หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ สำเร็จ สมหวัง เข้มขลัง อยากได้อะไรให้ขอ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ สำเร็จ สมหวัง เข้มขลัง อยากได้อะไรให้ขอ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หากกล่าวถึงหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์เป็นพระพุทธรูปเก่าองค์หนึ่งที่ขุดพบอย่างบังเอิญเมื่อวันจันทร์ที่ ๒ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีกุน เดือน ๑๒ พ.ศ. ๒๕๐๒ องค์หลวงพ่อเป็นเนื้อดิน ตั้งอยู่บนคันคลองระพีพัฒน์ฝั่งขวา หันหน้าลงน้ำทิศตะวันออก ในท้องที่ ต.คชสิทธิ์ อ.หนองแค จ.สระบุรี ก่อนที่จะพบองค์หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์บริเวณดังกล่าวเป็นเนินดินที่มีระดับสูงกว่าองค์หลวงพ่อ มีเฉพาะทางคนเดินแคบๆเท่านั้น

ต่อมาได้มีคนงานชลประทานประตูน้ำพระเอกาทศรถมาขุดดินที่เป็นเนินนั้นไปถมริมตลิ่งที่น้ำเซาะพัง คนงานได้ขุดดินมาหลายวันแล้ว จนไปถึงบริเวณที่องค์หลวงพ่อประดิษฐานซึ่งเป็นดินที่แข็งมากผิดไปจากบริเวณอื่น คนงานจึงขุดดินไม่เข้า แต่ได้ขุดดินไปรอบๆที่พอจะขุดได้ดินก็แตกเป็นรูปพระ โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นองค์หลวงพ่อ เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวเข้าก็มามุงดูกันจำนวนมากบางคนก็พูดว่า “พระพุทธรูปมาเกิด” แต่บางคนคิดไปว่า คนงานชลประทานปั้นองค์พระขึ้นมากันเอง

ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ตอนเย็นนางฝอยชาวบ้านคนหนึ่งที่อาศัยอยู่หลังตลาดหนองตาโล่ได้เดินผ่านมาทางองค์หลวงพ่อ นางฝอยไม่ได้คิดว่าที่เห็นนั้นเป็นพระพุทธรูปนั้นและไม่คิดว่าจะเป็นองค์พระจริงๆจึงเอาเปลือกอ้อยเป็นธูปและเอาใบมะขามเทศเป็นทอง มาไหว้เป็นการล้อเลียนแล้วก็เดินทางกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันถึงบ้านนางฝอยเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง จึงนึกขึ้นได้ว่าไปไหว้ล้อเลียนองค์พระนั้นเข้า จึงจุดธูปกราบขอขมาอภัยหลวงพ่ออาการปวดหัวก็หายทันที

และตอนเย็นวันเดียวกัน ยายเกลี้ยงบ้านอยู่ใกล้องค์หลวงพ่อก็กลายเป็นคนเทียมทรงขึ้นทั้งๆก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็นมาก่อน ชาวบ้านพากันมามุงดูกันอย่างเนืองแน่นมีผู้สอบถามหลวงพ่อว่า มาจากไหนหลวงพ่อบอกว่า มาคล้องช้างสามวันไม่ได้ช้างนอนหลับที่แคร่บนต้นไม้ พระเครื่องได้ตกลงมาแล้วแต่ก็หาไม่เจอ ต่อมาได้มีคนเอาดินมาถมบริเวณ (คลองระพีพัฒน์ใช้คนขุดเอาดินขึ้นมาถมเมื่อประมาณ ๗๐ ปีก่อน)

ยายหนูถามหลวงพ่อว่า ชื่ออะไร หลวงพ่อบอกว่า หากบอกชื่อให้แล้วจะรับทำสัญญาได้ไหม ยายหนูบอกว่า รับทำให้ได้ หลวงพ่อจึงบอกว่า ให้นิมนต์พระ ๕ วัดมาสวด ให้ตั้งศาลเพียงตา ให้ทำขัน ๕ ทุกๆวัน และจัดงานกลางเดือน ๑๒ ประจำทุกปีแล้วหลวงพ่อก็บอกว่าท่านชื่อ “สำเร็จศักดิ์สิทธิ์” ใครมากราบไหว้ทำอะไรก็ศักดิ์สิทธิ์และสำเร็จทุกอย่างตามที่คิดไว้ ในขณะเดียวกันชาวบ้านอีกจำนวนมากที่มามุงดูก็เอาขันน้ำมาให้ทำน้ำมนต์แล้วเอากลับไปบ้าน พอเอาน้ำมนต์ใส่ลงในโอ่งน้ำ น้ำในโอ่งเกิดมีเสียงดังจิ๊ดๆๆๆทั้งๆ ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนและเป็นเช่นนี้ของทุกคนที่เอาน้ำมนต์ไป

ต่อมายายเง็กกับชาวบ้านในตลาดได้ว่าจ้าง นายทวี ดารารัตน์ (ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว)มาโบกปูนซีเมนต์ที่องค์หลวงพ่อแต่ชลประทานในสมัยนั้นไม่ยินยอมให้ทำ หาว่ากีดขวางทางคมนาคม โดยขอให้ชาวบ้านโยกย้ายองค์หลวงพ่อไปอยู่ที่อื่น แต่ไม่มีใครกล้าย้ายจึงได้โบกปูนซีเมนต์ที่องค์หลวงพ่อจนสำเร็จ

คาถาเพื่อขอพรหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ตั้ง นะโม ๓ จบ

พระพุทธัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์ พระธัมมัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์ พระสังฆัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์

ในปี พ.ศ.๒๕๐๕กรมชลประทานได้มีคำสั่งให้เอารถขุดปรับทางทำถนนบนคันคลองจากท่าหลวงถึง อ.หนองแค ระหว่างทางที่จะถึงองค์หลวงพ่อ รถได้ขุดไปรอบๆฐานจนเกือบจะถูกองค์หลวงพ่อ ก็ได้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นทันที ฟ้าได้ผ่าลงมากลางวันแสกๆทั้งๆ ที่ปราศจากเมฆฝน คนขับรีบหยุดรถแล้วกระโดดลงมากราบขอขมาต่อองค์หลวงพ่อ โดยไม่กล้าขุดดินใกล้องค์หลวงพ่ออีกต่อไป ชาวบ้านจึงศรัทธาเลื่อมใส เชื่อกันว่าหลวงพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์มาก โดยต่างก็เชื่อกันว่าสามารถปกป้องกันภัยได้ทุกอย่างใครมาบนบานขออะไรก็จะได้รับแต่ความสุขความสมหวังและสมความปรารถนากันทั่วทุกคน

หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานในวิหารริมคลองระพีพัฒน์(ไม่มีวัด) ทุกปีในกลางเดือน ๑๒ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันจัดงานประจำปีขึ้น ๑๕ วัน ๑๕ คืน ตลอดจนงานปีใหม่ ก็มีการจัดงานเฉลิมฉลอง ๑๕ วัน ๑๕ คืน เช่นกัน สาธุชนท่านใดได้มาสักการบูชาหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์สักครั้งจะเป็นสิริมงคลและเป็นบุญไปตลอดชีวิตนี้

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply