หลวงพ่อกวยกับพระองค์ชายใหญ่

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หลวงพ่อกวยกับพระองค์ชายใหญ่ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

ข้อมูลเรื่องราวอันจะนำเสนอต่อไปนี้เดิมทีท่านอาจารย์สมจิตร เทียนจันทร์ (เฒ่า สุพรรณ) เป็นผู้นำมาเปิดเผยครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน เวลานั้นท่านไม่ได้กล่าวนามว่า ผู้ที่ท่านกล่าวถึงนั้นคือท่านผู้ใดทำให้ข้าพเจ้าเกิดความสงสัยเป็นกำลังต่อเมื่อมีโอกาสพบศิษย์ใกล้ชิดของหลวงพ่อกวย(ราวปี พ.ศ. ๒๕๓๘) ได้สอบถามถึงเรื่องดังกล่าวจึงทราบว่า ท่านที่ข้าพเจ้าอยากรู้นามนั้นท่านคือ พระองค์ชายใหญ่เชื่อพระวงศ์ผู้ศรัทธาในทางขลังศักดิ์สิทธิ์ ข้าพเจ้าเห็นสมควรว่าเรื่องดังกล่าวเคยเกิดขึ้นจริงมีศิษย์หลวงพ่อกวยรู้เห็นในเรื่องนี้จริงจึงนำข้อมูลเดิมของอาจารย์สมจิตรกับข้อมูลที่สอบถามเพิ่มเติมมานำมาเรียบเรียงใหม่ด้วยเห็นสมควรนำมาเผยแพร่ การนี้กราบขออนุญาตทุกท่านที่กล่าวถึงด้วยไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝงนอกจากบันทึกและเผยแพร่เกียรติคุณเท่านั้น

หลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก

ผู้คนเรียกขานพระท่านว่า พระองค์ชายใหญ่(ผู้ใดสงสัยไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเอง) ผู้สนใจในวัตถุมงคลคงพอทราบว่าพระองค์ชายใหญ่ท่านสนใจทางความขลังศักดิ์สิทธิ์ เคารพในพระรัตนะตรัยชอบทำบุญสุนทานมักไปกราบครูบาอาจารย์สำนักต่างๆโดยเฉพาะท่านที่เชื่อว่าเป็นผู้ทรงคุณวิเศษ มีเรื่องราวน่าสนใจว่าครั้งหนึ่งพระองค์ชายใหญ่เคยพบหลวงพ่อกวย ทั้งให้ความเคารพยกย่องหลวงพ่อกวยว่า มีพลังจิตกล้าแข็งเป็นอัศจรรย์ เรื่องนี้เกิดสมัยหลวงพ่อกวยไปเรียนวิชากับหลวงพ่อจง เวลานั้นทราบว่าพระองค์ชายใหญ่เดินทางไปกราบหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกด้วยความเคารพเลื่อมใส ท่านนิมนต์หลวงพ่อจงมาที่วังของท่านทั้งขอหลวงพ่อจงเมตตาปลุกเสกพระบูชาเก่าแก่ ทราบว่าหลวงกวยติดตามไปในการนี้ด้วย

ในเวลานั้นหลวงพ่อจงชราภาพมากแล้วและเป็นที่รู้กันว่าหลวงพ่อจงท่านปลุกเสกของแบบ พ่วงดี พ่วงดี คือ เพียงจับแล้วเป่าลงไปเพียง ๑-๒ ครั้งหากมองดูเผินๆทั่วไปดูง่ายไปหรือเรียกว่าดูไม่ขลัง เมื่อพระองค์ชายใหญ่นิมนต์ปลุกเสกพระบูชาได้นำพระบูชาเก่าแก่หลายองค์มีทั้งพระเชียงแสน พระอู่ทอง ฯลฯ โยงสายสิญจน์เข้าแล้วจัดอาสนะไว้ขอให้หลวงพ่อจงช่วยปลุกเสกอธิษฐานจิต เชื่อว่าเวลานั้นหลวงพ่อจงทราบดีถึงภูมิจิตหลวงพ่อกวยศิษย์ คาดว่าหลวงพ่อจงท่านทราบด้วยจิตว่า พระองค์ชายใหญ่ท่านทรงโปรดทางความขลังศักดิ์สิทธิ์ แต่หลวงพ่อจงท่านเสกของแค่เป่าพ่วงดูไม่ขลังสมใจไม่เกิดศรัทธาในจิตเท่าที่คว และท่านคงอยากให้ศิษย์ได้ทดสอบจิตทดสอบวิชาด้วย

