อิทธิปาฏิหาริย์ “หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว” มีดหมอลอยทวนน้ำ จนเสด็จเตี่ยต้องขอขมา

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ อิทธิปาฏิหาริย์ “หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว” มีดหมอลอยทวนน้ำ จนเสด็จเตี่ยต้องขอขมา นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงปู่ยิ้มมีพลังจิตแก่กล้าสูงยิ่งไม่มีใครเกิน แม้แต่หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่าและหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน ท่านทั้งสองเป็นพระอาจารย์ผู้ถ่ายทอดสอนวิชาอาคมต่างๆ จนหมดไส้หมดพุงให้แก่กรมหลวงชุมพรฯ ยังยกย่องสรรเสริญแนะนำกรมหลวงชุมพรฯบอกว่า จะเรียนต่อไปให้เยี่ยมยุทธยิ่งขึ้นไปต้องไปเรียนวิชากับหลวงปู่ยิ้ม กรมหลวงชุมพรฯพร้อมผู้ติดตามจึงดั้นด้นไปหาหลวงปู่ยิ้ม ท่านฯแสดงฤทธิ์ด้วยธาตุ ๔ ให้ดูและให้กรมหลวงชุมพรกลับไปฝึกเพ่งกสิณไฟจนสำเร็จ เพ่งจนไส้เทียนขาดเทียนระเบิด เพราะถ้าใครจะไปเรียนวิชากับท่านได้ต้องเพ่งเทียนให้ดับ ท่านจึงจะถ่ายทอดวิชาให้ ท่านฯ เป็นหนึ่งในสามอาจารย์ของกรมหลวงชุมพร มีดหมอประจำพระองค์ที่ใช้ก็เป็นของหลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว

เล่ากันว่า เสด็จในกรมทรงมีพระขรรค์โสฬสประจําพระองค์ โดยได้รับมาจากหลวงปู่ศุขวัดมะขามเฒ่าอยู่ก่อน ครั้งหนึ่งเสด็จในกรมได้เสด็จไปเมืองกาญจนบุรีและได้รําลึกถึงคําแนะนําว่า ที่นี่มีพระเก่งมากชื่อยิ้มให้มาฝากตัวเป็นศิษย์ เมื่อเสด็จในกรมเข้ากราบ หลวงปู่ยิ้มก็ทราบความประสงค์ของเสด็จในกรม จึงชวนไปทํามีดหมอ ๒ เล่มบริเวณเขาชนไก่ ซึ่งต้องใช้เวลาถึง ๗ วันจึงแล้วเสร็จ หลังจากนั้นเสด็จในกรมจึงลากลับ หลวงปู่ได้ถวายมีดหมอดังกล่าวเล่มหนึ่งให้เสด็จในกรม

เมื่อทรงรับมาแล้วระหว่างเดินทางกลับทางเรือเกิดนึกสนุกหยิบมีดขึ้นมาดูพร้อมกับพึมพําว่า มีดอะไรไม่เห็นจะสวย ประจวบกับพระองค์ทรงมีสุดยอดพระขรรค์โสฬสในตํานานอยู่ก่อนแล้วจึงโยนมีดของหลวงปู่ยิ้มลงแม่นํ้า สักพักมหาดเล็กต่างก็โหวกเหวกจนเสด็จในกรมต้องออกมาจากเรือแล้วถามว่าเกิดอะไร มหาดเล็กชี้ไปที่ท้ายเรือสร้างความแปลกใจให้กับเสด็จในกรมเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพบว่ามีดเล่มดังกล่าวได้ว่ายทวนกระแสนํ้าตามเรือเสด็จสักพักก็จมหายไปกับท้องนํ้า พระองค์จึงต้องสั่งให้เดินเรือกลับสู่วัดอีกครั้งเพื่อขอขมา

หลวงปู่ยิ้มเคยนิมนต์พระเถระทั้งหมด ๕ รูป ไปฉันที่วังนางเลิ้ง เมื่อกลับกรมหลวงชุมพรฯได้ถวายจีวรของใช้ต่างๆให้หลวงปู่ยิ้ม แต่หลวงปู่ยิ้มส่งให้หลวงพ่อรูปอื่น นำกลับไปไว้วัดท่านเพราะวัดท่านยังจนอยู่ (การเข้าวังกรมหลวงชุมพรฯ มีความเป็นไปได้ เพื่อทำพิธีไหว้ครู เนื่องจากประวัติหลวงปู่ศุขได้กล่าวถึงการรับนิมนต์เกจิอาจารย์สายหลวงปู่ศุข ๕ รูปเช่นกัน ในการพิธีไหว้ครูของกรมหลวงชุมพรฯ)

หลวงปู่ยิ้มมรณภาพ เมื่ออายุ ๖๖ ปี เมื่อพ.ศ.๒๔๕๓ ท่านเป็นอาจารย์องค์ที่ ๓ ของเสด็จนายกรมหลวงชุมพรฯจากการแนะนำของหลวงพ่อเงินบางคลานโดยหลวงปู่ยิ้มท่านเป็นคนมีนิสัยกล้าหาญและจะล่องเรือมาทำมาค้าขายกับชาวแม่กลองเป็นประจำเมื่อถึงอายุบวช ท่านได้บวชโดยมีพระอธิการรอดแห่งวัดทุ่งสมอและต่อจากนั้น ก็เดินทางไปเป็นศิษย์ของหลวงปู่พวงแห่งวัดลิงขบและเดินทางไปศึกษาไสยเวทย์ ต่อที่แม่กลองซึ่งมีพระอาจารย์ซึ่งทรงกิตติคุณอยู่หลายวัดหลัง หลวงปู่ยิ้มท่านได้ละสังขารพระเพลิงไม่สามารถ เผาไหม้สรีระของท่านได้ ทางวัดฯได้นิมนต์หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว เพื่อนสหธรรมมิกเป็นศิษย์หลวงปู่กลิ่นวัดหนองบัว ศิษย์อาจารย์เดียวกันมาจุดเผาไฟสรีระของหลวงปู่ยิ้มจึงไหม้ไฟ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

ใส่ความเห็น