“หลวงปู่ทอง”สุดยอดเกจิ เสกอะไร ขลังทุกอย่าง

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “หลวงปู่ทอง”สุดยอดเกจิ เสกอะไร ขลังทุกอย่าง นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงปู่ทอง อายะนะ เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๓ ตรงกับปลายสมัยรัชกาลที่ ๒ เป็นบุตรของนายฮวด แซ่ลิ้ม ชาวจีนฮกเกี้ยนมารดาเป็นชาวมอญ ต่อมาท่านได้อุปสมบทเมื่อปีพ.ศ.๒๓๘๔ได้อุปสมบท ณ วัดเงินบางพรม ตลิ่งชัน โดยมีท่านเจ้าคุณวินัยกิจจารีเถระ (ภู่) อดีตเจ้าอาวาสองค์ที่ ๒ ของวัดเงินบางพรมเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาตามภาษามคธว่า อายะนะ หลังจากอุปสมบทมาได้พำนักจำพรรษา ณ วัดแห่งนั้นเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและคอยอุปัฏฐากพระอุปัชฌาย์ของท่านภายหลังได้ธุดงค์วัตรเพื่อแสวงหาโมกขธรรม

เมื่อพระราชโยธาก่อสร้างวัดราชโยธาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้นิมนต์ท่านให้มาเป็นเจ้าอาวาสท่านจึงเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดราชโยธาท่านเป็นยอดพระเกจิที่เก่งมากๆในสมัยก่อน โดยท่านเป็นศิษย์รุ่นน้องของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งมีอาจารย์ร่วมสำนักเดียวกันคือ หลวงปู่แสงวัดมณีชลขันธ์ จ.ลพบุรี (ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันอีกท่านคือ หลวงปู่แก้ววัดเครือวัลย์) นอกจากนี้ สหายของหลวงปู่ทองที่ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ เพื่อแลกเปลี่ยนวิชาความรู้และวิชาอาคมต่างๆก็มี หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร หลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท หลวงปู่พริ้ง วัดบางปะกอก หลวงปู่ภู วัดอินทร์ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง หลวงปู่แช่ม วัดฉลอง จ.ภูเก็ต ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม หลวงปู่ปั้น วัดเงิน ตลิ่งชัน

ส่วนลูกศิษย์ของหลวงปู่ทองก็มี หลวงปู่เผือกวัดกิ่งแก้ว ซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิของท่านเพราะท่านเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้เองและตอนที่หลวงปู่เผือกสร้างพระ หลวงปู่ทองก็ยังมอบผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
ซึ่งท่านแบ่งมาจากสมเด็จพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) ศิษย์พี่ของท่านให้หลวงปู่เผือกไปสร้างพระด้วยนอกจากนี้ยังมีพระเกจิอาจารย์อีกหลายท่านที่มาขอเรียนวิชาเพิ่มเติมจากหลวงปู่ทองเช่น

หลวงปู่เหลือ วัดสาวชะโงก ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา หลวงปู่คง วัดบางกะพ้อม สมุทรสงคราม หลวงปู่จาด วัดบางกะเบา ปราจีนบุรี หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขันธ์ นครศรีธรรมราช หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพระองค์ สมุทรสาคร
หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ภูเก็ต หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ชลบุรี และศิษย์ที่เป็นฆราวาสเช่น อาจารย์แก้วคำวิบูลย์ (บวชเป็นพระแล้วต่อมาศึกเป็นฆราวาส) อาจารย์แถว กรเดช อาจารย์เจ็ก สำนัก สามแยกไฟฉาย อาจารย์เที่ยง น่วมมานา สำนักบ้านมีดี

ในสมัยก่อนหลวงปู่ทองท่านเป็นพระที่มีอาวุโสสูงและทรงไว้ซึ่งวิทยาคมแก่กล้า ดังนั้นไม่ว่าใครก็ล้วนมาขอเรียนวิชาต่างๆจากท่าน สำหรับพระเครื่องวัตถุมงคลต่างๆ หลวงปู่ทองก็สร้างไว้พอสมควรเนื่องจากลูกศิษย์นั้นศรัทธาท่านมากเลยขอท่านสร้างและให้ท่านอธิฐานจิตปลุกเสกให้เช่น ลูกอมชานหมาก หมากทุย(ไข่นกคุ้ม) ตะกรุดฝาบาตร ผ้ายันต์เขียนมือ เสื้อยันต์ พระเนื้อดินเนื้อผงหลังยันต์ตรีนิสิงเห พิมพ์สมเด็จ พิมพ์ต่างๆ(ยุคต้น) ร.ศ.๑๑๒(พ.ศ.๒๔๓๖-๓๙) พระเนื้อเมฆพัตรพิมพ์ต่างๆ(ยุคกลาง)ประมาณปี(พ.ศ.๒๔๕๙-๖๐) พระเนื้อดินพิมพ์ลพ.โต พิมพ์นางพญาพิมพ์ปิดตายันต์รอบ พิมพ์ปิดตาเม็ดขนุน พิมพ์ลีลาประมาณปี(ยุคปลายพ.ศ.๒๔๗๖)และเหรียญยอดนิยม อย่างเหรียญหน้าลอย(พ.ศ.๒๔๗๗)เหรียญหน้าจม(พ.ศ.๒๔๘๐)ซึ่งอาจารย์แก้วคำวิบูลย์ได้จัดสร้าง

วัตถุมงคลรุ่นต่างๆปัจจุบันไม่ค่อยได้เห็นกันเพราะหายากมากคนรุ่นนั้นต่างเก็บไว้ใช้กันหมดที่เราพอจะได้เห็นกันบ้างก็คือ สมเด็จเขียวเหนียวจริงหรือพระสมเด็จกรุบึงพระยาสุเรนทร์ซึ่งท่านปลุกเสกให้แม้แต่ตอนสงครามอินโดจีน พระยาพหลพลพยุหเสนา(ลูกศิษย์)อดีตนายกรัฐมนตรีก็ยังได้นิมนต์ท่านขึ้นเครื่องบินไปโปรยทรายเสกรอบวัดพระแก้วและสนามหลวงรวมทั้งบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้คุ้มครองมิให้เป็นอันตรายจากระเบิดของข้าศึกและยังได้ขอร้องให้ท่านสร้างเสื้อยันต์เพื่อแจกทหารไปใช้ในสงครามซึ่งเสื้อยันต์นี้มีกิตติศัพท์เลื่องลือกันมากว่า แคล้วคลาดยิงไม่ถูกหรือโดนยิงแล้วไม่เป็นอะไร บางคนโดนยิงล้มลงก็ยังลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้จนได้รับฉายาว่า ทหารไทยเป็นทหารผี ซึ่งตอนนั้นเสื้อยันต์ที่ท่านสร้างจะจารเขียนด้วยดินสอดำ ท่านเองทำให้ไม่ทันจึงได้ขอให้พระอาจารย์อีก ๕ ท่านมาร่วมสร้างด้วยคือ ๑.หลวงปู่แช่ม วัดตาก้อง นครปฐม,๒.หลวงปู่คง วัดบางกะพ้อม,๓.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา,๔.หลวงปู่จาด วัดบางกะเบา ปราจีนบุรี,๕.หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว สมุทรปราการ

หลวงปู่ทองท่านเป็นพระที่ความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่งท่านมีอภิญญาจิตรและปาฏิหาริย์มากมาย แม้แต่คนจะถ่ายรูปท่านก็ยังถ่ายไม่ติดเลยครับ ทำให้ปัจจุบันจึงไม่ค่อยมีรูปท่านให้เห็นกันจะมีที่เห็นก็เพียงรูปเดียวที่ชัดสุดก็คือ รูปที่บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายร่วมกันไปอ้อนวอนขอถ่ายรูปท่านซึ่งเป็นรูปที่ท่านกำลังลงบันไดไปฉันเพลเท่านั้น ส่วนรูปที่แอบถ่ายตอนท่านฉันเพลนั้นไม่ชัดติดเป็นเงาๆเท่านั้น หลวงปู่ทองท่านมรณภาพปีพ.ศ.๒๔๘๐สิริรวมอายุได้๑๑๗ปี นับเป็นยอดพระเกจิอาจารย์แห่งอาจารย์ของเมืองไทยที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบันครับ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

 

Leave a Reply