หลวงปู่ดู่พบหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดร

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หลวงปู่ดู่พบหลวงปู่บรมครูเทพโลกอุดร นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นพระอริยสงฆ์อีกรูปหนึ่งที่เคยพบหลวงปู่บรมครู พระครูธรรมเทพโลกอุดรดังที่คุณวิรัตน์ โรจนจินดาได้บันทึกไว้ดังนี้ “เหตุการณ์ครั้งหนึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ข้าพเจ้าเริ่มตระเวณหาครูบาอาจารย์ตามวัดต่างๆตามคำแนะนำของผู้ปฏิบัตธรรม วันหนึ่งข้าพเจ้าได้เดินทางไปกราบหลวงปู่ดู่ที่วัดสะแกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อไปถึงนั้นเป็นเวลา๔โมงเย็นข้าพเจ้าได้ไปถามเด็กวัดว่า กุฏิหลวงปู่ดู่อยู่ทางไหน เด็กคนนั้นก็พาข้าพเจ้าไปจนพบตัวท่าน ขณะท่านกำลังอยู่ที่ศาลาริมน้ำ ข้าพเจ้าเข้าไปกราบเท้าท่านท่านก็เมตตาและถามว่ามาจากที่ไหนข้าพเจ้าก็กราบเรียนถามท่านว่า มาจากกรุงเทพฯครับ แล้วท่านก็นั่งหลับตาอยู่นานสองนานจนข้าพเจ้าคิดไปต่างๆนานาว่าท่านคงไม่สบาย เวลาผ่านไปนานพอสมคว พอท่านลืมตาขึ้นข้าพเจ้าก็รีบถามท่านทันทีว่า หลวงปู่ไม่สบายหรือเปล่าหลานจะไปซื้อยามาถวาย ท่านก็ตอบข้าพเจ้าว่า “ฉันกำลังคุยกับหลวงพ่อเกษมที่ลำปางอยู่จึงไม่ได้พูดคุยกับเธอ”

เหตุการณ์ครั้งนั้นข้าพเจ้าแทบไม่อยากเชื่อเลยว่า หลวงปู่ดู่ท่านอยู่ถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะสามารถส่งกระแสจิตติดต่อกับหลวงพ่อเกษมที่จังหวัดลำปางได้มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ จิตใจก็เกิดปรามาสท่านเพราะขณะนั้นข้าพเจ้ายังไม่แตกฉานในเรื่องธรรมะ ภายหลังต่อมาข้าพเจ้าได้เริ่มปฏิบัติพระกรรมฐานเริ่มศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจึงได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ท่านคือพระสุปฏิปันโนรูปหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงได้กลับไปที่วัดสะแกอีกครั้งหนึ่งพร้อมด้วย ดอกไม้ ธูป เทียน และเครื่องสักการะ เพื่อขอขมาลาโทษที่ได้เคยล่วงเกินด้วย กาย วาจา หรือใจก็ตาม ท่านก็เมตตาให้โอวาทและอบรมสั่งสอนธรรมะแก่ข้าพเจ้านับแต่นั้นมา

จากนั้นข้าพเจ้าก็ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่าน ท่านไดสอนวิปัสสนากรรมฐานจนข้าพเจ้าพอได้รู้ ได้เห็นบ้างตามสมควรทำให้ข้าพเจ้าทราบว่า พระสุปฎิปันโนนั้นสภาวะจิตสภาวะธรรมของท่านละเอียดอ่อน สามารถติดต่อถึงกันได้ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม หลังจากนั้นแล้วข้าพเจ้าก็ได้คอยรับใช้ท่านอยู่หลายปี ท่านมีเมตตาเล่าเรื่องหลวงปู่ใหญ่ให้ข้าพเจ้าฟังว่า สมัยที่ท่านออกเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรนั้นวันหนึ่งในฤดูหนาวท่านเดินทางไปถึงดงพญาเย็น แล้วเกิดเป็นไข้มาลาเรียอยู่ท่านกลางป่าดงดิบท่านคิดว่าคงจะไม่รอดชีวิตแน่แล้ว แต่จู่ๆก็มีพระรูปร่างสูงใหญ่องค์หนึ่งเอายาเม็ดกลมๆปั้นเหมือนลูกกลอนมาให้ท่านฉัน๒เม็ด เมื่อท่านฉันเสร็จแล้วปรากฎว่าอาการไข้กลับทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ พอท่านหายพระรูปร่างสูงใหญ่องค์นั้นก็จากไป โดยที่ท่านไม่ทราบว่าพระองค์นั้นชื่ออะไร

ภายหลังที่ท่านกลับมาอยุธยาได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้หลวงพ่อกลั่นวัดพระญาติอาจารย์ของท่านฟัง หลวงพ่อกลั่นหัวเราะแล้วบอกว่า พระรูปร่างสูงใหญ่องค์นี้ท่านเป็นพระหลายยุคหลายสมัยท่านเข้ามาเผยแผ่พระไตรปิฎกในสุวรรณภูมิ คอยค้ำชูบวรพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองไม่ให้ตกต่ำจนกว่าจะถึงยุคพระศรีอาริย์ พระภิกษุ สามเณร สมณชีพราหมณ์ อุบาสก อุบาสิกา ท่านใดได้พบเห็นไม่ว่าจะเป็นการทิพย์หรือกายเนื้อถือเป็นมงคลอันสูงสุด หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ท่านเป็นหน่อพุทธภูมิที่จุติลงมาเพื่อค้ำชูพระพุทธศาสนา ท่านเพียรสั่งสอนอบรมเหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์ของท่านให้ปฎิบัติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อมิให้ตกไปสู่อบายภูมิหลังจากละสังขารไปจากโลกนี้แล้ว

ข้าพเจ้าได้พบเห็นบารมีในทางธรรมของท่านสมัยที่ข้าพเจ้าไปรับใช้ท่านอยู่ เมื่อครั้งท่านสร้างพระสมเด็จลักษณะมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่เหนือสุดของพระพรหม วิธีการสร้างของท่านนั้นท่านแกะแม่พิมพ์ขึ้นมาด้วยตัวของท่านเองรวมทั้งท่านทำผงวิเศษเอง มีตระไคร่โบสถ์ ผลนะปัด ตลอดซึ่งท่านสำเร็จวิชานะปัดตลอดมาจากครูบาอาจารย์ของท่าน ซึ่งวิธีการนั้นทำได้โดยใช้ชอล์คเขียนอักขระเลขยันต์ลงบนกระดานชนวน เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ใช้มือลูบเบาๆที่อักขระ เลขยันต์นั้นผงวิเศษก็จะทะลุกระดาษชนวนลงไปในบาตร จากนั้นนำผงวิเศษนี้ไปผสมกับปูนขาวปั๊มออกมาเป็นพระสมเด็จตามต้องการพระที่หลวงปู่สร้างไว้รุ่นแรกๆนี้ วิธีการอธิษฐานจิตของท่านเป็นเรื่องแปลกมหัศจรรย์และเล่าขานสืบต่อมาดังนี้

ท่านจะนำพระที่สร้างไว้แล้วเข้าไปไว้หน้าพระประธานในโบสถ์โยงสายสิญจ์จากโบสถ์มาที่กุฎิของท่านแล้วปิดหน้าต่างทุกบานรวมทั้งประตูโบสถ์ก็ล็อคกุญแจเรียบร้อย วันนั้นเป็นวันอาสาฬหบูชาเมื่อพระภิกษุ สามเณร สมณชีพราหมณ์ และอุบาสิกาที่ไปปฏิบัติธรรมกับท่าน ทำวัตรเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้วท่านก็กล่าวว่า “วันนี้เป็นวันดีฉันจะเชิญองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอริยสาวกทุกพระองค์และครูบาอาจารย์ของฉันมี หลวงปู่บรมครูพระครูธรรมเทพโลกอุดร หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ มาร่วมอธิษฐานจิตในเวลาสองยามของค่ำคืนนี้ขอให้ทุกคนจงร่วมจิตอธิษฐานด้วย” พอได้เวลาสองยามท่านก็นั่งลงจุด ธูป เทียน สักการะบูชา องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าและท่านเองก็นั่งสมาธิอธิษฐานจิตพระเครื่องของท่านด้วยและแล้วสิ่งมหัศจรรย์เหลือเชื่อก็บังเกิดขึ้นเหล่าบรรดาพระภิกษุ สามเณร และอุบาสก อุบาสิกา ตลอดจน สมณชีพราหมณ์ที่นั่งอยู่ในนั้นต่างได้ยินเสียงสวดมนต์ดังออกมาจากโบสถ์ซึ่งปิดสนิทหมดทุกด้านและไม่มีใครอยู่ในนั้นเลย

พระเครื่องของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ รุ่นนี้ ผู้ใดได้ไว้สักการะบูชาพร้อมทั้งปฏิบัติตนอยู่ในศีล ในธรรม มีกาย วาจา ใจบริสุทธิ์ ก็บังเกิดพระธาตุเสด็จมาที่องค์พระนั้นเป็นที่อัศจรรย์

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

Leave a Reply