อักขระและการลากเขียนยันต์แต่ละชนิด

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

ยันต์กลม มีความหมายว่าเป็นพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า ทางศาสนาพราหมณ์ หมายถึงพระพักตร์ของพระพรหม

ยันต์สามเหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นพระรัตนตรัย หรือภพทั้งสาม ส่วนทางศาสนาพราหมณ์ให้ความหมายว่าเป็นพระเป็นเจ้าทั้ง ๓ ของพราหมณ์ คือ พระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์

ยันต์สี่เหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นทวีปทั้งสี่ หรือธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

ยันต์รูปภาพ มีทั้งรูปภาพ เทวดา มนุษย์ และสัตว์ต่างๆ ส่วนความหมายก็อยู่ในตัวของรูปภาพนั้นๆ
การลงยันต์หรือการเขียนยันต์นั้นจะใช้อักขระขอม ซึ่งเขียนเป็นตัวย่อของพระคาถาแต่ละบท เพราะหากเขียนพระคาถาลงไปในยันต์ทั้งหมดเนื้อที่คงไม่พอ จึงใช้อักขระย่อ ส่วนตัวเลขที่อยู่ในยันต์ก็ย่อมาจากอักขระของพระคาถา

ข้อควรระวังในการลากเส้นยันต์นั้นควรลากทีเดียวให้ตลอดไม่ใช่ลากแล้วหยุด หากลากแล้วหยุดถือว่ายันต์นั้นใช้ไม่ได้ ต้องใช้คาถาหรือสูตรในการต่อเส้นยันต์นั้นใหม่ยันต์นั้นจึงจะใช้ได้ และการลงอักขระให้ระวังอย่าลงอักขระทับเส้นยันต์เพราะจะทำให้ยันต์นั้นใช้ไม่ได้ ท่านเรียกว่าเป็นยันต์ตาบอด การลงยันต์หรือการเขียนยันต์หากยันต์นั้นมีคาถาหรือสูตรกำกับไว้ผู้เขียนจะต้องภาวนาคาถานั้นไปด้วยพร้อมกันการลงยันต์ ฉะนั้นจึงต้องใช้สมาธิสูง ส่วนขั้นตอนและวิธีการลงยันต์พร้อมทั้งสูตรต่างๆ ยังมีอีกมากครับ

เส้นที่ขีดลากไปมานอกยันต์นั้น หมายถึง “สายรกของพระพุทธเจ้า” ส่วนเส้นที่อยู่ภายในยันต์ เรียกว่า “กระดูกยันต์” ยันต์มีหลายแบบต่างๆ กันไป เช่น

ยันต์การะเวก ความหมาย ความเชื่อ ใช้ในทางเมตตามหานิยม เป็นเสน่ห์วิเศษดียิ่งนัก เวลาเข้าไปหาใครก็ตาม เช่น ไปสมัครงาน นัดสัมภาษณ์ นักร้อง นักแสดง นักเทศน์ วิเศษยิ่งนัก

จริงๆ แล้วการปรากฎขึ้นของ “รอยสัก” ในไทยนั้น ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจากในสมัยอดีตนับร้อยปีมาแล้วการสักนิยมกันในหมู่ทหารนักรบชายไทย เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจในการรบ หรือสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา เพื่อให้จิตใจแข็งแกร่งและอยู่ยงคงกระพัน แต่บางคนเอาค่านิยมเช่นนี้มาใช้ในทางที่ผิดๆ

จนกลายเป็นว่าถูกมองไปในทางด้านลบที่ยังคงตราตรึงอยู่ ทว่าความเชื่อทางด้านจิตใจให้แข็งแกร่งและอยู่ยงคงกระพันนั้น ก็ยังคงเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้ แต่สำหรับบางคนแล้วคงมองว่าสกปรก เถื่อนบ้างล่ะ หรือมองว่าเป็นศิลปะแฟชั่นค่านิยมบ้างล่ะ เพราะขนาดดาราฮอลลีวู้ดยังบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาสักถึงไทยเลย เขาอาจจะมองว่าการสักเป็นศิลปะด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยนั่นเอง

การสักหมึก หรือสักน้ำมันที่ใช้เหล็กแหลมจุ่มหมึกหรือน้ำมันแทงให้เป็นอักขระบนผิวหนังนั้นมีด้วยกันมากมาย สาริกา(เมตตา) ผลทางเมตตามหานิยม  ที่เน้นไปทางค้าขายเจริญรุ่งเรืองทำมาค้าขึ้น ความรักใครเสน่หา อย่างเช่น ยันต์สาริกา ยันต์จิ้งจก ยันต์โภคทรัพย์ หนุมาน ผลทางคงกระพันชาตรี  เพื่อให้แคล้วคลาดจากของมีคม หนังเหนียว อุบัติเหตุ หรืออันตรายต่างๆ ทั้งปวง อย่างเช่น ยันต์มหาอุด ยันต์หนุมาน ยันต์ปัดทมึน ยันต์เสือ ยันต์ลิงลม ยันต์เก้ายอด ยันต์ห้าแถว

แถวที่  แก้ฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัยเช่นประตูตรงกันธรณีสารต้องโทษใกล้วัดใกล้หวงช่วยใกล้สุสานบ้านอยู่ใกล้ทางสามแยกทาง ๓ แพร่งซอยตันปรับพื้นที่ร้ายร้ายให้กลับกลายเป็นดี แถวที่ ๒ แก้ดวงตกแก้ปีชงแก้ชะตาขาด ร้ายกลับกลายเป็นดีก็คือต่อดวงนั้นเอง

แถวที่ ๓ กันคุณกันการกระทำการลมเพลมพัดกันเสน่ห์ยาแฝดกันฟังลูกฝังรอยกันคุณไสยนานาชนิดกันของไม่ดีที่จะเข้ามาหาตัวเราและล้างสิ่งไม่ดีที่อัปมงคลที่อยู่ในตัวเรา

แถวที่ ๔ จะมีโชคลาภด้านประสบความสำเร็จติดต่องานการเจรจาค้าขายธุรกิจเจริญรุ่งเรืองและเงินทองไหลมาเทมา

แถวที่ ๕ สุดยอดเรื่องเมตตามหาเสน่ห์กับฝ่ายตรงข้ามกับผู้พบเห็น คือเมตตามหานิยมนั่นเอง

หนุมานตัว ๙ หนุมาน  ความเชื่อ มีพลังอำนาจมหาศาล ฟันแทงไม่เข้า อยู่ยงคงกระพัน เป็นลายสักที่นิยมมากในหมู่ชาวตะวันตก

เสือคู่  ความเชื่อ มีอำนาจ ยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม มีพละกำลังคงทนต่อศาสตราวุธ

มังกร  นิยมในกลุ่มคนเชื้อสายจีน เชื่อว่ามังกรเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภของชาวจีน การสืบทอดตระกูลของคนจีน

พญาลิงลม  ว่องไว เฉลียวฉลาดดุจพญาวานร การสักยันต์นั้นก็มีกฎข้อห้าม! หรือวิธีการที่ต่างกันไปตามแต่ละสำนักแต่ละอาจารย์

รักษาศีลธรรมอย่างเคร่งครัด ยึดถือคำสัตย์ ทำแต่ความดี -ห้ามประพฤติผิดในกาม แย่งสามีภรรยาคนอื่น ห้ามใช้วาจาเบียดเบียนผู้อื่น เช่น ด่าพ่อแม่ หรือนินทาว่าร้ายผู้อื่น ห้ามลอดไม้ค้ำกล้วย สะพานหัวเดียว สะพานท่าน้ำ ราวตากผ้า บันได ไม่นั่งทับครกไม้ ไม่ให้ผู้หญิงนั่งทับ  ห้ามกินน้ำเต้า ฟัก มะเฟือง บวบ อันที่จริงรอยสักนั้นมองได้ทั้งสองแบบ จะเป็น “ศิลปะ” หรือ “ความเชื่อ มนต์ขลัง ไสยศาสตร์”

ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองยังไงตามความเชื่อของแต่ละคน หากคุณเชื่อในความสักสิทธิ์ของรอยสักยันต์นั้นแล้ว ก็เสมือนกับว่ามีคุณค่าทางจิตใจที่ถูกหล่อหลอมให้เป็นขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่สุดท้ายแล้วคุณก็ต้องดำเนินชีวิตอย่าง “มีสติและมีคุณธรรม” ถ้าหากคุณสักมาแล้วทำในสิ่งไม่ดีหรือเอาไปทำในทางที่ไม่ถูกไม่ควรให้คนอื่นเดือดร้อน… “รอยสักยันต์นั้นก็คงไม่ต่างจากน้ำหมึกที่หยดลงบนผิวหนัง”

สำหรับตอนนี้ขอมอบพระคาถาแก้วหาค่ามิได้(จากตำราอ.เทพย์ปี๒๕๐๕)

“พุทธคุณณัง ธัมมคุณณัง สังฆคุณณัง พุทธระตะนะ ธัมมระตะนะ สังฆระตะนะ พุธเตเช ธัมมเตเช สังฆเตเช พุทธระตะนะ ธัมมระตะนะสังฆระตะนะ”

พระคาถานี้แก้วหาค่ามิได้เลยท่านใช้เสกน้ำมันทาตัวเรายุคนี้ใช้ครีมก็ได้ครับทำให้อยู่คงกระบองดีมิแตกเลย มิเจ็บเลย อยู่ใดสามวัน

ก่อนเรียนท่องจำลงในสัญญา(ความจำ)ให้ใส่บาตรหรือทำทานคนจนอุทิศส่วนกุศลให้ครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องเพื่อขอประสิทธิ์ประสามก่อนจึงจะได้ใครทำได้เป็นประจำพระคาถาทุกบทจะขลังยิ่งนักแล…

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนอยู่หลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตกของดีจึงไม่อาจส่งผลบรรดาลฤทธิ์ให้ได้ของดีที่จริงนั้นอยู่ที่สัจจะในข้อศีลต่างหากให้ท่านพึงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะถือศีล๕ ในข้อในข้อมหนึ่งไปตลอดชีวิตแค่นี้เว้นแต่ที่ไม่เจตนาแค่นี้บารมีเครื่องรางของขลังก็คุ้มกายแล้วครับบางคนถือได้มากสองถึงสามข้อของดีก็คุ้มศาสตราอาวุธได้ชะงัดผู้เขียนได้เห็นอย่างประจักษ์ตามาแล้ว (ธรมมะขององค์พระต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

พระคาถาตำราอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยวข้องเพื่อ ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานยึดเอาข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

ยันต์กลม มีความหมายว่าเป็นพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า ทางศาสนาพราหมณ์ หมายถึงพระพักตร์ของพระพรหม

ยันต์สามเหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นพระรัตนตรัย หรือภพทั้งสาม ส่วนทางศาสนาพราหมณ์ให้ความหมายว่าเป็นพระเป็นเจ้าทั้ง ๓ ของพราหมณ์ คือ พระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์

ยันต์สี่เหลี่ยม มีความหมายว่าเป็นทวีปทั้งสี่ หรือธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

ยันต์รูปภาพ มีทั้งรูปภาพ เทวดา มนุษย์ และสัตว์ต่างๆ ส่วนความหมายก็อยู่ในตัวของรูปภาพนั้นๆ
การลงยันต์หรือการเขียนยันต์นั้นจะใช้อักขระขอม ซึ่งเขียนเป็นตัวย่อของพระคาถาแต่ละบท เพราะหากเขียนพระคาถาลงไปในยันต์ทั้งหมดเนื้อที่คงไม่พอ จึงใช้อักขระย่อ ส่วนตัวเลขที่อยู่ในยันต์ก็ย่อมาจากอักขระของพระคาถา

ข้อควรระวังในการลากเส้นยันต์นั้นควรลากทีเดียวให้ตลอดไม่ใช่ลากแล้วหยุด หากลากแล้วหยุดถือว่ายันต์นั้นใช้ไม่ได้ ต้องใช้คาถาหรือสูตรในการต่อเส้นยันต์นั้นใหม่ยันต์นั้นจึงจะใช้ได้ และการลงอักขระให้ระวังอย่าลงอักขระทับเส้นยันต์เพราะจะทำให้ยันต์นั้นใช้ไม่ได้ ท่านเรียกว่าเป็นยันต์ตาบอด การลงยันต์หรือการเขียนยันต์หากยันต์นั้นมีคาถาหรือสูตรกำกับไว้ผู้เขียนจะต้องภาวนาคาถานั้นไปด้วยพร้อมกันการลงยันต์ ฉะนั้นจึงต้องใช้สมาธิสูง ส่วนขั้นตอนและวิธีการลงยันต์พร้อมทั้งสูตรต่างๆ ยังมีอีกมากครับ

เส้นที่ขีดลากไปมานอกยันต์นั้น หมายถึง “สายรกของพระพุทธเจ้า” ส่วนเส้นที่อยู่ภายในยันต์ เรียกว่า “กระดูกยันต์” ยันต์มีหลายแบบต่างๆ กันไป เช่น

ยันต์การะเวก ความหมาย ความเชื่อ ใช้ในทางเมตตามหานิยม เป็นเสน่ห์วิเศษดียิ่งนัก เวลาเข้าไปหาใครก็ตาม เช่น ไปสมัครงาน นัดสัมภาษณ์ นักร้อง นักแสดง นักเทศน์ วิเศษยิ่งนัก

จริงๆ แล้วการปรากฎขึ้นของ “รอยสัก” ในไทยนั้น ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจากในสมัยอดีตนับร้อยปีมาแล้วการสักนิยมกันในหมู่ทหารนักรบชายไทย เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจในการรบ หรือสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา เพื่อให้จิตใจแข็งแกร่งและอยู่ยงคงกระพัน แต่บางคนเอาค่านิยมเช่นนี้มาใช้ในทางที่ผิดๆ

จนกลายเป็นว่าถูกมองไปในทางด้านลบที่ยังคงตราตรึงอยู่ ทว่าความเชื่อทางด้านจิตใจให้แข็งแกร่งและอยู่ยงคงกระพันนั้น ก็ยังคงเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้ แต่สำหรับบางคนแล้วคงมองว่าสกปรก เถื่อนบ้างล่ะ หรือมองว่าเป็นศิลปะแฟชั่นค่านิยมบ้างล่ะ เพราะขนาดดาราฮอลลีวู้ดยังบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาสักถึงไทยเลย เขาอาจจะมองว่าการสักเป็นศิลปะด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยนั่นเอง

การสักหมึก หรือสักน้ำมันที่ใช้เหล็กแหลมจุ่มหมึกหรือน้ำมันแทงให้เป็นอักขระบนผิวหนังนั้นมีด้วยกันมากมาย สาริกา(เมตตา) ผลทางเมตตามหานิยม  ที่เน้นไปทางค้าขายเจริญรุ่งเรืองทำมาค้าขึ้น ความรักใครเสน่หา อย่างเช่น ยันต์สาริกา ยันต์จิ้งจก ยันต์โภคทรัพย์ หนุมาน ผลทางคงกระพันชาตรี  เพื่อให้แคล้วคลาดจากของมีคม หนังเหนียว อุบัติเหตุ หรืออันตรายต่างๆ ทั้งปวง อย่างเช่น ยันต์มหาอุด ยันต์หนุมาน ยันต์ปัดทมึน ยันต์เสือ ยันต์ลิงลม ยันต์เก้ายอด ยันต์ห้าแถว

แถวที่  แก้ฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัยเช่นประตูตรงกันธรณีสารต้องโทษใกล้วัดใกล้หวงช่วยใกล้สุสานบ้านอยู่ใกล้ทางสามแยกทาง ๓ แพร่งซอยตันปรับพื้นที่ร้ายร้ายให้กลับกลายเป็นดี แถวที่ ๒ แก้ดวงตกแก้ปีชงแก้ชะตาขาด ร้ายกลับกลายเป็นดีก็คือต่อดวงนั้นเอง

แถวที่ ๓ กันคุณกันการกระทำการลมเพลมพัดกันเสน่ห์ยาแฝดกันฟังลูกฝังรอยกันคุณไสยนานาชนิดกันของไม่ดีที่จะเข้ามาหาตัวเราและล้างสิ่งไม่ดีที่อัปมงคลที่อยู่ในตัวเรา

แถวที่ ๔ จะมีโชคลาภด้านประสบความสำเร็จติดต่องานการเจรจาค้าขายธุรกิจเจริญรุ่งเรืองและเงินทองไหลมาเทมา

แถวที่ ๕ สุดยอดเรื่องเมตตามหาเสน่ห์กับฝ่ายตรงข้ามกับผู้พบเห็น คือเมตตามหานิยมนั่นเอง

หนุมานตัว ๙ หนุมาน  ความเชื่อ มีพลังอำนาจมหาศาล ฟันแทงไม่เข้า อยู่ยงคงกระพัน เป็นลายสักที่นิยมมากในหมู่ชาวตะวันตก

เสือคู่  ความเชื่อ มีอำนาจ ยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม มีพละกำลังคงทนต่อศาสตราวุธ

มังกร  นิยมในกลุ่มคนเชื้อสายจีน เชื่อว่ามังกรเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภของชาวจีน การสืบทอดตระกูลของคนจีน

พญาลิงลม  ว่องไว เฉลียวฉลาดดุจพญาวานร การสักยันต์นั้นก็มีกฎข้อห้าม! หรือวิธีการที่ต่างกันไปตามแต่ละสำนักแต่ละอาจารย์

รักษาศีลธรรมอย่างเคร่งครัด ยึดถือคำสัตย์ ทำแต่ความดี -ห้ามประพฤติผิดในกาม แย่งสามีภรรยาคนอื่น ห้ามใช้วาจาเบียดเบียนผู้อื่น เช่น ด่าพ่อแม่ หรือนินทาว่าร้ายผู้อื่น ห้ามลอดไม้ค้ำกล้วย สะพานหัวเดียว สะพานท่าน้ำ ราวตากผ้า บันได ไม่นั่งทับครกไม้ ไม่ให้ผู้หญิงนั่งทับ  ห้ามกินน้ำเต้า ฟัก มะเฟือง บวบ อันที่จริงรอยสักนั้นมองได้ทั้งสองแบบ จะเป็น “ศิลปะ” หรือ “ความเชื่อ มนต์ขลัง ไสยศาสตร์”

ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองยังไงตามความเชื่อของแต่ละคน หากคุณเชื่อในความสักสิทธิ์ของรอยสักยันต์นั้นแล้ว ก็เสมือนกับว่ามีคุณค่าทางจิตใจที่ถูกหล่อหลอมให้เป็นขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่สุดท้ายแล้วคุณก็ต้องดำเนินชีวิตอย่าง “มีสติและมีคุณธรรม” ถ้าหากคุณสักมาแล้วทำในสิ่งไม่ดีหรือเอาไปทำในทางที่ไม่ถูกไม่ควรให้คนอื่นเดือดร้อน… “รอยสักยันต์นั้นก็คงไม่ต่างจากน้ำหมึกที่หยดลงบนผิวหนัง”

สำหรับตอนนี้ขอมอบพระคาถาแก้วหาค่ามิได้(จากตำราอ.เทพย์ปี๒๕๐๕)

“พุทธคุณณัง ธัมมคุณณัง สังฆคุณณัง พุทธระตะนะ ธัมมระตะนะ สังฆระตะนะ พุธเตเช ธัมมเตเช สังฆเตเช พุทธระตะนะ ธัมมระตะนะสังฆระตะนะ”

พระคาถานี้แก้วหาค่ามิได้เลยท่านใช้เสกน้ำมันทาตัวเรายุคนี้ใช้ครีมก็ได้ครับทำให้อยู่คงกระบองดีมิแตกเลย มิเจ็บเลย อยู่ใดสามวัน

ก่อนเรียนท่องจำลงในสัญญา(ความจำ)ให้ใส่บาตรหรือทำทานคนจนอุทิศส่วนกุศลให้ครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาและที่เกี่ยวข้องเพื่อขอประสิทธิ์ประสามก่อนจึงจะได้ใครทำได้เป็นประจำพระคาถาทุกบทจะขลังยิ่งนักแล…

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนอยู่หลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตกของดีจึงไม่อาจส่งผลบรรดาลฤทธิ์ให้ได้ของดีที่จริงนั้นอยู่ที่สัจจะในข้อศีลต่างหากให้ท่านพึงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะถือศีล๕ ในข้อในข้อมหนึ่งไปตลอดชีวิตแค่นี้เว้นแต่ที่ไม่เจตนาแค่นี้บารมีเครื่องรางของขลังก็คุ้มกายแล้วครับบางคนถือได้มากสองถึงสามข้อของดีก็คุ้มศาสตราอาวุธได้ชะงัดผู้เขียนได้เห็นอย่างประจักษ์ตามาแล้ว (ธรมมะขององค์พระต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

ข้อคิดท้ายเรื่อง (เคล็ดชั้นสูงของอาคม)ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด “เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับอะไรที่เวลาเผาหรือฝังแล้วจะมีคนร้องไห้แล้วกลายเป็นเมฆกรองเป็นน้ำ ลองมองลึกไปถึงยุคนักรบโบราณดูเลยครับทุกอย่างมาจากขี้เยี่ยวทับถมกันจริง

ใส่ความเห็น