“หลวงปู่คงวัดบางกะพี้” ผู้ที่มีตบะบารมีอันแก่กล้า

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

หากจะพูดถึงเรื่อง พระเกจิของไทยก็จะมีอยู่มากมายตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน เรื่องความเชื่อของบุคคลที่เลื่อมใส ศรัทธา ของพระเกจิของไทยและมีเพียงพระเกจิไม่กี่องค์เท่านั้นที่หลายคนต่างพากันนับถือ วันนี้ #พรานหญิง ได้นำเรื่องราวของ “หลวงปู่คงวัดบางกะพี้” หรือ “หลวงปู่เฒ่า วัดบางกะพี้ ” มาให้ทุกท่านได้ศึกษาได้รับความรู้มากยิ่งขึ้น ไปชมกันเลย

หลวงปู่คงวัดบางกะพี้ หรือที่คนในยุคนั้นนิยมเรียก “หลวงปู่เฒ่า วัดบางกะพี้ , พระอุปัชฌาย์คง วัดบางกระพี้ “ ท่านเป็นพระเถราจารย์ผู้ทรงฌานอภิญญา ทรงคุณวิเศษ มีตบะบารมีอันแก่กล้า เป็นพระภิกษุรุ่นเก่าแห่งเมืองชัยนาทและท่านยังเป็นพระอาจารย์องค์สำคัญอีกรูปหนึ่งของหลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า

หลวงปู่คงประวัติของท่านนั้นไม่ได้มีการบันทึกไว้ ได้แต่คำบอกเล่าต่อ ๆ กันมาเพียงเท่านั้น กล่าวกันว่าเป็นชาวกำแพงเพชรและได้ธุดงค์ผ่านมาแล้วเห็นว่า วัดบางกะพี้รกร้างว่างเปล่าจึงมาจำพรรษาและบูรณปฏิสังขรณ์ให้เป็นปึกแผ่นสืบต่อมา ท่านอาวุโสกว่าหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า และวัดบางกะพี้กับวัดมะขามเฒ่า เป็นเสมอวัดพี่วัดน้องกัน วิชาอาคมของท่านก็แกร่งกล้ามากในสมัยนั้น กล่าวกันว่า หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่ายังได้ไปต่อวิชากับท่านเสมอ ๆ หลวงพ่อคงมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ด้วยท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์และบวชให้แก่ชาวชัยนาทมามากนั่นเอง

โดยอุปนิสัยของท่านแล้วเป็นคนรักสงบ ไม่โอ้อวด แต่เป็นคนเด็ดขาด เมื่อตกลงจะทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จจนได้ เสนาสนะ พระอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ หมู่กุฏิสงฆ์และเจดีย์ขนาดใหญ่ล้วนแต่สร้างในสมัยท่านทั้งสิ้น ในปีพ.ศ.๒๔๕๔ อาจารย์เท้งมัคนายกและคณะศิษย์ร่วมกันสร้างรูปเหมือนสำริดขนาดเท่าตัวจริงของหลวงปู่คง หลวงปู่คงมรณภาพในปีพ.ศ.๒๔๖๓ ในฌาปนกิจศพหลวงปู่คงนั้น หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้เป็นแม่งานและหลังจากการฌาปนกิจศพแล้ว หลวงปู่ศุขได้เป็นประธานเก็บเถ้าแห่งสรีระของหลวงปู่คงด้วย

ปัจจุบันนี้วัดบางกะพี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นทางการว่า “วัดคงสวัสดิ์วัฒนาราม” เพื่อเป็นอนุสรณ์คุณความดีของหลวงปู่คงในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านไม่ได้สร้างพระเครื่องไว้เลย มีเพียงวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง เช่น ตะกรุดโทน ตะกรุดพร้อมลูกเครื่อง ลูกสะกดทำด้วยไม้หัวรอด หัวกลอน ตะกรุดกระดูกห่าน กระดูกแร้ง เป็นต้น

ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๗๘ หลวงพ่อเพชร เจ้าอาวาสวัดคลองมอญและพระอธิการคำยานเจ้าอาวาสวัดบางกะพี้ ซึ่งเป็นศิษยานุศิษย์ให้หลวงปู่คง ได้พร้อมใจกันสร้างเหรียญรูปหลวงปู่คงเป็นครั้งแรก เพื่อสมนาคุณแก่ ผู้ออกเงินสมทบทุนสร้างเสนาสนะวัดบางกะพี้ หลังจากที่หลวงปู่คงมรณภาพแล้ว แม้เหรียญรุ่นนี้สร้างหลังจากที่ท่านมรณภาพแล้วก็ตาม แต่ก็มีประสบการณ์มากมาย

เรื่องราวของหลวงปู่คงวัดบางกระพี้นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่เป็นตำนานเล่าสืบต่อกันมารุ่นปู่ย่าตายาย นำเผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์ เพื่อเป็นธรรมทานแก่ทุกท่าน สาธุ สาธุ สาธุ

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ข้อคิดท้ายเรื่อง

รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น **เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิรา

Leave a Reply