหากเป็นไม่มากพ่นครั้งเดียวก็หายถ้าเป็นมากไม่เกิน๓วัน ถ้าบ้านอยู่ไกลไปมาไม่สะดวกหลวงตาจะให้น้ำมนต์เอากลับไปทาเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งมีนายทหารเรืองและแพทย์เจ้าของไข้มาด้วยเพราะอยากทราบว่าหลวงตาทำอย่างไรคนไข้ของท่านจึงหายได้เร็วนัก(หมอปัจจุบันต้องใช้เวลารักษาหลายวัน)หลวงตาเผือดก็ยิ้มๆไม่ว่าอะไรผู้เขียนจึงแกล้งพูดเล่นๆไปว่า สงสัยน้ำลายของหลวงตาเผือดเป็นน้ำลายวิเศษมีเซรุ่มรักษางูสวัดได้ทุกคนเลยหัวเราะกันใหญ่

ปลัดขิกเมตตาค้าขาย ยามว่างหลวงตาเผือดจะเหลาปลัดขิกที่ทำจากไม้เขยตายที่ท่านปลูกไว้ข้างๆกุฎิ ท่านจะเหลาจนเป็นเอกลักษณ์ของท่านเหมือนกันทุกตัวและลงอักขระยันต์ครบสมบูรณ์ยกเว้นบางตัวที่ทำไว้เฉพาะกิจก็มีบ้างแต่น้อยส่วนใหญ่จะใส่ตะกรุดเอาไว้ด้วยเวลาเขย่าจะเกิดเสียงดังหากมีตะกรุดจะเป็นมหาอุดด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมียันตที่ใช้ในทางเมตตามหานิยม แคล้วคลาด กันอาถรรพณ์ กันสัตว์ร้ายกัด กันงู ปลัดขลิกของหลวงตาเผือดใช้ได้สารพัดทั้งเมตตา ค้าขาย โชคลาภ แคล้วคลาด คงกระพัน มหาอุด กันสัตว์ร้ายและสามารถรักษางูสวัดในระยะแรกๆได้อีกด้วย หลวงตาเผือดจะทำเองลงอักขระเอง เสกเอง คาถาหลายๆบทใช้เฉพาะร่วมกับอักขระที่ลงและมีอานุภาพต่างกัน

ปลัดขิกของหลวงตาเผือดจึงใช้ได้หลายอย่าง(ไม่ใช่คาถาหรือยันต์ไม่กี่ตัวก็ใช้ได้ทุกอย่าง)หลวงตาเผือดจะทำเองจนแน่ใจแล้วจึงมอบให้ศิษย์ต่อไป หากมีคนเหลาปลัดขิกมาถวายท่านท่านจะพยายามเหลาจนเหมือนของที่ท่านทำให้มากที่สุดต้องระวังเพราะปลัดขลิกของหลวงตาเผือดมีการทำปลอมและลอกเลียนแบบตั้งแต่สมัยท่านยังมีชีวิตอยู่แล้วต้องดูให้ละเอียดโดยเฉพาะลายมือจำให้แม่นๆเดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก
คนที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงตาเผือดจะรู้ว่าต้องมีปลัดขิกและเบี้ยแก้ของหลวงตาติดตัวกันทุกคน เพราะเป็นสุดยอดเครื่องรางที่หาใครที่ทำได้อย่างท่านน้อยเหลือเกิน

มีลูกศิษย์บางคนคุยกันบนกุฎิว่าหลวงพ่อองค์นั้นเก่ง องค์นี้เก่ง หลวงตาเผือดก็จะถามว่าเก่งอย่างไรใช้ทำอะไรได้บ้างทำเองหรือเปล่าลงอักขระอะไร ตรงกับจุดประสงค์ที่จะให้เป็นหรือเปล่าได้เรียนมาจริงหรือเปล่าหรือแค่ลอกๆ ยันต์เขามาปลุกเสกเป็นไหมลูกศิษย์ที่ถูกถามก็จะหน้าจืดกันเป็นแถวๆ เพราะพระสมัยนี้ไม่ได้ทำเอง ถ้ามีคนทำเป็นทำให้เสกให้ก็ยังค่อยยังชั่วแต่ส่วนใหญ่มีคนสั่งทำตามใบสั่งแล้วก็นำไปเข้าพิธีปลุกเสกรวมหรืออาจจะไม่ได้เสกเลยเพราะไม่ใช่ของง่ายๆที่จะเรียนรู้วิชาต่างๆและสามารถเรียนวิชานั้นๆ สำเร็จ ส่วนใหญ่จะเก่งในการโฆษณาชวนเชื่อซะมากกว่า

