“อาจารย์เลียง สีสัน” ฆราวาสจอมขมังเวทย์ สุดยอดแห่งอาคมมนตรามหาเสน่ห์ชั้นสูง

หากกล่าวถึงอาจารย์สายฆราวาสจอมขมังเวทย์ของไทยก็มีอยู่มากมาย อาจารย์เลียง สีสัน ก็เป็นหนึ่งสายฆราวาสของไทยที่มีชื่อเสียงอีกท่านหนึ่ง วันนี้ได้นำเรื่องราวของท่านอาจารย์เลียง สีสัน มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษากัน ไปชมกันเลย

อาจารย์เลียง สีสัน สุดยอดแห่งอาคมมนตรามหาเสน่ห์ชั้นสูง คนรักคนหลง ปลุกตำนานมนตรามหาเสน่ห์ โดยฆราวาสผู้เชี่ยวชาญด้วยอาคมแห่งเมืองสุรินทร์ ท่านเกิดเมื่อวันศุกร์ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๔๗๐ ปัจจุบันอายุ ๘๙ ปี อาจารย์เลียง สีสัน เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ ๖๐ ปีก่อนครั้งสมัยบวชพระภิกษุท่านได้ออกเดินธุดงค์หาที่สงบ ฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิชาอาคมต่างๆจากเขาพนมกุเลนประเทศกัมพูชา ศึกษาตำหรับเขมรแท้ๆจากครูบาอาจารย์มากมาย

ท่านอยู่หลายปีจนศึกษาวิชาอาคมชำนาญดีแล้วจึงกราบลาอาจารย์กลับบ้านและลาสิกขาและได้มาอาศัยที่บ้านหนองตุงลุงปี๒๕๐๐(ปัจจุบันคือบ้านโนนตลาด)ท่านเป็นที่เคารพรักแก่ลูกศิษย์ในพื้นที่และต่างประเทศ นอกจากท่านเก่งเรื่องพุทธาคมแล้วท่านยังเชี่ยวชาญเรื่องตำหรับยาสมุนไพรโบราณ สมัยก่อนเวลาชาวบ้านเจ็บป่วยท่านก็ช่วยรักษาจนหายดีเป็นปกติ เรื่องคงกระพันชาตรีแคล้วคลาดก็ไม่แพ้กัน

สมัยก่อนเคยสักยันต์ให้ลูกศิษย์ ทุกคนต่างก็มีประสบการณ์ทุกคน ปัจจุบันท่านเลิกสักไปแล้ว เนื่องจากสายตาไม่ค่อยดี แต่ยังจารอักขระลงน้ำมันได้ ชาวบ้านในละแวกนั้นศัทธาท่านมากมักขอของดีติดตัว ท่านเมตตาท่านก็สงเคราะห์อาบน้ำมนต์ ให้พระเครื่องเป็นที่ยึดเหนี่ยวบ้าง วิชาที่โดดเด่นของท่านจะเป็นไปในทางเสน่ห์ โชคลาภ โดยวิชาที่สร้างชื่อเสียงให้กับท่านเป็นอย่างมากคือ

๑.สีผึ้งมหาละลวย สุดยอดสาวรัก สาวหลง หุงในป่าช้าตามตำหรับวิชาเขมรแบบโบราณ ท่านปลุกเสกด้วยคาถามนต์เสน่ห์จันทร์ คาถาสาลิกาหลงรัง คาถามหาละลวย คาถาผูกจิตผูกใจ ปลุกเสกในป่าช้าถึง ๗ วัน ๗ คืน ของท่านจึงแรงมากทางเมตตา เสน่ห์ชั้นสูง ดึงจิต ดึงใจ ให้เขาเมตตาช่วยอุปถัมภ์

๒.วิชาลงนะหน้าทอง ไปไหนมีแต่คนรักคนชอบ มีสง่าราศี ติดต่อเจรจาค้าขายก็สำเร็จ มีผู้คนเมตตาอุปถัมภ์ค้ำจุน เป็นที่รักใคร่แก่บุคคลทั่วไป

๓. ตะกรุดโทนยันต์ ๑๐๘ ครอบจักรวาล ท่านเมตตาจารอักขระทุกดอก เคยมีผู้ลองนำไปบูชาแล้วทดลองยิงไม่ออก ปัจจุบันเป็นที่แสวงหาในบันดาลูกศิษย์ นอกจากนั้นยังมีวัตถุมงคลต่าง ๆ ที่ท่านปลุกเสกอีกมากมาย วัดใกล้เคียงในแถบนั้นเวลาสร้าพระและวัตถุมงคลมักจะนำไปให้อาจารย์เลียงร่วมปลุกเสกด้วยทุกครั้ง ท่านชอบพูดติดปากว่า ของของท่านสามารถกันเครื่องอาวุธ ยุทธพันธ์ เมตตา มหานิยม มหาอำนาจ บ้านปู่เลียงตั้งอยู่ที่บ้านโนนตลาด ตำบลหนองแวง อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์

อาจารย์เลียง สีสัน ที่ไม่เป็นสองรองใคร ขอพรสิ่งใดสมปราถนาทุกประการ สาธุ สาธุ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวตำนานอาจารย์สายฆราวาสแห่งแดนอีสานใต้ ที่ได้เล่าสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ได้นำมาเผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นธรรมทานแก่ทุกท่าน สาธุ สาธุ

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply