หลวงพ่อเดิมโปรดพระใหม่ด้วยวาจาสุภาพแต่ธรรมถึงใจนัก

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

หลวงพ่อเดิม พุทธสโร เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว หรือท่านพระครูนิวาสธรรมขันธ์ นั้นท่านเป็นนักปฏิบัติโดยแท้ท่านใช้เวลาของท่านส่วนใหญ่ไปในการปฏิบัติทั้งกิจในพระพุทธศาสนาและกิจในทางด้านพัฒนาพร้อมกันไปแล้วท่านเอาเวลาที่ไหนมาเป็นของท่านเรื่องนี้ปู่โคน อินยิ้ม ได้เล่าไว้ว่า

วันทั้งวันหลวงพ่อไม่ค่อยได้พักผ่อนเพราะเมื่อท่านไปเป็นประธานการก่อสร้างท่านจะได้ควบคุมการก่อสร้างไปด้วยเพราะหลวงพ่อเก่งด้านนวการทั้งหลายช่างรับเหมาหลายรายต้องถอนตัวไปเพราะคิดจะคดกับหลวงพ่อแต่หลวงพ่อรู้ทันหมดทุกอย่างเห็นท่าไม่ดีก็ถอนตัวไปคงมีแต่ช่างที่ซื่อสัตย์มาทำงานอยู่กับหลวงพ่อเขาเหล่านั้นต่างพากันร่ำรวยเพราะบารมีของหลวงพ่อช่วยให้เขามีงานรับเหมาไม่ขาดด้วยหลวงพ่อแนะนำว่าเจ้าคนชื่อนี้มันดีมันไม่โลภไม่อยากได้ส่วนที่ไม่ใช่ลาภควรได้เท่านี้งานก็ไหลมาเทมา

ผู้คนต่างก็หลั่งไหลมาหาหลวงพ่อเกวียนบ้าง เดินเท้าบ้านต่างมุ่งมาหาหลวงพ่อเดิมกันเป็นการใหญ่ได้เป่าหัวสักพรวด ได้ลงกระหม่อมสักครั้งนับว่าเป็นบุญที่สุดในชีวิตวัตถุมงคลที่มีไว้ให้บูชาไม่เคยพอเพราะสาธุชนแห่แหนมากันจนแน่นขนัด ค่าอิฐ หิน ปูน ทราย เหล็กได้มาอย่างรวดเร็วพอที่จะจ่ายให้เจ้าของวัสดุก่อสร้างได้ทัน ดังนั้นเจ้าของวัสดุก่อสร้างจึงเชื่อใจหลวงพ่อถึงกับเอามาให้ก่อนโดยยังไม่เก็บสตางค์ ไม่นานเกินรอหลวงพ่อก็มีเงินมาให้บางคนถึงกับเล่าลือกันว่าหลวงพ่อมีมนต์จินดามณีและเรียนถามหลวงพ่อโดยตรง

หลวงพ่อก็ยิ้มๆแล้วตอบว่า “มนต์ไม่โลภนะซี ภาวนาว่าพอแล้ว อะระหังอิ่มแล้ว อะระหัง” เท่านี้แหละพอเขาเห็นเราไม่เอาไม่โลภก็พากันเอาเงินมาฝากเพื่อให้เราเอาไปปลูกไว้ในพระพุทธศาสนาเพื่อเขาจะได้ไปเก็บเกี่ยวฝนเอาในภพหน้านั่นแหละคือมนต์จินดามณี”

หลวงพ่อจะเข้าปฏิบัติเพื่อหาความสุขในทางธรรมของท่านเวลาประมาณ ๒ ทุ่มยกเว้นบางวัน ท่านก็จะนั่งรอโดยที่วันนั้นไม่ต้องถามก็พอจะรู้ได้ว่าจะมีแขกทางไกลมาหาท่านไม่ตรงเวลาและก็เป็นจริงเพราะหลวงพ่อจะเบิกวัตถุมงคลจากกรรมการวัดไว้พอดีกับความต้องการของคนที่มาหาทั้งนี้เชื่อกันว่าหลวงพ่อมีทิพยโสตหรือหูทิพย์ อันเป็นหนึ่งในวิชา ๘ ประการสามารถรับฟังเสียงผู้อยู่ในระยะไกลได้ถนัดและล่วงรู้วาระจิต ของคนที่มาหา พวกคนผิดคิดจะมาหลอกลวงหลวงพ่อมีอันเปิดไปทุกรายเพราะหลวงพ่อดักคอได้ถูกหมด

วันใดที่ เข้าปฏิบัติแล้วจะไม่มีใครกวน แสงตะเกียงลานสว่างเมื่อใดนั่นแหละเทพเจ้าแห่งหนองโพธิ์และสี่แควกำลังอ่านพระธรรมในใบลานซึ่งท่านติดตัวตลอดเวลาแล้วนั่งสมาธิภาวนาเพื่อลดความเครียดต่างๆที่ท่านต้องผจญมาตลอดวัน ไหนจะมีคนมาหาเพื่อให้ช่วยคลายทุกข์ ไหนจะต้องดูแลการก่อสร้าง ไหนจะต้องรับแขกมาจากถิ่นไกล ยามนี้แหละที่ถ้าใคร แอบดู ตาม ช่องแตกของข้างฝาจะเห็นหลวงพ่อนั่งตัวตรงเด่นเป็นสง่าราศี หน้าท้องสะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะจะโคนสม่ำเสมอแน่วนาน

ภาพถ่ายหลวงพ่อเดิม พุทธสโร

แสงตะเกียงลานดับแสดงว่าเทพเจ้าแห่งเมืองสี่แควจำวัดแล้วแล้วรุ่งอรุณของวันใหม่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่จากขอบฟ้าเทพเจ้าแห่งหนองโพก็ครองจีวรเรียบร้อยออกเดินเอามือไขว้หลังตรวจดูรอบๆวัดเพื่อตรวจความเรียบร้อยและดูว่าภิกษุสามเณรตื่นขึ้นเตรียมออกโปรดสัตว์หรือยังถ้ายังท่านจะได้ขึ้นไปปลุกหลวงพ่อไปปลุกกุฏิไหนรับรองต่อมาไม่กล้าตื่นสายอีกหลวงพ่อพูดไพเราะแต่ทำให้สำนึกแทบแทรกแผ่นดินหนีไปเลยท่านว่า

” รีบตื่นเถอะท่านตะวันขึ้นแล้วท่านจะไปโปรดสัตว์โลกหรือว่าให้สัตว์โลกมาโปรดท่านถึงกุฏิอย่าให้เสียข้าวสุกชาวบ้านเขาซีท่านคนให้ทานเขาจะเสียใจ”

บางองค์ละอายทนไม่ได้ถึงกับร้องไห้ขอสึกเพราะละอายที่ต้องให้หลวงพ่อเตือนแต่ท่านก็บอกว่า
“อย่าสึกเลยน่า เพิ่งครั้งนี้ไม่ใช่หรือที่ตื่นสายถ้าต่อไปตื่นสายอีกไม่ต้องมาลาสึก ฉันจะพาไปสึกเองจะได้ไปอยู่บ้านกินข้าวร้อนนอนตื่นสายสบายอารมณ์”

ประเพณีนี้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบันพระวัดหนองโพจะออกบิณฑบาตแต่เช้า เช้ามากพอตะวันขึ้นได้หน่อยเดียวพระก็กลับถึงวัดแล้วชาวหนองโพที่ใส่บาตรจึงต้องตื่นแต่ไก่โห่มาทำบุญใส่บาตร

ดังที่ได้กล่าวไว้ในฉบับที่แล้วว่าผมจัดการพาท่านผู้มีจิตเลื่อมใสในหลวงพ่อเดิมไปนมัสการหลวงพ่อที่วัดหนองโพแล้วก็พาไปวัดมะขามเฒ่าแวะกินข้าวกลางวันที่ภัตตาคารเรือนแพชัยนาทบัตรคนละ ๓๐๐ บาทไปถึงวัดได้เห็นโลงทองที่ใส่สรีระร่างของหลวงพ่อเดิมแล้วก็อดนึกถึงความวิปโยคในครั้งนั้นไม่ได้ปู่โคนเล่าว่า