เบี้ยแก้ของหลวงตาเผือดนราสโภวัดมะกอก จะต้องทำตามขั้นตอนตั้งแต่เสกเบี้ย เสกปรอท เสกชันโรงที่ใช้อุดเบี้ยแก้คาถากรอกปรอทใส่เบี้ยคาถาอุดชันโรงลงยันต์แปดทิศที่ตะกั่วอีกด้านลงยันต์กุญแจทองแล้วจึงนำแผ่นตะกั่วลงยันต์มาหุ้มเบี้ยแก้ที่อุดชันโรงไว้แล้วทุบให้ตะกั่วมนเป็นรูปตามเบี้ยแนบติดกับตัวเบี้ย เบี้ยแก้ของหลวงตาเผือดจึงมีน้ำหนักเบาเพราะตะกั่วที่ใช้หุ้มบางมากแล้วจึงถึกเชือกหุ้มเบี้ยแก้ยางตัวจะใส่ตะกรุดไว้ที่ท้องเบี้ยเพื่อใช้สอดเชือกไว้คาดเอวได้ ตะกรุดจะลงคาถาแคล้วคลาดกันปืนคงกระพันชาตรีไว้สำหรับผู้ชาย ส่วนของผู้หญิงจะไม่มีตะกรุด

เบี้ยแก้ของหลวงตาเผือดจะดีทางแก้และกันอาถรรพ์ต่างๆภูติผีปีศาจ คุ้มครองป้องกันภัยอันตราย แคล้วคลาดภัยและอาวุธต้องระวังของเทียมเลียนแบบและระวังผู้แอบอ้างว่าเป็นศิษย์ที่ได้ร่ำเรียนมาจากหลวงตาเผือดเพราะหลวงตาเผือดค่อยข้างหวงวิชา ผู้เขียนเคยสอบถามท่านว่าเดี๋ยวนี้ทำไมมีศิษย์เรียนวิชากับหลวงตามากจังคนนั้นก็บอกว่าเรียน พระก็บอกว่าเรียน หลวงตาเผือดเลยถามผู้เขียนกลับว่า มาหาท่านซื้อข้าของมาถวายท่านทุกครั้ง ปรอทที่ซื้อมาให้ก็น่าจะได้สักร้อยโลปรนนิบัติรับใช้มากี่ปีกว่าที่ท่านจะมอบวิชาให้ ตัวท่านเองก็เช่นกันต้องปรนนิบัติรับใช้อาจารย์ต้องห้าหกปีกว่าท่านจะเมตตาสอนให้แล้วเอ็งว่าข้าจะให้ใครง่ายๆ

ตะกรุดใต้เบี้ยแก้ มีคนสอบถามมาหลายคนเรื่องตะกรุดที่ลงอยู่ในใต้ท้องเบี้ยแก้ของหลวงตาเผือดเพราะมีหลายคนไปลงในเน็ตว่า ตะกรุดที่ลงใส่ในใต้ท้องเบี้ยแก้เป็นตะกรุดเมตตาบ้าง ตะกรุดถอนและกันอาถรรพ์บ้าง ก็เลยอยากรู้ความจริงกันว่าเป็นตะกรุดอะไรกันแน่ก็เลยบอกๆไปหลายคนแล้ว พอมีคนมาถามกันมากขึ้นอีกก็เลยตัดสินใจลงในบทความของเราซะเลย ตะกรุดใต้ท้องเบี้ยแก้ด้านหนึ่งลงด้วยเฑาะคงกระพันชาตรีล้อมด้วยคาถามหาอุด

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

ใส่ความเห็น