“หลวงปู่บุญยัง อาจาโร” ศิษย์ของ “หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

หากกล่าวถึงพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของไทยก็มีอยู่หลายท่านไม่ว่าจะเป็นสมัยก่อนและปัจจุบัน ความศรัทธาความเชื่อของแต่ละบุคคลนั้นๆที่นับถือ วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หลวงปู่บุญยัง อาจาโร วัดนิลาวรรณประชาราม ศิษย์ของหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงปู่บุญยัง อาจาโร วัดนิลาวรรณประชาราม ต.วังโบสถ์ อ.หนองไผ่ จ. เพชรบูรณ์ อายุ ๙๔ ปี อดีตพระครูเมืองลพบุรี ท่านเป็นศิษย์ของหลวงพ่อเดิมรุ่นกลาง อยู่เรียนวิชากินข้าวก้นบาตรกับหลวงพ่อเดิม ๑๐ ปี หลวงพ่อโอดวัดจันเสน หลวงพ่อน้อยวัดหนองโพ เพื่อนเรียนวิชาด้วยกันแต่หลวงปู่บุญยังไม่ดังเท่า แม้มีบารมีแต่ก็ไม่อยากเผยตัว

เรื่องเก่าบางเรื่องประวัติบางตอนจากปากหลวงปู่บุญยัง “หลวงพ่อเดิมท่านเก่งมากนะ มีดท่านนี้แรง มาก กันคุณไสยสิ่งเลวร้ายกลัว แพงเสียด้วยเล่มนึงตั้ง ๑๕ บาท ฉันไม่มีเงินท่านสงสาร บีบนวดท่านมาเป็นเดือนๆท่านให้มีดงา(ด้ามงา)มาเล่มนึง ท่านว่าอย่าเอาให้พ่อไปกินเหล้าไปเล่นการพนันนะ”

“รุ่นฉันก็ท่านโอดวัดจันเสนนะ รู้จักไหมล่ะ ท่านโอดแก่กว่าฉัน ๕ ปี ท่านเกิดปี ๖๐ รูปร่างผอมๆ นี่ท่านได้ตบะนะ องค์นี้น่ะ” “หลวงพ่อฮวด หลวงพ่ออ๋อย หลวงพ่อโอด นี่เคยฉันข้าวสำรับเดียวกันมาแล้ว ท่านเก่งทั้งหมด เรื่องมีดนี่บอกตรงๆ ฉันไม่ได้ไว้ หลวงพ่อเดิมท่านหยุดสอนไม่ให้ใครอีก ฉันไปเรียนมีดกับหลวงพ่อบุญมีเขาสมอคอนเมืองหนุมานน่ะ มีดท่านก็เก่งเหมือนกัน ตำรานี้ฉันได้ ฉันได้”

“ไปเป็นพระครูอยู่ลพบุรีตั้งแต่หนุ่มๆ เรียนกับหลวงพ่อเคลือบวัดไม้สอน สอนให้หมดไม่หวงท่านว่า วิชาข้าเอ็งเอากระบุงมาโกยเอาไปเลยข้าให้เป็นทาน ทำได้แล้วทำเป็นแล้วเอ็งจะรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ไม่นานหรอกเอ็งจะเหนื่อยเหมือนข้าท่านว่างั้นนะ”

“ตอนเรียนกับหลวงพ่อเคลือบวัดไม้สอนบ้านหมี่ เดือน ๑๒ น้ำเต็มตลิ่ง ฉันแอบดูหลวงพ่อเคลือบเอาปลัดขิกโยนแม่น้ำแล้วเคาะปลัดวิ่งมาเข้ามือเลยยังกับไอ้ช่อนโผนน้ำ วิชานี้ท่านสอนให้ฉันหมด” “ฉันเคยแอบดูหลวงพ่อเคลือบทำตะกรุดฉันอยู่ใต้ถุนกุฏิท่าน แอบดูที่ช่องของท่านท่านเสกตะกรุดแต่ละครั้ง สั่นไปทั้งกุฏิ หลวงพ่อเคลือบบอกฉันไม่ให้นะ อยากได้ให้เอาตอนฉันเผลอ”

ท่านยังมีอภินิหารอีกมีอยู่ว่า หลวงปู่บุญยังวิชาคงกระพันท่านแน่นัก ท่านเล่าเล่นๆว่า แม้แต่ตัวท่านเองก็เคยถูกคนใจบาปลอบซุ่มยิงตอนจะไปถานกระสุนปืนมันแหวกอากาศมาชนศีรษะท่าน แล้วมันก็ตกลงข้างๆ เท้าท่าน ไม่เข้าไม่ทะลุผิวหนังท่านอีก ๒ นัดตามมามันก็ดังแชะ แชะ สิ เข้ามาคุยกันดีๆดีกว่า”

ว่าเท่านี้คนร้ายก็รีบวิ่งหนีไป พอท่านพูดเรื่องนี้ทีไรท่านต้องเอามือคลำรอยบุ๋มของลูกปืน ที่ผากรอยไว้ที่ศีรษะท่านแล้วท่านก็หัวเราะ หึ หึ หึ อีกครั้ง ท่านโดนลอบยิงที่สีข้างก็ไม่เข้าเช่นกัน ท่านว่าคุณพ่อเคลือบสั กยันต์ตะวันตก ตะวันออก ให้ฉันหรอกหนังมันเลยเหนียว

บทความนี้เป็นเรื่องราวของหลวงปู่บุญยัง อาจาโร วัดนิลาวรรณประชาราม เป็นตำนานเล่าขานสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นธรรมทานแก่ทุกท่าน สาธุ สาธุ เป็นควมเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ข้อคิดท้ายเรื่อง

รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น **เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิรา

Leave a Reply