อภินิหารบารมีรูปหล่อหลวงพ่อเดิมช่วยชีวิต

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ…

ผู้เขียนมีเรื่องราวอันน่าสนใจที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ มาเสนอต่อท่านผู้อ่านเจ้าของเรื่องมาพบกับผู้เขียนและบรรณาธิการที่กองบก. เมื่อเย็นวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ที่ผ่านมานี้ท่านผู้นี้คือคุณประดิษฐ์ หิรัญดีพลผู้ซึ่งมีประสบการณ์เกี่ยวกับวัตถุมงคล ของหลวงพ่อเดิมชนิดที่เรียกว่าจะที่สุดในชีวิตก็ว่าได้คุณประดิษฐ์เริ่มเรื่องขึ้นดังนี้

ภาพถ่ายหลวงพ่อเดิม พุทธสโร

ตัวผมเองอายุได้ ๕๐ ปีพอดีเรียกว่าผ่านโลกมามากพอสมควรเพราะว่า และจังหวะของชีวิตนั้นไม่เคยมีอะไรที่ตื่นเต้นตูมตามคงดำเนินชีวิตไปตามครรลองของสัมมาชีพเรื่องทุจริตผิดกฎหมายไม่เคยเกี่ยวข้อง ผมเป็นผู้นิยมสะสมพระเครื่องแบบสมัครเล่น เธอมีใจรักแล้วหมั่นศึกษาหาความรู้ ๓๐ ปีเต็มที่คลุกคลีอยู่กับเครื่องรางของขลังทว่าไม่ได้เข้ามาวุ่นในวงการยุทธจักรเพราะงานอาชีพของนักทำห้องอาหารย่อมไม่มีเวลามากนัก

เช้าก็ต้องควบคุมลูกน้องไปตลาดเพื่อหาของสดของแห้งมาไว้ในร้านสายหน่อยก็จัดนับเครื่องดื่มว่าสุราอาหารและเครื่องดื่มต่างๆโซดา ลิโพ กระทิงแดง ต้องสั่งมาให้พร้อมเปิดตู้แช่เอาเหล้าเบียร์เครื่องดื่มลงแช่เร่งความเร็วให้มากเพื่อจะได้เป็นวุ้นควบคุมห้องครัวให้สะอาดสะอ้านห้องน้ำห้องผ้าไม่ให้แขกบ่นว่าเอาได้

จากนั้น ก็อาบน้ำชำระกายกราบพระเสียหน่อย อาราธนาหลวงพ่อคล้องคอเพื่อเป็นกำลังใจคอยเก็บเงินเก็บทองตามประสาของเจ้าของร้านที่ต้องให้บริการลูกค้า พระเครื่องที่ห้อยคออยู่นั้นก็มีรูปหล่อหลวงพ่อเดิมวัดหนองหลวง หลวงพ่อเงินวัดบางคลานพิมพ์นิยมและขี้ตา กลับพระเครื่องย่อยๆอีก ๒ องค์

เปิดห้องอาหารมาก็หลายที่ไม่เคยเจอเรื่องเจอราวเพราะผมเอง พยายามเอาอกเอาใจลูกค้าทุกคนไม่มีสตางค์จริงๆเพราะพลั้งเผลอก็ให้เอามาให้วันหลังหรือลูกค้าเมาอาละวาดก็ค่อยเจรจาให้จ่ายเงินสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจนกระทั่งมาเปิดห้องอาหารอินทรา พี่เลขที่ ๒๒๐/๒ -๓ เซนต์หลุยส์ ซอย ๓ ยานนาวา

ที่ไหนมีห้องอาหารที่นั่นต้องมีอันธพาลพวกนี้ถือโอกาสเป็นเจ้าของถิ่นมาแสดงท่ายโสอวดโตก่อกวนอยู่เสมอ กินฟรีบ้างแกล้งล้มโต๊ะบ้างใครจะทำไมไปแจ้งตำรวจมันก็หลบหน้าไปพักหนึ่งพอสก๊อตไม่ใส่ใจ มันก็หวนกลับมาอาละวาดอีกคราวนี้เป็นเจ็บตัว ผมจึงพยายามอดทนและออมชอมเสมอมามีอยู่กลุ่มหนึ่งวัยรุ่น ๕-๖ คน พวกมันแวะมาเป็นประจำมากินเหล้ากินอาหารแล้วก็ก่อกวนแขก ผมก็ขอร้องให้มันเบาๆมือลง เพราะนอกจากจะกินฟรีแล้วยังทำให้ลูกค้าหนีอันนี้มันไม่ถูก

แต่พวกมันไม่ยอมฟังเสียงกลับก่อกวนหนักขึ้นทุกวันๆในที่สุดมันก็ถึงกับข่มขู่ผมโดยตรงจนผมอดรนทนไม่ไหวผมก็บอกกับพวกมันว่า

“เป็นไงก็เป็นกันต่อไปนี้อย่าได้มาก่อกวนอีกไม่งั้นเป็นเห็นดีกัน”

พวกมันบอกว่า” อ้ายแป๊ะ มึงแน่นักหรือมึงรู้จักกูน้อยไปอ้ายนี่วอน เฮ้ยวันนี้ฤกษ์ไม่ดี วันหลังค่อยมาอุดหนุนมันให้เพียบ อ้ายนี่วอนอ้อนตี..”

