อภินิหารหลวงพ่อเดิมเรียกมีดหมอกลับ…

กล่าวถึงวิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญหาข้อดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ

เรื่องนี้เป็นเรื่องของเครื่องรางประเภทมีดหมอซึ่งหลวงพ่อเดิม พุทธสโรท่านสร้างไว้มอบให้ลูกศิษย์ได้นำไปบูชาอาราธนาติดตัวเพื่อเป็นเครื่องระลึกทางใจต่อผู้ศรัทธาการโอ้อวดก็เป็นสิ่งที่หลวงพ่อเดิมท่านห้ามเหมือนกันโดยเฉพาะมีดหมอท่านสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าชักเข้าชักออกให้มันคมในฝักชักออกมาแล้วอันตรายคำว่าอันตรายนั้นแม้หลวงพ่อจะไม่ได้บอกว่าเป็นอันตรายใดๆก็น่าจะเป็น

ก.มีความเสี่ยงจากการถูกบาดจากคมหรือดึงไปดึงมาไปบาดเอาคนอื่นเข้า

ข.บาดตาอาจจะเป็นที่เขม่นของคนรอบๆข้างว่าเป็นนักเลงโตชักของมาข่มขู่ มีดปากกาพอทำเนาถ้าเป็นมีดควาญช้างขนาดเขื่องก็เท่ากับว่าหาเรื่อง

ค.อันตรายจากการถูกยึดเพราะขนาดเล็กหรือใหญ่จัดอยู่ในอาวุธโดยสภาพพกพาไปไหนกลางค่ำกลางคืนเปลี่ยวๆแล้วถูกค้นบนรถแท็กซี่และก็อาจถูกตั้งข้อหาโจรหรือเตรียมกรรโชกทรัพย์เป็นเรื่องเป็นราวถูกยึดมีดไปเปล่าๆ

แต่ที่ท่านพูดเป็นปริศนาธรรมเกี่ยวกับเรื่องมีดก็เห็นจะเป็นกับท่านพลตรีประจน กิตติประวัติ นั่นเองเพราะตอนนั้นท่านเป็นนายร้อยไปหาหลวงพ่อไปเช่ามีดหมอจากหลวงพ่อเมื่อรับมาแล้วก็ถามหลวงพ่อว่า

หลวงพ่อท่านเห็นแล้วว่าผู้รับไปเป็นทหารชั้นสัญญาบัตรและมีการศึกษาดีจะพูดไปทำไมให้มากความรั้นหลวงพ่อจะว่า “เก็บไว้ให้ดีนะอย่าทำหายมีดของฉันต่อไปจะหายาก” ท่านก็เกรงว่าจะเป็นการโอ้อวดจึงบอกว่า

“ห้ามเรี่ยหาย” เรี่ย คนนครสวรรค์หมายถึงตกเรี่ยหาย คือตกหายนั่นเองซึ่งเท่ากับความหมายว่าเก็บไว้ให้ดีๆ ซึ่งมีดเล่มนั้นท่านพลตรีประจนหวงแหนมากเก็บตกทอดมาจนถึงทายาทของท่าน ท่านบอกว่า “รับจากมือหลวงพ่อผมแน่ใจที่สุดรับจากที่อื่นผมไม่แน่ใจเพราะว่าของปลอมมากเหลือเกินเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม”

มีดหลวงพ่อนั้นหากผู้ครอบครองไม่มีวาสนาพอก็มักจะหายไปไร้ร่องรอยหรือบางครั้งตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้แล้วทนต่อความเย้ายวนของเงินไม่ได้ก็ทำท่าจะขายเพราะทำท่าจะขายหรือตัดสินใจขายเพื่อนของผู้เขียนรายหนึ่งได้มีดหลวงพ่อมาราคาไม่แพงก็ยกมือรำลึกถึงหลวงพ่อว่าจะเก็บเอาไว้ไม่ขาย

ต่อมาราคาแพงถึงเล่มละ ๑๕๐๐๐ ก็เลยตัดสินใจขายโดยกะว่าอีก ๒ วันจะเอาไปให้คนเช่าแล้วรับเงินมาปรากฏว่าเสียบกระเป๋าขึ้นรถปรับอากาศเบียดกันไปเบียดกันมาพอลงรถมีดก็อันตธานไปไร้ร่องรอยน้ำตาตกบอกกับผู้เขียนว่า

“ไม่นึกเลยว่าหลวงพ่อจะเรียกคืน”

ผมจึงบอกว่า “อ้าวก็คุณไม่อยากได้แล้วไม่ใช่หรือท่านจึงบันดาลให้คนอื่นไปใช้แทน” สวัสดีครับ

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันพฤหัสบดีหรือทุกวันระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงหลวงพ่อแช่มและครูบาอาจารย์ที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)

**เคล็ดหัวใจพระคาถา**

ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด +ว่าเกิดจากอะไรเรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับ+

**ลองพิจารณาย้อนที่มาของสิ่งของดู** เมื่อรู้เคล็ดอาคมนี้แล้วจะทราบได้ด้วยตัวเองครับถือเป็นเคล็ดชั้นสูงเลยทีเดียว

เรื่องความเชื่อยึดถือในเครื่องรางของขลังนี้มีมาแต่เดิมแล้วผู้คนส่วนมากที่เข้าวัดมักนิยมพากันเข้าไปแสวงหาเครื่องรางของขลังมากกว่าแสวงหาธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงแสดงให้ไว้  เพราะทุกคนล้วนแต่มุ่งหวังแต่ของดีของขลังแต่หารู้ไม่ว่าของขลังทั้งหลายล้วนมีที่อยู่ในตัวของทุกท่านแล้วทั้งสิ้นอยู่ที่ว่าใครจะนำของดีนั้นออกมาใช้เมื่อใดเท่านั้นเอง

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น