“หลวงพ่อมหาขาบ โกวิโท”ผู้สืบทอดตำนานเหนียวยันองคชาต สายเหนียวไม่แพ้ใคร

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “หลวงพ่อมหาขาบ โกวิโท” ผู้สืบทอดตำนานเหนียวยันองคชาต สายเหนียวไม่แพ้ใคร นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงพ่อมหาขาบโกวิโทวัดโพธิ์ท่าเตียน พื้นเพท่านเป็นชาวเพชรบุรีเป็นหลานแท้ๆ หลวงพ่ออบวัดถ้ำแก้วเกจิสายเหนียวแห่งเมืองเพชร ตอนหลวงพ่อแดงวัดเขาบันไดอิฐยังมีชีวิตอยู่ถ้ามีลูกศิษย์ชอบสายเหนียวท่านจะไล่ให้ไปหาหลวงพ่ออบวัดถ้ำแก้วและท่านจะรับรองว่าองค์นี้เหนียวจริง เมื่อหลวงพ่อแดงมรณภาพในปี๑๗ ชื่อเสียงหลวงพ่ออบดังเหมือนพลุแตกถนนทุกสายหลั่งไหลมาที่วัดถ้ำแก้ว แต่อนิจจา กรรมเก่าตามมาทันแม้ท่านรู้แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้

หลวงพ่ออบ วัดถ้ำแก้ว

ท่านได้ไม้ซุงเพื่อมาก่อสร้างวัดหลังจากรถบรรทุกมาจอดที่วัดท่านไม่ยอมใช้ลูกศิษย์ไปตีตราซุงท่านว่าท่านจะทำเอง หนำซ้ำยังไล่คนอื่นให้ถอยออกไปไกลๆ เป็นเรื่องที่แปลกมากโซ่ล่ามซุงที่มีขนาดใหญ่ ระหว่างรถวิ่งกลับไม่ขาดมาขาดตอนหลวงพ่ออบไปยืนใกล้ ซุงหลายท่อนได้หล่นลงมาทับท่านและทำให้ท่านมรณภาพ แต่อัศจรรย์ร่างกายท่านบาดแผลแบบแมวข่วนยังไม่มี มีเลือดที่ปากเพียงเล็กน้อย แสดงถึงความเก่งกล้าในวิชาคงกระพันของท่าน แล้วหลวงพ่อมหาขาบเป็นหลานแท้ๆของท่านมีหรือท่านจะไม่สอนวิชาให้หมด

เนื่องจากหลวงพ่อมหาขาบเป็นชาวเพชรท่านจึงได้ยินชื่อเสียงอ.สงค์ ปราณบุรี เมื่อตอนปลายชีวิตอ.สงค์ ท่านป่วยหนักได้มารักษาตัวที่กรุงเทพ หลวงพ่อมหาขาบทราบข่าวจึงเดินทางไปขอเรียนวิชาจากอ.สงค์ อ.สงค์ได้พูดกับท่านว่า ถ้าผมไม่ตายแล้วกลับบ้านได้ผมจะรับท่านเป็นศิษย์ หลังจากนั้น อ.สงค์ก็อาการดีขึ้นหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ หลวงพ่อมหาขาบจึงได้สืบทอดวิชาของอ.สงค์ หลังจากถ่ายทอดวิชาให้หลวงพ่อมหาขาบไม่นาน อ.สงค์ก็ถึงแก่กรรม

นับว่าหลวงพ่อมหาขาบเป็นศิษย์คนสุดท้ายของท่าน หลังจากฝึกฝนอยู่หลายปีหลวงพ่อมหาขาบจึงเริ่มเปิดตัวลงน้ำมันตำหรับอ.สงค์ อ.กฤษณะได้ไปลงน้ำมันกับท่าน ตอนนั้นอ.กฤษณะอายุ ๑๖ ตอนนี้อ.กฤษณะอายุ ๕๒ แล้ว ตอนนั้นหลวงพ่อมหาขาบเมื่อลงน้ำมันเสร็จท่านจะลองด้วยมีดโกนแบบโบราณ ตอนนั้นชื่อเสียงท่านขจรขจาย ถ้าสายเหนียวดังไม่แพ้ใคร งานพุทธาภิเศกที่ไหนถ้าท่านไปร่วมด้วยส่วนมากคนที่อยูในพิธีมักมาขอให้ท่านลองและท่านก็ลองทุกครั้ง โดยให้เขากำพระและท่านจะเฉือนที่แขนที่ตัวเป็นที่ฮือฮา ท่านเคยเล่าให้อ.กฤษณะฟังเป็นเชิงขำขันว่าตอนนั้นเราก็ร้อนวิชา ไปงานไหนลองหมด ทำเอาพวกเจ้าภาพตุ้มๆต่อมๆ ถ้าเกิดเข้าขึ้นมาของลงทุนเป็นล้านคงขายไม่ออก

ขณะที่ท่านกำลังดังสุดๆท่านได้ละทิ้งทุกอย่างบินไปศึกษาต่อที่ประเทศอินเดีย ท่านอยู่อินเดียอยู่หลายปี ศึกษาธัมมะของพระพุทธเจ้าจนเห็นว่าวิชาไสยศาสตร์ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ เมื่อกลับมาอยู่เมืองไทยท่านจึงเลิกวิชาไสยศาสตร์ทุกชนิดกลับมาเป็นพระธรรมดาที่อยู่ประจำวัด ชื่อเสียงท่านจึงเริ่มถดถอยและลืมเลือนไปในที่สุด ปัจจุบันท่านมีพรรษามากและอาพาธด้วยโรคหลายอย่างท่านจึงงดรับแขก แอดมินจึงขอแฟนเพจถ้าไม่จำเป็นจริงอย่าไปรบกวนท่านเลยนะครับ ปล. แอดมินเสียดายที่ไม่สามารถหารูปของ หลวงพ่อมหาขาบ มาให้แฟนชมได้

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply