“หลวงพ่อตาดวัดบางวันทอง” ลบลาย”เสือหรั่ง”ด้วยพุทธคุณ สาบานต่อหน้าพระ ข้าจะเลิกเป็นโจร

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “หลวงพ่อตาดวัดบางวันทอง” ลบลาย”เสือหรั่ง”ด้วยพุทธคุณ สาบานต่อหน้าพระ ข้าจะเลิกเป็นโจร นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงพ่อตาด พระเถราจารย์ใหญ่ วัดบางวันทอง จ.สมุทรสงคราม พระวิปัสสนาจารย์ยุคเก่าผู้มีพุทธาคมเข้มขลังแห่งลุ่มน้ำแม่กลองมีตบะบารมีแก่กล้าผู้มากด้วยอิทธิคุณและบุญฤทธิ์ ท่านเป็นหนึ่งในอาจารย์ของหลวงพ่อคงวัดบางกระพ้อมและอีกทั้งยังเป็นพระอุปัชฌาย์อาจารย์ผู้ให้อุปสมบทและสอนวิชาแก่หลวงพ่อทองสุขแห่งวัดโตนดหลวงเกจิอาจารย์ชื่อดัง

หลวงพ่อตาดเป็นคนพื้นเพจังหวัดราชบุรีหลังจากท่านอุปสมบทได้ออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ กระทั่งได้มาพำนักจำพรรษา ณ วัดบางวันทองได้เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่สามของวัดและได้เป็นพระอุปัชฌาย์ วัตถุมงคลที่เลื่องชื่อของหลวงพ่อตาดวัดบางวันทองเห็นจะไม่พ้นตะกรุดคงคาวดีเวลาที่หลวงพ่อตาดทำตะกรุดนี้จะนำแผ่นตะกั่วใส่อังสะแล้วจุดเทียนระเบิดน้ำลงไปในแม่น้ำลงอักขระใต้น้ำจนเสร็จแล้วจึงขึ้นมา เมื่อม้วนแล้วท่านยังเดินถือตะกรุดไปยังบริเวณที่ปูชายเลนอยู่ ปูจะพากันกรูออกมาจากรู หลวงพ่อตาดจะใช้เท้ากดทับบริเวณปากรูปูไว้แล้วเสกตะกรุด เล่ากันมาว่ายามที่ท่านเสกนั้นบรรดาปูทั้งหลายต่างสงบนิ่ง จนเมื่อท่านเสกเสร็จเรียบร้อยแล้วนั่นแหละจึงวิ่งกรูกันไป ตะกรุดของหลวงพ่อตาดมีสรรพคุณด้านมหาอุดเป็นสุดยอดทีเดียว ยังเรื่องเล่าบางเรื่องเกี่ยวกับหลวงพ่อตาดอย่างเรื่องนี้ที่เล่าขานสืบกันมาว่า

ครั้งหนึ่งเสือหรั่งขุนโจรชื่อดังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าอย่างกระชั้นกระชิดและเจ้าตัวเองก็คิดจะเลิกจากการเป็นโจรปล้นเสียที ตกกลางคืนได้เข้าไปกราบหลวงพ่อตาดสารภาพผิดและขอให้หลวงพ่อตาดช่วยเหลือ หลวงพ่อตาดได้ให้จุดธูปเทียนสาบานต่อหน้าพระว่าจะเลิกเป็นโจรจะบวชเรียนจนมรณภาพคาผ้าเหลือง เมื่อเสือหรั่งสาบานแล้วก็ได้รับตะกรุดจากหลวงพ่อตาดพร้อมกับสายสิญจน์คล้องคอแล้วไปหลบอยู่กุฏิพระอีกหลังหนึ่ง ครั้นเจ้าหน้าที่มาค้นหาที่วัดบางวันทองขึ้นไปบนกุฏิที่เสือหรั่งหลบซ่อนอยู่ก็พบเห็นเพียงพระภิกษุแก่ๆรูปหนึ่งนั่งตัวสั่นงกๆเงิ่นๆอยู่จึงได้กราบนมัสการลาไปค้นยังที่อื่น ต่อมาเสือหรั่งได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุตราบจนมรณภาพ

อัตโนประวัติของหลวงพ่อตาดวัดบางวันทองกล่าวแต่เพียงว่า เป็นคนบ้านเพิกไพร อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้อุปสมบทมาตั้งแต่อายุ ๒๐ปี แต่จะเป็นที่ใดใครเป็นพระอุปัชฌาย์พระกรรมวาจาจารย์กระทั่งพระอนุสาวนาจารย์หามีหลักฐานอ้างถึงไม่ มาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางวันทองรูปที่ ๓นับแต่สร้างวัดมาเมื่อใดก็ไม่มีบันทึกถึง หากมรณภาพและฌาปนกิจศพท่านเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ก่อนหน้าที่หลวงพ่อตาดจะมรณภาพ หลวงพ่อตาดได้ลงไปสรงน้ำในแม่น้ำหน้าวัดฝูงปลาใหญ่น้อยมาห้อมล้อมหลวงพ่อตาดอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง หลวงพ่อตาดลูบคลำเหล่าปลานั้นอย่างเมตตา ครั้นสรงน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้วได้เรียกกรรมการวัดมาประชุมบอกว่า ท่านจะไปแล้วกรรมการวัดล้วนต่างคิดว่า ท่านชราภาพมาแล้วคงกล่าวเล่นๆไม่มีใครคิดสงสัย กระทั่งตกค่ำท่านก็เรียกกรรมการวัดมาประชุมอีกแล้วบอกกรรมการวัดว่า ถึงเวลาจะลาลับพูดจบก็มีลมพัดกระโชกมาทำให้ตะเกียงที่จุดไว้ดับสนิท พอจุดตะเกียงขึ้นใหม่พบว่า หลวงพ่อตาดนั่งสมาธิคอเอียงไปด้านข้างหมดลมหายใจไปแล้ว

เมื่อครั้งจัดงานฌาปนกิจศพหลวงพ่อตาด ลูกศิษย์หลวงพ่อตาดคือ คุณพุก เทียนไชย ได้จัดสร้างเหรียญปั๊มรูปเหมือนหลวงพ่อตาดเป็นที่ระลึกขึ้นเป็นเหรียญหล่อรูปขนาดกลางมีเส้นผ่าศูนย์กลางวัดตามแนวยืนได้๓เซนติเมตร จำนวนที่สร้างประมาณ๑,๕๐๐เหรียญ ด้านหน้ามีรูปหลวงพ่อตาดครึ่งรูปอยู่ภายในวงล้อมของเส้นวงรี นอกกรอบวงรีที่ล้อมรูปเหมือนหลวงพ่อตาดมีอักขระขอมจารึกโดยรอบขนานไปกับขอบเหรียญซึ่งแบ่งออกเป็น๒ช่อง ถ้าหากอ่านจากขวาเวียนไปซ้ายมือของเราโดยเริ่มต้นที่อักขระขอมตัว“สัง” เหนือศีรษะจะอ่านได้ความดังนี้“สังวิธาปุกะยะปะอะสังวิสุโลปุสะพุภะ”อันได้แก่หัวใจพระธรรม ๗คัมภีร์และหัวใจนวหรคุณ(หัวใจอิติปิโส) ด้านหลังมีอักขระขอมจารึกอยู่๔แถวพร้อมด้วยปีพ.ศ.ที่ออกเหรียญคือ“มะอุณาโลมอะทุสะมะมิจะอะปะตะพะราจนฺทโชติพ.ศ. ๒๔๕๙”โลหะที่นำมาสร้าง มีทั้งเนื้อทองคำเงินและเนื้อสัมฤทธิ์ขันลงหิน/เหรียญรุ่นแรกของท่านสร้างเมื่อปีพ.ศ.๒๔๕๙

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

Leave a Reply