แล้วพวกมันก็หายหน้าไประยะหนึ่งซึ่งผมก็ไม่คิดว่ามันจะเล่นงานผมจนเพียบเหมือนที่พวกมันลั่นวาจาเอาไว้

วันที่ ๑๖ พฤษภาคมที่ผ่านมานี้ผมกำลังนั่งอยู่ในเคาน์เตอร์ไม่ได้ทันสังเกตว่าพวกมันมากัน หากคนมานั่งอยู่ในมุมอับที่ผมมองไม่เห็นแต่บริกร ในร้านเห็นแล้วเร่มากระซิบบอกผมว่า “เฮียอ้าย พวกห่าจิกนั่นมากันอีกแล้วสั่งอาหารเต็มโต๊ะเลยถ้าทางมันเอาเรื่อง”

ผมก็บอกว่าไม่มีอะไรน่ามันมากินก็ปล่อยมันถ้า อาละวาดเดี๋ยวจะเรียกตำรวจมาหิ้วมันไปแล้วผมก็นั่งคิดเงินต่อไปเงียบๆ จากสี่ทุ่มกว่าพวกมันกินอยู่จนผมจะปิดห้องอาหารประมาณ ๐๑.๐๐ น. กว่าๆ ผมก็ให้บริกรไปบอกพวกมันว่าขอเคลียร์ค่าอาหารจะปิดร้านพวก มันตบเด็กผมหลายฉาดแล้วส่งเสียงเอะอะ เอ็ดตะโร ลั่นจนผมได้ยินแต่ยังไม่ได้ทันออกไป

พวกมัน ๔ คนก็เดินรี่เข้ามาหาผมที่เคาน์เตอร์อ้าย หัวโจก ลูกตาขวางยกมือชี้หน้าตลอดว่า
“อ้ายแป๊ะ มึงซ่านักวันนี้กูจะเล่นงานมึงให้เพียบเลยอ้ายสัตว์”

ผม รู้ได้ในขณะนั้นว่าวันนี้ผมเจอศึกหนักแน่ใจคอไม่ดีแต่ผมก็ได้รำลึกถึงหลวงพ่อเดิมและหลวงพ่อเงินแล้วภูมิธรรมกับตัวเองเบาๆว่า

” หลวงพ่อช่วยผมด้วยนะวันนี้ผมอาจจะซี้ถ้าหลวงพ่อไม่ช่วย”

ยังไม่ทันจะคว้าอาวุธอะไรป้องกันตัวอ้าย หัวโจกมันก็ดึงผมออกจากเคาน์เตอร์ทันที มันกระชากผมจนหลุดออกมาจากเคาน์เตอร์ ผมก็ไม่กลัวมัน ผมปลอดตั้ม มันติดตัวรัดไว้แน่นเพื่อให้พวกเพื่อนมันทำอะไรไม่ถนัด บริกรในร้านจะออกไปตามตำรวจอ้าย วายร้าย ๒ คนที่ดูต้นทางก็สกัดไว้ในระหว่างที่ผมกอดกับเจ้าตัวแสบเพื่อนมันก็เล่นงานผมด้วยขวดโคล่า โซดา และขวดเปล่าที่อยู่ใกล้มือมัน

ผมรู้สึกว่าหัวของผมกระทบกับของแข็งครั้งแล้วครั้งเล่าเสียงโป๊ก เป๊ก เพล้ง กราว แต่ผมก็กัดฟันกอดมันเอาไว้ พวกมันก็ตีผมด้วยขวดอุตลุด ลูกสาวผมเห็นอย่างนั้นก็ร้องว่าปล่อยเตี่ยกูแล้วโดดเข้าดึงพวกมันออกไปคนหนึ่งอ้าย ๒ คนยังตีผมอยู่ผมเริ่มรู้สึกเจ็บตอนแรกชาเพราะมันตีไม่เลือกที่ผมต่อยมันอัดมันอุตลุดแต่มันก็ตีผมต่ออีกหลายที

ผมใจไม่เสียเพราะถ้าหัวผมแตกละก็เลือดจะต้องแฉะหัวไปหมดและคงจะไหลมาให้ผมเห็นบ้าง แต่นี่ไม่มีผมเลยสู้ตายพวกมันคนหนึ่งเอาขวดแตกที่มีคมเป็นปากฉลามแทงสะบักผมดังปึ้กๆ ขวดหักอีกตอนนี้ลูกสาวผมได้สติวิ่งออกไปข้างนอกแล้วร้องคมนว่าช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยทีอ้าย พวกนี้มันปล้น

เสียงลูกสาวผมปลุกให้ชาวบ้านออกมาดูกันเต็มคำว่าปล้นไม่ดีแน่สำหรับพวกวายร้ายอ้ายตัวโจก ที่ผมกอดมันไว้สำหรับผมหลุดแล้วถีบผมเข้าให้ทีหนึ่งร้องบอกพวกมันว่า “เผ่นโว้ย” เดี๋ยวพ่อมึงก็แห่กันมาเป็นโขยงหรอก มึงพวกอ้ายสายตรวจจักรยานมันยิ่งซ่าๆอยู่” แล้วพวกมันก็แว่บหายไป ผมทรุดลงนอนกับพื้นด้วยความเหนื่อยและเจ็บระบมลูกสาวผมรีบวิ่งมาดูอาการเพราะเห็นผมถูกตีถูกแทง

ข้างหลังที่ถูกขวดแทงเสื้อขาดเป็นรูมีเลือดไหลซิบๆ ที่โบราณเรียกยางบอน หากหลวงพ่อไม่ช่วยมีเหวอะหวะ เพราะขวดปากฉลามคมกริบที่มันแทงผมแน่นอน ผมรีบไปโรงพยาบาลก่อนแล้วจึงไปแจ้งความหมอบันทึกบาดแผลไว้ว่า

ถูกตีด้วยของแข็งที่ศรีษะด้านหน้าตรงแสกผมและหน้าผากด้านหลังโดนตีด้วยของแข็งที่กลางกระหม่อมและที่ขวัญมีเลือดคั่งแต่ไม่ต้องเจาะออก ที่สะบักขวามีรอยคล้ายถูกของมีคมแทงเข้าไป ตาขวาช้ำห้อเลือดเพราะถูกต่อยหรือตีอย่างแรงตามเนื้อตัวเขียวช้ำเป็นจ้ำๆ

ผมจำหน้าพวกมันได้ทุกคนและต้องพยายามระวังตัวอยู่เสมอเพราะตอนนี้ตำรวจกำลังออกความหาตัวมันมาดำเนินคดีส่วนผมไม่ได้ย้ายไปไหนก็คนทำมาหากินนี่ครับจะไปไหนได้ผมโทรศัพท์มาหาอาจารย์รุ่ง เหมราช แล้วให้นัดพบผมกับบรรณาธิการและคุณสุรเวทย์ เสนภูษา เพื่อที่ผมจะได้เล่าเรื่องให้ฟังผมต้องการเผยแพร่พระกิตติคุณของหลวงพ่อเดิมและหลวงพ่อเงิน วัดบางคลานกับวัตถุมงคลของท่านให้ลูกหลานได้จดจำว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริงหากนับถือจริงผมรอดตายมาได้เพราะหลวงพ่อเดิมและหลวงพ่อเงินแท้ๆทุกวันนี้ผมก็ยังขอบคุณท่านอยู่ไม่หาย

ภาพถ่ายอาจารย์สุรเวท เสนภูษาหรือส.องครักษ์ผู้เขียนใต้รอยบาทและเกิดใต้ดาวโจร

ทั้งหมดนี้คือปากคำเรื่องราวจากปากคำของคุณประดิษฐ์ หิรัญดีพล เจ้าของห้องอาหารอินทราเซนต์หลุยส์ซอย ๓ ให้ผมบันทึกไว้และยังได้ให้ผมกดดูกลางกระหม่อมผมกดดูแล้วดังฟอดๆ คือข้างในยังมีเลือดคั่งอยู่เพราะความช้ำ ส่วนที่หน้าผาก ตรงแสกผมก็ยังน่วมอยู่เช่นเดียวกันที่หลังเปิดดูแล้วแผลยังพึ่งตกสะเก็ดคุณประดิษฐ์ได้ส่งท้ายว่าถ้าอยากคุยอยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็โทรไปสอบถามได้เบอร์โทร. ๒๘๖๕ ๒๗๒ เป็นได้การสวัสดีครับ (เรื่องราวเก่านานมาแล้วปัจจุบันไม่ต้องโทรไปนะครับ)

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในกาอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply