“หลวงปู่ดู่”กับ”พระ”ที่ท่านอธิษฐานจิต

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ….

หลวงปู่ดู่กับพระที่ท่านอธิษฐานจิต เมื่อลำดับภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีต ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปฏิปทาของหลวงปู่ต่อพระเครื่องที่ท่านอธิษฐานจิต สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ ท่านกำลังสร้างสิ่งที่จะเป็น “เครื่องมือ” ในการสร้างความดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติสมาธิภาวนา

แม้ท่านจะกล่าวว่า “ติดวัตถุมงคล ก็ยังดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล” ก็ตามแต่ในขณะเดียวกันท่านก็ไม่ให้ไปลุ่มหลงหรือยึดติดเสียจนละเลยเป้าหมายสำคัญของแต่ละชีวิต นั่นก็คือการพัฒนาให้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนวันหนึ่ง เพื่อนคนหนึ่งของข้าพเจ้า ไปเช่าวัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิตให้กับทางวัดสะแก จำนวนมากกว่า ๒๐ ชิ้น แล้วเอามาให้ท่านอธิษฐานจิตซ้ำอีก ครั้งนั้น ข้าพเจ้าและเพื่อนต้องสะดุ้งด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างดังของท่านที่ว่า

“แกจะเอาไปขายหรือ พระของข้าน่ะทำ (ปฏิบัติ) ให้จริง องค์เดียวก็พอแล้ว”

ในทางตรงกันข้าม เพื่อนของข้าพเจ้าอีกคนหนึ่ง เป็นคนที่ไม่สะสมวัตถุมงคลเอาเสียเลย มีก็แต่พระที่หลวงปู่มอบให้กับมือเท่านั้น จนวันหนึ่งทางวัดกำลังนำวัตถุมงคลรุ่นหนึ่งที่หลวงปู่เมตตาอธิษฐานให้ ออกมาให้เช่าบูชา แต่ด้วยความที่เพื่อนคนนี้มิได้ใส่ใจ จึงไม่ได้ขวนขวายไปเช่าที่หลังวัด หลวงปู่จึงเอ่ยกับเขาว่า

“ถ้าข้าเป็นแก ข้าจะไปบูชาเอาไว้สักองค์สององค์นะ”

ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ เวลามีคนมาถามหาเพื่อจะขอบูชาพระเครื่องจากท่าน ท่านก็จะบอกว่าไม่มี ฉันไม่ได้ทำ พระเป็นของวัด ไปเช่าที่หลังวัดโน่น ท่านเคยบอกให้ข้าพเจ้าฟังว่าท่านมีหน้าที่เสกพระเท่านั้น เสกแล้วก็แล้วกัน เรื่อง (จำหน่าย) พระ เป็นเรื่องของทางวัด ถือเป็นของสงฆ์ทั้งหมด
หลวงปู่เคยพูดติดตลกว่า พระที่ท่านอธิษฐานจิต แม้จะไม่เป็นที่หนึ่ง แต่ก็ไม่เป็นรองใคร ท่านเคยเตือนให้ระวังรักษาพระของท่านว่า

“…ใครเขาจะทำ (อธิษฐาน) ให้เหมือนอย่างที่ข้าทำ พระที่ข้าทำ แกจงรักษาให้ดี…”

แต่มีเหตุการณ์ที่สำคัญมากที่เกิดกับเพื่อนของข้าพเจ้าคนหนึ่ง ซึ่งมีฐานะไม่สู้ดีนัก เขาได้แต่ชื่นชมพระเครื่องที่บรรดาเพื่อน ๆ ไปหาเช่ากันมา แต่ตัวเองก็ไม่มีสตังส์จะไปเช่า ค่ำคืนหนึ่ง เขานั่งอยู่ในห้องพระเพียงลำพัง นึกน้อยใจในวาสนาบารมีของตัวเอง แล้วบ่นต่อหน้ารูปหลวงปูที่บูชาอยู่เบื้องหน้าว่า ลูกอยากได้พระเครื่องของหลวงปู่เหลือเกิน ทำยังไงลูกจึงจะมีวาสนามีพระเครื่องรุ่นที่เขานิยมกันบ้าง เพราะลูกไม่มีเงิน จากนั้น เขาก็นั่งสมาธิ และแล้วสิ่งอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้นกับเขา เมื่ออยู่ ๆ ปีติก็เกิดขึ้นท่วมท้นกายใจของเขา เขาเห็นแสงสว่างโพล่งไปหมด แล้วก็เห็นนิมิตองค์พระ พร้อมกับเสียงพูดว่า

“ข้าให้พระกับแก เป็นพระเก่าพระแท้”

เพื่อนผู้นี้ ร้องไห้ออกมามาก เขาเข้าใจในทันทีว่า พระเก่าพระแท้ที่หลวงปู่ตั้งใจให้เขาก็คือการปฏิบัติธรรมนั่นเอง เพราะพระสติพระปัญญาอันเป็นผลจากการปฏิบัติธรรมเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งที่เที่ยงแท้กว่าพระภายนอก ดังนั้น จึงไม่เป็นปัญหาอีกแล้ว เพราะแม้จะไม่มีพระเครื่องของท่าน แต่เขาก็ภูมิใจที่หลวงปู่มอบพระที่มีค่าสูงสุดแก่เขาแล้ว ซึงเป็นพระที่ใคร ๆ จะมาแย่งชิงเอาไปจากเขามิได้เลย และจะอยู่กับเขาตลอดไป ตราบเท่าที่เขาไม่ละทิ้งการปฏิบัติ

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยวข้องเพื่อ ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานยึดเอาข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าศพก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าและฝนจากศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกเกิดขึ้นได้เพราะสมมุติทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติอีกเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น