“หวายลูกนิมิต” มหาอุด หนังเหนียว คงกระพัน ขลังไม่ต้องเสก

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “หวายลูกนิมิต” มหาอุด หนังเหนียว คงกระพัน ขลังไม่ต้องเสก  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

ก่อนที่จะมีการลงรากก่อสร้างพระอุโบสถของวัดในพระพุทธศาสนาทางวัดจะจัดให้มีพิธีฝังลูกนิมิต ลูกนิมิตลักษณะเป็นลูกหินแต่งเป็นลูกกลมใหญ่คล้ายลูกปืนโบราณ มีจำนวน ๘ ลูก ลูกละทิศ เพราะมีคติถือว่าทิศทั้ง ๘ นั้น มีพระอรหันต์เจ้าประจำอยู่ทุกทิศดังนี้คือ

๑. ทิศบูรพา พระโกณฑัญญะ เป็นอรหันต์ประจำทิศ ๒. ทิศอาคเนย์ พระมหากัสสป เป็นอรหันต์ประจำทิศ ๓. ทิศทักษิณ พระสารีบุตร เป็นอรหันต์ประจำทิศ ๔. ทิศหรดี พระอุบาลี เป็นอรหันต์ประจำทิศ ๕. ทิศประจิม พระอานนท์ เป็นอรหันต์ประจำทิศ
๖. ทิศพายัพ พระควัมปติ เป็นอรหันต์ประจำทิศ ๗. ทิศอุดร พระโมคคัลลานะ เป็นอรหันต์ประจำทิศ ๘. ทิศอีสาน พระราหุล เป็นอรหันต์ประจำทิศ

เมื่อตบแต่งลูกนิมิตแล้วเขาจะนำลูกนิมิตนั้นไปวางไว้ตามปากหลุมประจำทิศ แต่ละทิศให้สัปบุรุษมีโอกาสได้บำเพ็ญกุศลปิดทองลูกนิมิตบูชาไหว้กราบพระอรหันต์แต่ละองค์ๆ ไปจนครบ ๘ องค์ ลูกนิมิตที่นำมาให้ปิดทองนี้วางไว้บนสาแหรกหวายเพื่อเวลาฝังจะได้ใช้หย่อยลงไปในหลุมได้สะดวก ภายในหลุมทำเป็นถุงผ้าใบใหญ่สวมหลุมเอาไว้อีกชั้นหนึ่งเพื่อรองรับอัฏฐบริขารที่ผู้ศรัทธาจะบริจาคหย่อนลงไปในหลุมนั้น ของเหล่านี้บางอย่างทางวัดก็จัดไว้จำหน่ายให้เพื่อความสะดวกของผู้ที่จะบริจาคอาทิ เข็ม ด้าย สมุด ดินสอ ผ้าอาบ ฯลฯ เมื่อเสร็จพิธีฝังลูกนิมิตแล้ว สิ่งของที่สัปบุรุษบริจาคไว้ตามหลุมเขาก็นำไปถวายพระต่อไป

ส่วนหวายที่เป็นสาแหรกของลูกนิมิตจะถูกตัดออกเป็นส่วนๆ นำไปแจกจ่ายแก่ศาสนิกชนที่มาร่วมในงาน ผู้ที่ได้หวายสาแหรกของลูกนิมิตไปก็นำหวายนั้นไปเลี่ยมหัวท้ายด้วยเงินทองนาคใส่ในกล่องหรือทำหูคล้องสร้อยคอถือกันว่าเป็นมหาอุดคืออาวุธปืนมิสามารถจะระเบิดจากลำกล้อง มาทำอันตรายผู้มีหวายสาแหรกลูกนิมิตอยู่กับตัวนั้นได้ หวายลูกนิมิตนี้เป็นที่นิยมของสุภาพสตรีไทยในสมัยก่อนนี้เป็นอันมาก พระคณาจารย์ท่านให้คาถามหาอุดกันปืนกำกับไว้ดังนี้ “อุดธังอัดโธ โธอุดธังอัด นะอุด โมอัด พุทยัด ธาปิด ยะอุด” ขณะภาวนาจงให้ได้คาบ (อึดใจหนึ่งว่าให้จบพระคาถา)

ซึ่งพุทธคุณด้านมหาอุด คงกระพัน หนังเหนียว ถือคติในลักษณะของหวายนั้นมีความเหนียว คงทน จึงนิยมใช้ในอานุภาพของความเหนียว คงกระพัน มหาอุด คนในสมัยก่อนนิยมพกติดตัวหรือเลี่ยมห้อยคอบูชาเพราะถือว่าหวายลูกนิมิตเป็นของหายาก เนื่องจากในแต่ละวัดก็จะมีพิธีตัดลูกนิมิตเพียงครั้งเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ดีในปัจจุบันหวายลูกนิมิตที่ผ่านพิธีกรรมจากการตัดลูกนิมิตจากการสร้างพระอุโบสถในวัดต่างๆ นั้นก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าหวายลูกนิมิตมีความเป็นมงคลแก่ตนเองและครอบครัว หลายคนนำมาพกติดตัวหรือบูชาไว้บนหิ้งพระหรือนำมาเลี่ยมเป็นตะกรุดห้อยคอ โดยพุทธคุณหลักๆคือ มหาอุด หนังเหนียว คงกระพัน แคล้วคลาด และเกิดความเป็นมงคลแก่ผู้บูชาในทุกๆด้าน

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply