หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน จ.ศรีสะเกษ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ…

ขอเล่าประสบการณ์เลยนะครับ เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงเกิดขึ้นมาประมาณ ๒ ปีก่อน

ผมมีเพื่อนคนหนึ่งเป็นผู้หญิงครับ สมมุติว่าชื่อ “เอ็ง” เธอมีอาชีพค้าขายพลอยครับ ลักษณะนิสัยเป็นคนใจร้อนนิดๆครับ มีอยู่ช่วงหนึ่งเธอมีปัญหาทางครอบครัว โดยสามีได้ไปมี กิ๊ก ทำให้ต้องทะเลาะกันเป็นประจำทั้งกับสามี และ กิ๊กของสามี จนได้ตัดสินใจแยกทางกัน แต่ดูเหมือนว่า ทางแฟนใหม่ของสามีนั้นจะไม่ยอมเลิกรา ทางฝ่ายนี้ก็ไม่ยอมใคร เจอกันทีไรต้องมีปะทะ ฝีปาก บางครั้งก็ถึงกับลงไม้ลงมือกัน

มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่คุณเอ็ง กำลังทำกิจอยู่ในบ้าน ได้มีผู้หญิงอายุประมาณ ๔๐ ปีได้เข้ามาถามเพื่อนที่พักอยู่ที่ห้องเช่าด้วยกันว่า ไอ้เอ็งมันอยู่ที่นี่ใช่ไหม ทางเพื่อนของคุณเอ็ง ได้ยินหญิงผู้นั้นถามแบบนี้ ก็คิดว่าคงจะมาหาเรื่องกันก็เลยถามกลับไปว่า ทำไมหรือ มีอะไรก็บอกฉันมาก็ได้ เอ็งกำลังไม่ว่าง หญิงวัย ๔๐ ก็ตอบกลับมาว่า ไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของไอ้เอ็งมัน อย่างมายุ่ง พอสิ้นเสียงของหญิงผู้นั้นแล้ว เธอก็เดินจากไป ทิ้งไว้แต่ความสงสัย และใจคอที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะใบหน้าของหญิงปริศนานั้นช่างดูน่ากลัวพิลึก ใบหน้าอันหมองคล้ำ แลผิวที่ดูไม่ค่อยผ่องใส….

พอดีคุณเอ็งก็เดินมาที่หน้าบ้านเพราะได้ยินเสียงของคนทั้งสอง พูดคุยกัน แล้วก็ถามว่าใครมา เพื่อนของคุณเอ็งก็บอกว่าไม่รู้สิ เมื่อตะกี๊ มีคนมาถามหาแก…ฯลฯ พอเล่าเรื่องจบ ก็สรุปว่า..ฉันไม่ค่อยไว้ใจเลยมันแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ เอาน่าคงไม่มีอะไรหรอก

…..แต่พอคืนนั้นก็ได้เรื่อง เพื่อนของคุณเอ็งได้ตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนดึก ได้เห็นแสงไฟมาจากตู้เย็นก็เลยเดินไปดูปรากฏว่า เห็นคุณเอ็งกำลังหยิบเนื้อหมูสดๆจากตู้เย็นมากิน ก็ตกใจก็เลยเข้าไปเขย่าตัวคุณเอ็งอย่างแรง พอคุณเอ็งได้สติก็ตกใจเช่นกันว่า มาที่นี่ได้ยังไงแล้วก็เรื่องเนื้อหมูนี้ด้วย จึงทำให้ทั้งสองคนนั้นนอนไม่หลับ เพราะไม่กล้านอนเลยจนถึงเช้า..ก็ไปทำงานกันต่อ

พอไปถึงที่ทำงานก็รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้ มีอาการเวียนหัวคล้ายจะอาเจียน และรู้สึกร้อนๆอยู่ภายใน พอกลับไปบ้านก็เอาพระมาคล้องคอไว้ จนถึงตอนกลางคืน ก็นอนไม่หลับ พยายามจะหลับก็นอนไม่หลับอีกเช่นเคย มันมีความคิดอยู่ในหัวว่า ไปกระโดดตึกสิ หรือจะให้ฆ่าตัวตายอย่างเดียว แต่ก็ต้องพยายามดึงสติกลับมาตลอดเลย สู้กับความนึกคิดของตัวเอง ที่ไม่ใช่ตัวเองจนถึงเช้า ก็ไปหาหมอตรวจดูหมอก็ไม่พบอะไรผิดปกติ

หมอก็ให้ยานอนหลับมากินเท่านั้น พอกลับจากหาหมอก็มาที่ออฟฟิศ อยู่ดีๆก็เกิดอาการจะอาเจียนขึ้นมาก็รีบวิ่งไปห้องน้ำ เป็นสิ่งที่ยากที่คนทั่วไปจะเชื่อ เพราะสิ่งที่เธออาเจียนออกมานั้นมี….หนอนหลายตัวมาก..ติดออกมาพร้อมกับเศษอาหารด้วย

ยิ่งทำให้ตัวเองยิ่งมีความกลัวขึ้นไปอีก ว่าอาจโดนคุณไสย ก็ได้ไปปรึกษากับน้า และเล่าให้คนอื่นๆฟังก็ไม่ค่อยมีใครเชื่อ

จึงได้โทรศัพท์มาหาผม และก็มาหาผมที่บริษัทที่ผมทำงานอยู่พร้อมกับเล่าเรื่องต่างๆให้ฟังโดยละเอียด เธอเล่าทั้งน้ำตา..ผมจึงตัดสินใจปลดพระในคอและที่เหน็บอยู่ที่กระเป่าให้เธอเอาไปอาราธนาขอบารมีให้ช่วย พระที่ผมให้เธอ(ยืม) นั้นได้แก่ รูปหล่อหลวงปู่ทวด และท้าวเวสสุวัณของหลวงปู่หมุนรุ่น “จักรพรรดิ ปู่หมุน” พร้อมทั้งบอกวิธีทำน้ำพระพุทธมนต์(โดยนำพระแช่น้ำ) อาบกิน พร้อมทั้งจดคาถาบูชาให้ไปด้วย และให้สวดมนต์ แผ่เมตตาไปให้เขา ที่เป็นจ้าวกรรมนายเวร และเล่าประสบการณ์และสรรพคุณของพระให้ฟัง เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น

พอผ่านไปประมาณอาทิตย์กว่าๆ เธอก็โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เอาพระของพี่ไป ก็ได้สวดมนต์ และทำตามที่พี่บอกทุกอย่างคืนนั้นเลย ก่อนนอนก็นำพระติดตัวเวลานอน ก็นอนหลับดีเป็นปกติ อาการต่างๆทั้งความคิดที่ไม่ใช่เราดังกล่าวข้างต้นก็ไม่ปรากฏอีกเลย พอดีขึ้นแข็งแรงขึ้น ก็กลับไปหาพ่อที่ จ.จันทบุรี พ่อของเธอก็พาไปหา พระอาจารย์ที่ท่านเก่งกล้าในด้าน วิชาอาคม ให้ช่วยดูให้ที่ว่าอาการเหมือนกับโดนของนี้ยังมีอยู่อีกหรือไม่ จากการตรวจทางในของเกจิอาจารย์อาวุโส ท่านนั้นบอกออกมาว่า ไม่มีไสยศาสตร์ในตัวอีกแล้ว หมดแล้ว..ฯลฯ บอกแต่เพียงว่า ให้ทำบุญ ตักบาตร และให้ทำกระทงลอยส่งไปเท่านั้น..ของนั้นจะได้ไม่กลับมาอีก..

เธอบอกผมว่า ที่โทรมาหานี่ก็จะโทรมาเล่าให้ฟัง และก็จะขอบูชาพระ(เช่า) ต่อจะได้หรือไม่ ด้วยความที่ผมนั้นมีหลวงปู่ทวดองค์เดียวก็จึงบอกเขาไปว่า เอาไว้จะหามาให้ก็แล้วกันนะ วันรุ่งขึ้นเธอก็นำพระมาคืนผม และทุกวันนี้ เธอก็ยังเป็นปกติ และไม่ปรากฎมีอาการแปลกๆอีกเลยครับ

สิ่งที่เล่ามาทั้งหมดนี้นั้น ขอยืนยันอีกครั้งครับว่าเป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้น และตัวผู้พบประสบการณ์นั้น ก็เป็นเพื่อนของผมที่พบเห็นกันเป็นประจำครับ..

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยวข้องเพื่อ ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานยึดเอาข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

ใส่ความเห็น