หลวงปู่หิ่ม ปรมาจารย์สักยันต์วัดบางพระ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หลวงปู่หิ่ม ปรมาจารย์สักยันต์วัดบางพระ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

การสืบสานวิชาสักยันต์อันเกรียงไกรโด่งดังที่สุดแห่งล่มแม่น้ำนครชัยศรีหรือแม่น้ำท่าจีนเห็นจะไม่มีใครเกินองค์พระคุณเจ้าหลวงปุ่หิ่ม อินทโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพระและเจ้าคณะตำบลวัดบางพระ ผู้สร้างโบสถ์หลังใหม่ ท่านเป็นพระดุ เจ้าระเบียบ ถ้ามีใครส่งเสียงดัง ท่านจะตวาดจนหวาดผวาเงียบเสียงทันที คนเมาเหล้าจะหายเมาเมื่อเจอท่าน เวลาหลวงพ่อจำวัดถ้ามีใครผ่านไปหน้ากุฏิข้างโบสถ์เก่าริมแม่น้ำจะเดินตัวลีบเงียบไม่กล้าส่งเสียง(กุฏิหลังเก่าของท่านปัจจุบันรื้อแล้ว ทำเป็นโรงเก็บเรือพายแข่ง)

ทำให้นึกถึงการแข่งเรือประเพณีสมัยหลวงปู่หิ่ม งานแข่งเรือยาวของวัดบางพระลือลั่นดังทั่วคุ้งน้ำนครชัยศรีมีเรือต่างถิ่นมาร่วมงานแข่งมากมาย เรือของวัดบางพระมีชื่อเสียงดังมากในระดับเรือยาว ๓๐ ฝีพาย ฝีพายทุกคนโพกผ้ายันต์ที่หัวพายแข่งชนะจนไม่มีเรือลำใดสู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรือสมานน้ำของวัดห้วยพลูหรือที่มีฝีพายมากกว่าประชาชนจากทั่วแถบลุ่มแม่น้ำท่าจีน มาชมการแข่งเรือแน่นสองฝั่งแม่น้ำ มีเรือพาย เรือแจว ที่จอดเต็มสองฟากตลิ่ง ถนนหนทางสมัยนั้นยังไม่มี ส่วนใหญ่จะสัญจรทางน้ำมีคูคลองทะลุถึงกันตลอด ถ้าจะมานครปฐมต้องนั่งเรือมาที่วัดสัปทวนแล้วค่อยที่คลองต่อมานครปฐมหรือจะมาต่อรถไฟที่สถานีท่านานครชัยศรีไปนครปฐมหรือขึ้นกรุงเทพฯ

ก่อนถึงงานประจำปีของวัดบางพระ หลวงปู่หิ่ม อินทโชโต ท่านให้ลูกศิษย์นำทรายมาเสกแล้วให้ลูกศิษย์ไปโปรยทั่วบริเวณงานวัด เมื่อถึงวันงานประจำปีจะมีประชาชนต่างถิ่นมาเที่ยวงานจำนวนมาก หนุ่มสาวต่างถิ่นมาพบเกี้ยวพาราสีกันธรรมดามักจะเกิดการเขม่นตีกันตามงานวัดที่เห็นอยู่ทั่วไป แต่ก็แปลกมากที่งานประจำปีของวัดบางพระสมัยนั้นจะไม่มีเรื่องราวทะเลาะวิวาทตีกันเลย เมื่อคราวใดที่หลวงปู่หิ่ม อินทโชโต ท่านปลุกเสกวัตถุมงคลส่วนมากจะเป็นพวกผ้ายันต์ เสื้อยันต์ จะมีทหาร ตำรวจ ประชาชน มาคอยกันเป็นจำนวนมาก มาขอวัตถุมงคลเพื่อเป็นศิริมงคลคุ้มครองป้องกันตัว ว่ากันว่าเสื้อยัต์ของหลวงปู่โยนลงในกองไฟตัวไหนไม่ไหม้ไฟจึงจะใช้ได้ ใครที่ชอบสักยันต์ท่านก็จะสักยันต์ให้ด้วยตัวท่านเอง ยันต์สักที่โด่งดังในสมัยท่านมี ยันต์เก้ายอด แปดทิศ งบน้ำอ้อย และยันต์หอมเชียง

ยันต์หอมเชียงว่ากันว่า ใครที่ได้ยันต์นี้ไปแมลงวันไม่มีทางได้กินเลือดขนาดเข็มสักแทงเข้าไปแผ่นหลังยังเด้งดึ๋งๆๆๆหลวงปู่หิ่ม อินทโชโตสืบสานพุทธาคมไสยเวทย์จากเจ้าคุณเฒ่าที่โด่งดังมากในช่วงปลายสมัยอยุธยา สมัยกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่๒วัดบางพระเป็นศูนย์รวมความเจริญแถบลุ่มแม่น้ำท่าจีนเมืองนครชัยศรีประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า เป็นเมืองเก่าแก่เป็นศูนย์กลางความเจริญสมัยทวาราวดีในฝั่งตะวันตก พระพุทธศาสนาเผยแพร่เข้ามาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมืองนครชัยศรีสร้างก่อน พระปฐมเจดีย์มีอายุนับพันกว่าปีเคยมีคนขุดค้นพบพวกถ้วยชามของใช้ของคนสมัยโบราณบ่อยๆทั่วไป

หลวงปู่หิ่มท่านได้ศึกษาเล่าเรียนสรรพวิชาจากพระอุปัชฌาย์ของท่าน พระอาจารย์ทองวัดละมุด พระเกจิดังในสมัยนั้นจนหมดสิ้นทั้งในสายพระเวทย์มนต์คาถา การสักยันต์ ตำราสมุนไพรรักษาโรคหลวงปู่หิ่มรับมาหมด พระอาจารย์ทององค์นี้เป็นอาจารย์ของหลวงปู่บุญท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาเมตตามหานิยมและตำรายาวาสนา จินดามณี อันโด่งดัง หลวงปู่หิ่มถ้านับเนื่องแล้ว ท่านเป็นศิษย์ผู้น้องของหลวงปู่บุญในคุ้งแม่น้ำนครชัยศรีตอนบนไม่มีใครไม่รู้จัก หลวงปู่หิ่ม อินทโชโต

วัดบางพระเป็นวัดเก่าแก่ทำเลที่ตั้งติดแม่น้ำท่าจีนสายแม่น้ำไหลมาจาก จ.สุพรรณบุรี กาญจนบุรีลงมา นครชัยศรีเป็นเมืองหน้าด่านทำศึกสงครามกับกองทัพพม่าที่มารุกราน ทางด้านทิศตะวันตกเมืองต่างๆเหล่านี้ ประชาชนชายฉกรรจ์จะต้องถูกเกณฑ์ไปรบทัพจับศึกอยู่ตลอดเวลา ในสมัยโบราณสรรพวิชาไสยเวทย์ต่างๆในพื้นที่เหล่านี้จึงเรียกว่า สุดยอดที่สุดในประเทศไทยชายชาตรีทุกหมู่เหล่าต้องรบทัพในศึกสงครามจึงต้องเสาะแสวงหาวิชาอาคม การลงสักอักขระเลขยันต์หัวใจยันต์ต่างๆเพื่อมีของดีป้องกันติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้ ยังมีคนสักยันต์อยู่สืบสานตำราสักยันต์อันเก่าแก่ไว้สืบสานตำรับวิชา

ก่อนที่หลวงปู่หิ่ม อินทโชโตจะมรณภาพท่านได้ถ่ายทอดวิชาตำราวิชาอาคมคาถาไสยเวทย์ให้แก่หลวงพ่อเปิ่นจนหมดสิ้น วัดบางพระจึงเจริญสุดขีด ว่ากันว่าหลวงปู่หิ่มท่านสำเร็จวิชาเปิดโลกได้จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ที่ยังมีชีวิตอยู่หลวงปู่สามารถถอดกายไปเที่ยวสวรรค์หรือลงไปเที่ยวในเมืองนคร แล้วมาเล่าให้คนใกล้ชิดฟังสั่งสอนให้เห็นถึง บาปบุญ คุณโทษ กรรมดี กรรมชั่ว เพื่อให้คนเรายึดมั่นทำแต่ความดี หลวงปู่หิ่ม อินทโชโต ท่านมีวาจาสิทธิ์วัดบางพระที่เราเห็นเจริญมากที่สุดในวันนี้สมัยก่อนบริเวณวัดร่มรื่นปกคลุมด้วยแมกไม้น้อยใหญ่จำพวก ต้นหว้า ต้นมะเดื่อ ต้นชัยพฤกษ์ ต้นหูกวาง ต้นโพธิ์ นอกบริเวณวัดยังเป็นป่า ต้นไม้ ขึ้นปกคลุมหนาทึบเต็มไปหมดเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าต่างๆ

