“หลวงปู่นาค วัดหัวหิน” รัชกาลที่ ๖ ให้เข้าเฝ้าได้ตลอดเวลา แม้ในยามราตรี

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “หลวงปู่นาค วัดหัวหิน” รัชกาลที่ ๖ ให้เข้าเฝ้าได้ตลอดเวลา แม้ในยามราตรีนำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

ยอดเกจิเรืองอาคมอุดมด้วยบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ หลวงปู่นาค วัดหัวหิน พระครูวิริยาธิการี (หลวงปู่นาค) วัดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระมหาเถราจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญในวิปัสสนาธุระ อีกทั้งทรงคุณวิเศษทางเวทย์วิทยาและพุทธาคม เป็นที่เคารพนับถือของชาวหัวหิน ตลอดทั้งพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย หลวงปู่นาคเกิดเมื่อปีพ.ศ.๒๔๐๐เป็นบุตรของนายพ่วงนางสุ่ม พ่วงไปมีพี่น้องรวม๕คน ท่านเป็นคนที่๒บ้านเดิมอยู่ที่บ้านลัดโพ อ.คลองกระแซง จ.เพชรบุรี หัดเรียนเขียนอ่านอักขระสมัยที่วัดลัดโพกับพระอธิการเมืองอยู่ ๑ ปีแล้วย้ายไปอยู่กับพระอธิการสุก วัดหลักป้อม จ.สมุทรสงคราม เรียนทางพระปริยัติธรรมและบาลีธรรมอยู่หลายปีจนอายุย่าง๑๙ปีจึงบรรพชาเป็นสามเณร

กระทั่งอายุ๒๑ปี จึงอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดหลังป้อมได้รับฉายาว่า “ปุญญนาโค” เริ่มศึกษาวิปัสสนาธุระและรับการถ่ายทอดพุทธาคมจากหลวงพ่อตาด วัดบางวันทองซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อคงวัดบางกะพ้อม นอกจากนี้ยังได้ศึกษาวิชาอาคมจากหลวงพ่อเอี่ยมวัดลัดด่านและหลวงพ่อภู่วัดบางกะพ้อม จนมีเกียรติคุณเลื่องลือด้านวิทยาคมอย่างยอดเยี่ยม ในปีพ.ศ.๒๔๖๔ท่านได้ลาสิกขาออกมาช่วยครอบครัว และแต่งงานกับนางแจ่มมีบุตร๑คนก่อนที่จะเลิกร้างกันไปและเกิดความเบื่อหน่ายทางโลกตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งที่วัดโตนดหลวง จ.เพชรบุรี จำพรรษาอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนมาสร้างวัดวังก์พง ที่อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ในสมัยรัชกาลที่๕ชาวบ้านหัวหินได้พร้อมใจกันสร้าง“วัดอัมพาราม”ขึ้น ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น“วัดหัวหิน” ขุนศรีเสละคาม(พลอย กระแสสินธุ์)กำนันโตและผู้ใหญ่กล่ำเป็นตัวแทนชาวบ้านไปอาราธนาท่านมาเป็นเจ้าอาวาสเพราะเป็นที่เคารพเลื่อมใสของคนในท้องถิ่นนั้น นับแต่นั้นมาท่านได้พัฒนาวัดหัวหินจนกระทั่งมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมวัดอื่นๆ มีความมั่นคงสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ากันว่า หลวงปู่นาคเป็นพระเกจิอาจารย์เรืองอาคมอุดมด้วยบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ มีปฏิปทาในทางสมณธรรมเป็นเลิศ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระราชศรัทธาเป็นพิเศษ พระองค์ทรงนับถือเสมอด้วยศิษย์กับครูทุกครั้งที่เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จะทรงมานมัสการเสมอพร้อมทั้งทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ท่านเข้าเฝ้าได้ตลอดเวลาแม้ในยามราตรี มีผู้บันทึกนิสัยปฏิปทาและศีลวัตรของท่านไว้ว่า เป็นผู้มีอัธยาศัยรักสงบเยือกเย็นและสุขุม ประกอบด้วยความเมตตากรุณามีเมตตาธรรมแก่คนทั่วไปโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะเป็นพระที่พูดน้อย เวลาจะตักเตือนหรือสั่งสอนใคร มักใช้คำพูดสั้นๆไม่เยิ่นเย้อแต่เป็นคำที่เฉียบคมแฝงด้วยความหมายลึกซึ้งยิ่งนัก

หลวงปู่นาคเป็นพระเกจิอาจารย์องค์หนึ่งซึ่งสร้างพระเครื่องได้เข้มขลัง เนื่องจากสืบสายพุทธาคมมาจากเกจิทรงวิทยาคมหลายท่าน วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังที่ขึ้นชื่อลือชาได้แก่ ผ้ายันต์เช็ดหน้า ผ้าประเจียดสีแดง สีผึ้งทาปาก ตะกรุดลูกอม พระพิมพ์เนื้อผงชุดวัดมฤคทายวันคือ พระสมเด็จมฤคทายวัน สมเด็จปรกโพธิ์ สมเด็จพระพุทะชินราช พระผงพิมพ์ป่าเลไลย์ นางกวัก และเหรียญพ.ศ.๒๔๗๗ ในด้านพุทธคุณความศักดิ์สิทธิ์กล่าวขานกันว่าดีในทางอยู่ยงคงกระพัน เมตตาค้าขาย วัตถุมงคลบางชนิดจึงเป็นสิ่งหายากและมีราคาสูง ในจ.ประจวบฯหรือใกล้เคียงหาได้ยากและหวงแหนกันมาก แม้จะให้ราคาสูงเท่าไหร่ก็ไม่มีใครกล้าแลกเปลี่ยนหรือให้เช่าบูชา

บั้นปลายชีวิตหลวงปู่นาคเริ่มอาพาธด้วยโรคบวมตามข้อปีพ.ศ.๒๔๗๕ รักษาตัวเรื่อยมาอาการไม่หายขาด เพียงทุเลาได้เป็นครั้งคราว ก่อนที่จะมรณภาพลงเมื่อเวลา๑๕.๕๓น.วันที่ ๒๔ก.ค. ๒๔๗๗ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสปกครองยาวนานถึง๓๘ปี (พ.ศ.๒๔๓๙-๒๔๗๗) มีอายุพรรษาได้ ๔๓พรรษา ได้รับพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ ๑๗ มี.ค. ๒๔๗๘ ทุกวันนี้แม้จะมีเพียงรูปหล่อแทนตัวท่านประดิษฐานให้กราบไหว้ แต่ชาวหัวหินเชื่อว่า บารมีของหลวงปู่นาคยังคอยคุ้มครองช่วยเหลืออยู่เช่นเดียวกับคุณงามความดีที่ไม่มีวันถูกลบเลือนไป

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

ใส่ความเห็น