หลวงพ่อจงท่านจึงนิมนต์หลวงพ่อกวยขอให้ขึ้นปลุกเสกแทน หลวงพ่อกวยท่านมั่นใจในตัวเองสูงมั่นใจในอาคมและภูมิวิชา เมื่อครูบาอาจารย์มอบหมายมีหรือจะปฏิเสธ ก่อนเข้าปลุกเสกหลวงพ่อจงกระซิบข้างหูหลวงพ่อกวยว่า เอาให้เต็มที่เขาดูเราอยู่ เวลานั้นหลวงพ่อกวยอายุพรรษายังไม่มากภายนอกอาจดูไม่น่าขลังเป็นเพียงพระสงฆ์หนุ่มรูปร่างผอมบาง พระองค์ชายใหญ่ท่านผ่านครูบาอาจารย์มามากพอควรผู้ใกล้ชิดทราบดีว่าท่านเลื่อมใสพระอาจารย์ใด ต้องเก่งเข้มขลังจริงเท่านั้น แต่หลวงพ่อกวยท่านทราบดีว่าต้องทำอย่างไร เรื่องที่จะให้ครูบาอาจารย์เสียชื่อนั้นไม่มี หลวงพ่อกวยท่านหันมากราบพระพุทธ กราบหลวงพ่อจงองค์อาจารย์ที่นั่งอมยิ้มอยู่ แล้วนั่งลงบนอาสนะที่เขาจัดเตรียมไว้

หลวงพ่อกวยจับสายสิญจน์สำรวมจิตเข้าสมาธินั่งนิ่งไม่ไหวติง ครู่หนึ่งพลันเกิดเหตุอัศจรรย์เมื่อพระบูชาที่ล้วนเป็นของเก่าหายากทั้งสิ้นซึ่งอยู่ในวงสายสิญจน์ทั้งองค์ใหญ่ องค์เล็ก มีทั้งปางยืนและปางสมาธิ พระบูชาทั้งหมดเริ่มสั่นสะเทือนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่สุดพระบูชาปางยืนองค์ใหญ่ถึงกับโยกคลอนไปมาผู้อยู่ใกล้ต้องรีบเข้าไปประครององค์พระทันที อาการสั่นสะเทือนนี้เกิดขึ้นอยู่นานหลายนาที เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตะลึงให้แก่สมเด็จพระองค์ชายใหญ่ไม่น้อย เมื่อเสร็จพิธีได้ถวายปัจจัยมา ๑,๐๐๐ บาท ถือเป็นเงินจำนวนมากโขในสมัยนั้น(ราวปี ๒๕๐๐) ท่านสอบถามหลวงพ่อกวยว่าอยู่วัดใด เข้าใจว่าท่านแปลกใจที่หลวงพ่อกวยพลังจิตกล้าแข็งเกินคาด ขนาดเสกพระบูชาสั่นสะเทือนได้นี้เป็นใครก็ต้องเกิดศรัทธา

หลวงพ่อกวย

ทราบว่าพระองค์ท่านต้องการมากราบหลวงพ่อกวยที่วัด แต่ด้วยการเดินทางสมัยนั้นค่อนข้างลำบากประกอบกับสรรคบุรีเวลานั้นมีพวกโจรชุกชุมจึงเป็นการยากในการถวายความปลอดภัย เห็นว่าไม่สมควรเดินทางมา ทั้งหลวงพ่อกวยท่านก็ไม่สนใจ หรือยินดียินร้ายในเรื่องดังกล่าวซึ่งเป็นอุปนิสัยของท่านที่วางเฉย ภายหลังจึงล้มเลิกการเดินทางมา ทราบว่าภายหลังท่านนิมนต์พระเกจิอาจารย์หลายรูปให้มาปลุกเสกพระบูชาในวังอีกหลายวาระ แต่ไปปรากฏว่ามีพระอาจารย์ใดสามารถปลุกเสก พระพุทธรูปจนสั่นสะเทือนได้เช่นหลวงพ่อกวย เวลาผ่านมานานหลายปีท่านค้นหาพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณอยู่นานจนได้พบพระอาจารย์นำ ชินวโร วัดดอนศาลาจังหวัดพัทลุง อาจารย์ผู้แก่กล้าอาคมศิษย์สำนักเขาอ้อที่สามารถปลุกเสกพระพุทธรูปจนสั่นสะเทือนได้ ปรากฏว่าพระอาจารย์ที่ปลุกเสกพระจนสั่นสะเทือนได้มีเพียง หลวงพ่อกวย
พระอาจารย์นำ

เรื่องราวนี้ศิษย์รุ่นเก่าทราบกันหลายคน ท่านอาจารย์สมจิตร เทียนจันทร์ เคยนำมาเผยแพร่เมื่อราวยี่สิบกว่าปีก่อน

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

Leave a Reply