ชาวบ้านแถบนั้นเห็นท่านมีเมตตามักจะนำสัตว์ป่าสัตว์เลี้ยงมาปล่อยไว้ที่วัด ไม่ว่าจะเป็นหมูป่า ไก่ป่า ชะนี ชะมด ด้วยความที่ท่านเมตตาต่อสัตว์พวกนี้มาก ท่านพูดประกาศิตไม่ให้ใครมาทำร้ายสัตว์ต่างๆในบริเวณวัด ถ้าใครทำร้ายสัตว์พวกนี้ก็ให้มีอันเป็นไป ครั้งอยู่มาวันหนึ่งตาชิดได้เข้ามาขโมยหมูป่าเขี้ยวยาวหนักประมาณสองร้อยกว่ากิโลเอาไปฆ่ากินสองอาทิตย์ต่อมาปรากฏว่าตาชิดได้ตายอย่างไร้สาเหตุ จนชาวบ้านโจทย์จรรย์ไม่กล้าไปทำร้ายสัตว์ที่อยู่ในวัด หลวงปู่หิ่มท่านยังเก่งในตำรายาสมุนไพรโบราณการรักษาคนป่วยไข้ที่เป็นโรคต่างๆ คนเจ็บไข้จะมาหาหลวงปู่หิ่มให้รักษาโรค ท่านจะถามอาการ ชื่อ ของคนไข้ แล้วรักษา ผิดกับพระอาจารย์องค์อื่นก็จะรักษาจะสะกดโรคให้อยู่ในตะปูแล้วเอาตะปูมาตอกตามเสา

วิชาอีกอย่างหนึ่งซึ่งชาวบ้านเล่าลือกันมากทั่วคุ้งแม่น้ำนครชัยศรี ท่านสามารถเสกเหล้าให้เป็นน้ำชาลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเล่าให้ฟังว่า แปลกใจมากที่วันหนึ่งหลวงปู่หิ่มให้เขาหาเหล้ามา ตอนแรกนึกว่าจะใช้ผสมสมุนไพรทำยาเมื่อหลวงปู่หิ่มเปิดจุกเทเหล้าลงแก้วแล้วฉันลงคอตัวเขาเองตกใจมาก คลานเข้าไปกราบเรียนหลวงปู่หิ่มว่าเป็นเหล้า หลวงปู่กลับบอกว่าเป็นน้ำชา แล้วให้เขาลองดื่มดูเขาแทบไม่น่าเชื่อเหล้าที่เขานำมาให้กลับกลายเป็นน้ำชา หลวงปู่เห็นเขาแสดงสีหน้าฉงนใจก็ได้แต่หัวเราะในลำคอ ฮึฮึ อย่างอารมณ์ดี

สรรพวิชาอาคมทางไสยเวทย์อันเข้มขลังลือชื่อแห่งลุ่มแม่น้ำนครชัยศรี (อีกวิชาที่สืบทอดกันมา แต่จุดที่เงียบสงบและให้พลังลึกเห็นจะได้แก่ “สะดุ้งกลับ” ที่สืบสานมาจากหลวงปู่ทอง หลวงปู่บุญ หลวงปู่หิ่ม เป็นต้นตำรับอันยิ่งใหญ่ที่สืบสานกันมา) องค์หลวงพ่อเปิ่นท่านได้รับถ่ายทอดจนหมดไม่ว่าจะเป็นการลงนะหน้าทอง ลงสาลิกาลิ้นทอง การลงอักขระสักยันต์ อันมีชื่อเสียงเกรียงไกรโด่งดังที่สุดในยุคนี้ เมื่อคราวรื้อกุฏิหลวงปู่หิ่มและกุฏิริมแม่น้ำของพลวงพ่อเปิ่นได้พบตำราพระเวทย์คาถาในใบลานเก็บอยู่ในหีบเหล็กเก่าแก่และบนเพดานกุฏิ พบพระพุทธรูปเก่าปางต่างๆพระผงจำนวนมาก ตำราในใบลานมีทั้งตำราวิชาอาคม การฝังรูปฝังรอย เสน่ห์เมตตามหานิยม อักขระเลขยันต์ต่าง ๆ ตำรารักษาโรค ในปัจจุบันได้มอบให้พระอาจารย์ติ่ง พระอาจารย์ต้อย พระอาจารย์อภิญญา เก็บรักษาไว้ให้ศึกษา เมื่อลูกศิษย์ท่านใดมีเรื่องไม่เข้าใจท่านก็ชี้แนะให้จนเข้าใจ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

 

Leave a Reply