หลวงพ่อท่านเป็นลมไม่ได้สติอยู่พักหนึ่งที่วัดอินทารามเพราะท่านอายุถึง ๙๒ ในปีนั้นพอท่านรู้สึกตัวท่านก็เรียกกรรมการวัดอินทารามโดยท่านอาจารย์ชี เป็นประธาน มาสั่งว่า

“ฉันน่ากลัวไม่มีบุญได้ฉลองพระอุโบสถนี้ ท่านชีและกรรมการวัดอย่าท้อแท้ใจไปเลยฉันขอลากลับวัดแล้วไม่มาอีก”

กรรมการวัดหนองโพที่ไปรับท่านมาในวันนั้นต่างเศร้าสร้อยไปตามๆกันเพราะก่อนหน้านี้ประมาณ ๓ เดือนหลวงพ่อได้เรียกกรรมการวัดไปประชุมแล้วสั่งไว้ ๓ ข้อคือ

๑.มอบอำนาจในการปกครองวัดและบริขารทั้งหลายให้แก่พระอธิการน้อย เตชะปุญโญ เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันของวัดหนองโพ

๒.ให้สร้างโลงให้หลวงพ่อให้พร้อมสรรพ

๓.สร้างเมรุให้พร้อมด้วย

กรรมการวัดต่างก็มองหน้ากันแล้วก็รับปากหลวงพ่อไปอย่างนั้นแหละยังไม่ได้ดำเนินการแต่หลวงพ่อปรารภเสมอจึงไปนครสวรรค์เพื่อสั่งทำโลงทองพิเศษแต่ไม่ถูกใจจึงมาว่าจ้างทางกรุงเทพฯ ทำโลงรักปิดทองร่องชาดประดับกระจกเป็นรูปปราสาท ๓ ยอดจนเสร็จแล้วขนมาที่วัดหนองโพได้ก่อนหน้าหลวงพ่อมรณภาพไม่นานนักส่วนเมรุนั้นยังสร้างไม่เสร็จเพราะไม่ได้ใส่ใจคิดว่าหลวงพ่อหลงๆลืมๆ

แต่ที่ไหนได้หลวงพ่อเร่งให้สร้างเมนูให้ได้สั่งสร้างหลวงพ่อก็มรณภาพพอดีลงได้ใส่แต่เมรุยังไม่เสร็จสิ้นมาเสร็จสิ้นเอาภายหลัง โลงทองนั้นทางกรรมการวัดไม่ยอมให้เผาทำลายคงเก็บไว้พร้อมกับเมรุเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงหลวงพ่อปัจจุบันอยู่ใต้ถุนมนฑป ไปนมัสการรูปหล่อหลวงพ่อข้างบนแล้วอย่าลืมไปนมัสการโลงทองใส่ศพหลวงพ่อด้วยจะได้เป็นศิริมงคลต่อไป

ข้อคิดท้ายเรื่อง ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด “เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับอะไรที่เวลาเผาหรือฝังแล้วจะมีคนร้องไห้แล้วกลายเป็นเมฆกรองเป็นน้ำ ลองมองลึกไปถึงยุคนักรบโบราณดูเลยครับทุกอย่างล้วนมาจากซากพืชสัตว์ทับถมกันทั้งนั้นแม้แต่โทรศัพนี้ที่เล่นนี้เองก็เช่นกัน”

คาถาผูกใจคน

โอมนะโมพุทธะ นะ มะ อะ อุ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ

ใช้สวดเมื่อต้องการให้คนทั่วไปรักใคร่ยินดี ใช้เสกกับแป้งหรือน้ำหอมก็ได้

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันพฤหัสบดีหรือทุกวันระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงหลวงพ่อแช่มและครูบาอาจารย์ที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาดใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก

ศีล๕เข้าใจง่ายแต่กลับรักษาได้ยากยิ่งหากแม้ใครที่สามารถยึดมั่นในข้อศีลทั้ง๕ได้มากกว่าสามข้อขึ้นไปอย่างมั่นคงแล้วอานุภาพแห่งพระคาถาอาคมหรือแม้แต่เครื่องรางต่างๆที่ยึดถือนั้นก็สามารถบังเกิดความความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์อานุภาพอาถรรพ์ได้เช่นกัน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น