หลักการร่ายพระเวทของสิงโตหิน

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

สำหรับท่านผู้อ่านที่ต้องการให้รวมพระคาถาของหลวงพ่อเดิมและของพระเกจิอาจารย์รูปต่างๆที่ไพฑูรย์ได้มอบไว้กับผู้เขียนและทยอยนำมาลงตีพิมพ์เป็นเล่ม ก็ขอแถลงว่ายังทำไม่ได้เพราะข้อมูลยังน้อยไม่พอที่จะรวมเป็นเล่มได้สำหรับท่านที่ขอให้นำคาถาอาราธนาหลวงพ่อเดิมที่ไพฑูรย์ได้นำมาเผยแพร่มาลงซ้ำอีกครั้งผู้เขียนได้นำมาลงซ้ำอีกครั้ง

คาถาอาราธนาหลวงพ่อเดิม

อิติสุคะโต พุทธสะโรเมนามะเต อาจาริโยเมภันเตอายัสสะมา อาจาริโยเมภันเตโหหิ

เป็นคาถาสำหรับอาราธนาดวงพระวิญญาณแห่ง หลวงพ่อเดิม พุทธสโร พระครูนิวาสธรรมขันธ์วัดหนองโพ แต่ก่อนจะมีการปรับการปกครองขึ้นอยู่กับอำเภอพยุหะคีรีปัจจุบันขึ้นอยู่กับอำเภอตาคลี เพื่อสถิตในวัตถุมงคลทั้งที่ท่านได้ปลุกเสกเองและสร้างขึ้นหลังจากท่านได้มรณภาพไปแล้วเพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์

ท่านผู้อ่านหลายท่านบอกว่าคาถาที่ให้มานั้นจะรู้ได้อย่างไรว่ามีอานุภาพหรือไม่ข้อนี้ไพฑูรย์เคยพูดกับผู้เขียนถึงเรื่องนี้ว่าคาถาทุกบททุกคำนั้นพระเกจิอาจารย์ท่านได้คัดเลือกมาเป็นอย่างดีเพื่อมอบให้ศิษย์ไปสวดภาวนาป้องกันตัวแต่คาถานั้นจะมีอานุภาพหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้

๑. การท่องบ่นอย่างชัดถ้อยชัดคำถูกต้องตามอักขรวิธีไม่สลับไปมาหรือขาดขาดหายหาย

๒. คาบการภาวนาต้องถูกต้องตามหลักที่พระเกจิท่านได้กำหนดมาจะมากกว่านั้นได้แต่น้อยกว่าไม่ได้เป็นเด็ดขาด

๓. พลังจิตความเชื่อมั่นในพระคาถาต่างๆอย่างมั่นคงตั้งแต่การร่ายพระเวทจนถึงการเข้าต่อสู้ทั้งนี้เพราะคาถาทุกอย่างจะมีอานุภาพมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการภาวนาที่กำกับด้วยพลังจิตจะมายืดเข้ายืดออกเหมือนหัวเต่าไม่ได้เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างมีหวังตาย

ไพฑูรย์อธิบายต่อไปว่าเมื่อจะเข้าต่อสู้การร่ายคาถาหรือภาวนาจะต้องทำด้วยจิตใจอันตั้งมั่นเช่นพระคาถาแคล้วคลาดต้องสร้างนิมิตในใจว่า แน่จริง ศัตรูเข้ามาด้วยคมดาบขาววับให้มองดูให้กระจ่างแล้วปลุกตัวว่ามันบิ่นมันไม่มีคมปลายมันไม่ทู่ ดินปืนมันเปียกไม่ลั่น ถึงลั่นก็ไม่ถูก

ไพฑูรย์พูดแล้วเอาก็มือตบลงไปที่หน้าอกด้านข้างซ้ายอันเป็นที่ตั้งของหัวใจแล้วคำรามตาวาวโรจน์น่าเกรงขามว่า

”จิตนี่แหละโว้ยทำให้ทุกอย่างเป็นจริงจิตตัวเดียวที่ทำให้ทุกอย่างสำเร็จจิตไม่มั่นจิตไม่คง จิตหลงเชื่อมั่ง ไม่เชื่อมั่งคมแฝกมาถึงหัวคมมีดมาถึงตัวปลายมีดมาถึงตัว หัวตะกั่วมาถึงตัวมีหวังยุ่ยเหมือนหยวกกล้วยคมศาสตราทั้งหลายหายเข้าไปในตัวลงไปนอน”

ทุกครั้งที่ไพฑูรย์มีอาการเช่นนี้จะบอกว่า ”ของขึ้น”  อาการของขึ้นจะมีทุกครั้งที่จะเข้าต่อสู้หรือมีแรงกดดันจากสถานการณ์รอบตัว ผู้เขียนรู้แกวจึงไม่ค่อยตกใจเพียงแต่นั่งเฉยๆไม่ส่งเสียง ไม่นานทุกอย่างจะสงบและไพฑูรย์จะยิ้มก่อนจะพูดว่า

”ขอโทษนะ ของมันขึ้นเอาไม่อยู่จริงๆ ไม่ได้แสร้ง แก้ไม่หาย หากถูกกระตุ้นความรู้สึกละก็เป็นเรื่องเลยทีเดียว”

ไพฑูรย์มักจะมีอะไรแปลกๆมาเล่าให้ผู้เขียนฟังเสมอแม้แต่การที่บอกว่ากว่าจะมาถึงสำนักพิมพ์ได้ต้องหลบพวกที่คอยสะกดรอยไม่รู้ว่าจะตามอะไรกันนักหนาก็ไม่รู้เรื่องนี้ผู้เขียนเข้าใจเพราะชีวิตทั้งชีวิตของจอมอาชญากรผู้นี้วนเวียนกับการถูกตามล้างหวาดระแวงต้องหลบๆซ่อนๆพรางตัวต้องลงมือเพื่อป้องกันตัวความหวาดระแวงกัดลึกเข้าไปในจิตใจจนกลายเป็นนิสัย

ไพฑูรย์มักย้ำกับผู้เขียนเสมอว่า การที่ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตตัวเองไม่ต้องการให้ใครเอาเป็นตัวอย่างแต่ต้องการชี้ให้เห็นว่าเส้นทางเหล่านี้ไม่เคยทำให้ใครได้ดี เป็นผู้ที่สังคมไม่ยินดีต้อนรับแม้จะได้รับผลกรรมมาอย่างยาวนานแต่อาชญากรรมที่น่ารังเกียจที่สุดที่ไพฑูรย์เอ่ยถึงคืออาชญากรรมเกี่ยวกับการค้าขายยาเสพติดทุกรูปแบบ

ก่อนเรียนท่องจำลงในสัญญา(ความจำ)ให้ใส่บาตรหรือทำทานคนจนอุทิศส่วนกุศลให้ครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องเพื่อขอประสิทธิ์ประสามก่อนจึงจะได้ใครทำได้เป็นประจำพระคาถาทุกบทจะขลังยิ่งนักแล…

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนอยู่หลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตกของดีจึงไม่อาจส่งผลบรรดาลฤทธิ์ให้ได้ของดีที่จริงนั้นอยู่ที่สัจจะในข้อศีลต่างหากให้ท่านพึงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะถือศีล๕ ในข้อในข้อมหนึ่งไปตลอดชีวิตแค่นี้เว้นแต่ที่ไม่เจตนาแค่นี้บารมีเครื่องรางของขลังก็คุ้มกายแล้วครับบางคนถือได้มากสองถึงสามข้อของดีก็คุ้มศาสตราอาวุธได้ชะงัดผู้เขียนได้เห็นอย่างประจักษ์ตามาแล้ว (ธรมมะขององค์พระต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

พระคาถาตำราอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยวข้องเพื่อ ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานยึดเอาข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

ใส่ความเห็น