“หลวงปู่เม่งวัดบางสะแกใน” ๑ ใน ๓ สุดยอดพระเกจิที่สายเหนียวสุดๆ ของฝั่งธน

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หลวงปู่เม่งวัดบางสะแกใน ๑ ใน ๓ สุดยอดพระเกจิที่สายเหนียวสุดๆ ของฝั่งธนนำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงปู่เม่งวัดบางสะแกใน ยอดพระเกจิอาจารย์รูปหนึ่งที่ได้ร่ำเรียนวิชาอาคมมาจากหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า เมื่อครั้งสมัยยุคต้นๆปี พ.ศ.๒๕๐๐ ชาวตลาดพลูมักจะกล่าวกันว่า ถ้าจะหาพระด้านเมตตา ค้าขาย ต้องแขวนพระเครื่องหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี แต่ถ้าจะหาพระที่เหนียวสุดๆเอาแบบเชื่อถือได้ต้องพระของหลวงปู่เม่งวัดบางสะแกใน

หลวงปู่เม่งเดิมเป็นชาว จ.ชัยนาท เกิดที่บ้านโคกหม้อ ต.หน้าพระลาน อ.สรรค์บุรี ฐานะทางบ้านยากจนจึงได้ส่งท่านไปอยู่วัดตั้งแต่เล็กๆ จนเมื่อมีอายุครบบวชได้อุปสมบทที่วัดท่าวน อ.สรรค์บุรี จ.ชัยนาท และได้ศึกษาวิชาอาคมได้สักระยะหนึ่ง จึงได้เดินทางไปเรียนรู้วิชาเพิ่มเติมต่อที่วัดใหม่บำเพ็ญบุญ

ครั้งต่อมาหลวงปู่เม่งก็ได้เดินทางมาฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า เพื่อศึกษาไสยศาสตร์อาคมชั้นสูง ด้วยความที่ท่านเป็นคนที่สนใจชื่นชอบในวิชาที่เรียน ท่านจึงสามารถเรียนรู้จนเชี่ยวชาญในทุกวิชาที่หลวงปู่ศุขได้ถ่ายทอดให้ ต่อมาท่านได้ออกธุดงค์มายังเมืองหลวงเพื่อศึกษาพระธรรมเพิ่มเติม จนกระทั่งมาถึงวัดบางสะแกใน หลวงปู่เม่งเป็นที่รักและศรัทธาของชาวบ้านแถวนั้นมาก ในสมัยนั้นครั้ง พ.ศ.๒๔๖๐ เจ้าอาวาสองค์เดิมได้ลาสิกขา ทำให้ตำแหน่งว่างลง ชาวบ้านต่างก็ร่วมใจกราบเรียนให้หลวงปู่ท่านรับเป็นเจ้าอาวาส

แต่หลวงปู่เป็นคนที่รักสันโดดไม่อยากยุ่งเรื่องการปกครองชาวบ้าน จึงไปกราบเรียนท่านเจ้าคุณทักษิณคณิสร(สาย) วัดอิน(วัดใต้)ให้มาช่วยพูด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลวงปู่จึงได้ปกครองวัดบางสะแกในมาโดยตลอด สมัยที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสมีลูกศิษย์เดินทางมากราบไหว้ ขอวัตถุมงคลจากหลวงปู่มากมายส่วนมากหลวงปู่มักจะทำตะกรุด ผ้ายันต์ รูปถ่ายขนาดห้อยคอ แจก และที่นิยมสุดคงหนีไม่พ้น หนังกลองที่ชำรุด หลวงได้นำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆและจารอักขระไว้ทุกชิ้น ซึ่งพุทธคุณเป็นที่กล่าวขวัญ

ท่านเป็นที่เคารพนับถือของเซียนพระที่มีชื่อเสียงรุ่นเก่าๆหลายท่านในท่าพระจันทร์มาก หลายๆท่านต่างก็เก็บพระเครื่องของหลวงปู่ไว้บูชาติดตัวกันหลายๆท่าน มักจะเล่าถึงประสบการณ์ทางเหนียวแบบไม่เกรงใจใคร ของเหรียญหลวงปู่เม่งให้ฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวฝั่งธน ตลาดพลู จะยกย่องให้เหรียญหลวงปู่เม่งคือ”เหนียวยิ่งนัก” หนึ่งในสามสุดยอดเหรียญเหนียวฝั่งธนฯ อันได้แก่ ๑ เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ๒ เหรียญหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง ๓ เหรียญหลวงปู่เม่ง วัดบางสะแกใน นั่นเอง หลวงปู่เม่งเป็นพระเกจิที่มีอายุยืนยาว ท่านได้มรณภาพอย่างสงบเมื่อปี ๒๕๐๙ สิริอายุ ๘๓ ปี

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมรของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น