“หลวงพ่อรุ่ง เคราเหล็ก” โกนไม่เข้า แม้มีดโกนจะคมกริบ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “หลวงพ่อรุ่ง เคราเหล็ก” โกนไม่เข้า แม้มีดโกนจะคมกริบ  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

วัดบางแหวนตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๙สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินสร้างวัด ๒๘ไร่ แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดธำรงค์คงคารามหรือวัดในซึ่งตั้งอยู่ห่างจากที่วัดปัจจุบันประมาณครึ่งกิโลเมตร ซึ่งสร้างมาเมื่อไหร่ไม่ปรากฏหลักฐานแต่ได้รับการบูรณะและพัฒนาวัดมาโดยตลอดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ ปัจจุบันมีพระครูสถิตธรรมธรเป็นเจ้าอาวาส (พ.ศ.๒๕๔๒ – ปัจจุบัน) วัดบางแหวนมีรูปเหมือนหลวงพ่อรุ่งซึ่งเป็นที่สักการะและเคารพนับถือของชาวบ้านบางแหวนในปัจจุบัน วัดบางแหวานเป็นที่ตั้งสำนักงานเลขานุกการเจ้าคณะอำเภอปะทิว โดยมีพระครูสถิตธรรมธรเป็นเลขานุการเข้าคณะอำเภอปะทิว

เดิมชื่อนายรุ่ง ทิพย์อักษรเกิดเมื่อพ.ศ.๒๔๐๒ เป็นชาวบ้านบางแหวน ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร โดยกำเนิด บรรพชาอุปสมบทได้บรรพชาเป็นสามเณรและได้เรียนหนังสือและภาษาขอมเมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ได้อุปสมบท ณ วัดบางแหวน จนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา หลวงพ่อรุ่ง ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีความรู้ทางด้านไสยศาสตร์และยาสมุนไพรรักษาโรคและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนพระสงฆ์ทั่วๆไปคือ มีเคราที่โกนไม่เข้ามีผู้ให้ฉายาท่านว่า “หลวงพ่อรุ่ง เคราเหล็ก” ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีคุณธรรมอันประเสริฐ เคร่งครัดในพระธรรมวินัยเปี่ยมด้วยความเมตต มักน้อยถ่อมตน ฉันภัตตาหารวันละมื้อตลอดชีวิตไม่ยอมรับสมณศักดิ์ใดๆ จนเป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของคนทั่วไป

ผู้ใดมีรูปของท่านไว้บูชาเชื่อกันว่าจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าเช่นนามของท่าน หลวงพ่อรุ่งมรณภาพเมื่อพ.ศ. ๒๕๐๑ ณ วัดบางแหวนนั่นเอง ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีอายุยืนยาวถึง๙๙ปี ลูกศิษย์และประชาชนที่ศรัทธาได้สร้างรูปเหมือนหลวงพ่อรุ่งไว้สักการะที่วัดบางแหวน “หลวงพ่อรุ่ง เคราเหล็ก”หลังจากที่ท่านมรณภาพ ชาวบ้านได้สร้างรูปเหมือนไว้ ณ วัดบางแหวน หมู่ ๔ ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีอภินิหารเป็นพระเกจิอาจารย์แปลกกว่าพระเกจิอาจารย์ท่านอื่นๆ คือหลวงพ่อรุ่งท่านเป็นพระสงฆ์เพียงรูปเดียวที่สามารถไว้หนวดเคราได้สาเหตุก็คือ หนวดเคราของท่านนั้นไม่สามารถโกนได้คือโกนไม่เข้านั่นเอง

แต่สำหรับผมของท่านนั้นสามารถโกนได้หนวดเคราของท่านนั้นต่อให้มีดโกนที่คมขนาดไหนก็ตามก็โกนไม่เข้าจนชาวบ้านพากันเรียกท่านว่า “หลวงพ่อรุ่ง เคราเหล็ก” ตามคุณวิเศษของท่าน คุณวิเศษข้อนี้ของท่านคงเกิดขึ้นมาหลังจากที่ท่านได้บวชและบำเพ็ญภาวนาเป็นเวลานานแล้ว ต่อมาเมื่อหนวดเคราของท่านยาวขึ้นมาก็ไม่สามารถโกนได้เป็นที่เล่าขานกันไปทั่ว เจ้าคณะจังหวัดชุมพรก็ได้ส่งพระสงฆ์มาทำการสอบสวนและจัดการโกนหนวดเคราของท่านออก แต่พระสงฆ์ที่เจ้าคณะจังหวัดส่งมานั้นโกนหนวดเคราของท่านเท่าไรก็โกนไม่เข้าทั้งๆที่ใบมีดโกนคมกริบโกนเส้นผมสบายๆ แต่พอมาโกนหนวดเคราของหลวงพ่อรุ่งกลับโกนไม่เข้า พยายามโกนเท่าไรก็โกนไม่เข้าเหมือนกับว่าหนวดเคราของท่านเป็นเหล็ก พระสงฆ์ที่มาทำการสอบสวนหลวงพ่อรุ่งจึงกลับไปรายงานเจ้าคณะจังหวัดว่า “โกนไม่เข้า”

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้เจ้าคณะจังหวัดจึงรายงานเรื่องมายังคณะสงฆ์ผู้ปกครองที่กรุงเทพฯ ฝ่ายคณะสงฆ์ เมื่อทราบรายงานก็ได้ส่งพระสงฆ์เจ้าหน้าที่ ลงไปสอบสวนและพิสูจน์ที่จังหวัดชุมพร คณะสงฆ์ที่ลงไปทำการสอบสวนและพิสูจน์การไว้หนวดเคราของหลวงพ่อรุ่งก็กลับมารายงานหัวหน้าคณะสงฆ์ที่กรุงเทพฯ ว่า”โกนไม่เข้า”เช่นกัน นี่ก็เป็นเอกลักษณ์และคุณวิเศษของหลวงพ่อรุ่งวัดบางแหวนที่แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร ปกติธรรมดาหลวงพ่อรุ่งท่านจะบำเพ็ญภาวนาไม่ค่อยชอบสุงสิงกับผู้คนมากนักในวัดบางแหวนสมัยที่ท่านยังอยู่จะมีสัตว์ป่าลงมาอาศัยหากินอยู่เสมอ โดยเฉพาะไก่ป่าจะลงมาหากินเศษอาหารที่เหลือจากพระสงฆ์ฉันแล้วตามลานวัดเป็นจำนวนมากทุกวัน แต่หลังจากหลวงพ่อรุ่งมรณภาพแล้วสัตว์ป่าเหล่านั้นก็ไม่กล้าลงมาอาศัยหากินในบริเวณวัดบางแหวนเหมือนแต่ก่อน

สมัยที่หลวงพ่อรุ่งยังมีชีวิตอยู่ชาวบ้านได้เห็นอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อรุ่งเสมอๆ อย่างที่กุฏิของท่านทำด้วยแฝกมุงด้วยหญ้าคาปลูกสร้างอยู่กลางป่า วันหนึ่งไฟป่าลุกลามมาไหม้ต้นไม้และหญ้าคารอบๆกุฏิของท่านแต่ไฟป่าหาได้ไหม้กุฏิของท่านแม้แต่น้อย เวลาชาวบ้านมาขอตะกรุดจากท่านท่านก็จะทำตะกรุดและรวบรวมปลุกเสกพร้อมๆกันหลายดอก ขณะที่ท่านกำลังบริกรรมปลุกเสกอยู่นั้นตะกรุดบางดอกจะละลายไปเอง เมื่อปลุกเสกเสร็จแล้วหลวงพ่อรุ่งท่านบอกว่าตะกรุดดอกที่ละลายนั้นแสดงว่าไม่ขลังนำไปใช้ไม่ได้ผล เข้าใจว่าท่านจะปลุกเสกด้วยเตโชกสิณตะกรุดดอกที่ละลายคือไม่อาจต้านทานความร้อนได้ ตะกรุดของหลวงพ่อรุ่งจะส่งผลในทางอยู่ยงคงกระพันชาตรี มหาอุด รวมทั้งป้องกันไฟได้ด้วย เคยมีคนไปพบรูปเหมือนและตะกรุดของท่านตกอยู่ในกองไฟที่ชาวบ้านเขาเผาป่าเพื่อทำไร่ แต่ปรากฏว่ารอบๆ บริเวณนั้นไม่ถูกไฟไหม้

วัตถุมงคลของท่านนั้นส่วนมากจะเป็นตะกรุด ผ้ายันต์ เป็นส่วนใหญ่ พระเครื่องของท่านนั้นมีอยู่เพียงรุ่นเดียวคือ รูปเหมือนและเหรียญรูปท่านที่สร้างในปีพ.ศ.๒๕๐๐ โดยสร้างเป็นรูปท่านแต่มีหนวดมีเคราตามที่บอกไว้ตั้งแต่ต้น รูปเหมือนและเหรียญของท่านนั้นค่อนข้างหายากพอสมควร เพราะชาวบ้านที่ครอบครองไว้ต่างก็หวงแหนกันเพราะปัจจุบันก็ไม่ได้สร้างไว้มาก หากใครสนใจต้องการมีเหรียญไว้ครอบครองก็ไปที่วัดบางแหวน ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

ใส่ความเห็น