เกจิดังยุคโบราณผู้สยบเหล่านักเลงดัง “เหนียวไม่เป็นสองรองใคร”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ เกจิดังยุคโบราณผู้สยบเหล่านักเลงดัง “เหนียวไม่เป็นสองรองใคร”  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก นครปฐม เกิดประมาณปี๒๓๙๗บรรพชาอายุ๑๕ปี ประมาณปี ๒๓๙๔ ณ วัดโพธาราม อุปสมบท ณ วัดบ้านฆ้อง (วัดฆ้อง) มรณภาพ ปี ๒๔๖๓ รวมสิริอายุ ๘๔ ปี

หลวงพ่อทาพระคณาจารย์ยุคเก่าเมืองพระเจดีย์ใหญ่ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากในอดีตบรรดานักเลงและเสือร้ายทั้งหลายทั่วเมืองต่างเกรงกลัวบารมีของท่านเวลามีงานประจำปีของวัดพะเนียงแตกมีประชาชนมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก กลับไม่ต้องใช้ตำรวจมารักษาความปลอดภัยและก็ไม่มีเรื่องนักเลงตีกันในวัดเกิดขึ้นเลย หลวงพ่อมีนามว่า ทา เกิดเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๗๙ ณ. ตำบลบ่อผักกูด อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ท่านเป็นบุตรชายคนโตในจำนวนพี่น้อง๔ คน น้องชายของท่านทั้งหมดอีกสามคนบวชเป็นพระภิกษุเช่นเดียวกับท่าน

ท่านบรรพชาเมื่ออายุ ๑๕ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๓๙๔ ณ.วัดโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และอุปสมบทเมื่ออายุ ๓๖ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๔๑๕ ณ. พัทธสีมาวัดบ้านฆ้อง หลังจากท่านอุปสมบท ก็ได้ออกธุดงค์บำเพ็ญเพียรไปตามป่าเขาลำเนาไพรอีกหลายแห่งพร้อมกับพระน้องชาย ต่อมาท่านได้ธุดงค์เข้ามาในจังหวัดนครปฐม ได้ปักกลดลงในบริเวณพื้นที่วัดพะเนียงแตกในปัจจุบัน ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นวัดร้างอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๕-๖ กิโลเมตร

หลวงพ่อทาท่านเห็นว่าพื้นที่บริเวณวัดร้างแห่งนี้เหมาะแก่การใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จึงจำพรรษาอยู่ที่นี้พร้อมกับบูรณปฏิสังขรณ์วัดร้างแห่งนี้ขึ้นมา ซึ่งชาวบ้านต่างพากันเรียกว่า “วัดพะเนียงแตก” สาเหตุที่เรียกชื่อนี้เนื่องจากว่าหลวงพ่อทาท่านมักจะเล่นพลุไฟพะเนียงในเวลามีงานวัดประจำปี แล้วปีหนึ่งท่านได้นำมือไปปิดปากกระบอกพลุ ซึ่งไม่สามารถทำให้พลุออกมาจากกระบอกได้ เมื่อกระบอกร้อนมากขึ้นๆก็เกิดระเบิดและสะเก็ดพลุแตกใส่ท่าน แต่ท่านมิได้รับบาดเจ็บใดๆเลย ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงได้นำเรื่องนี้กล่าวขานไปทั่ว พร้อมกับเรียกหลวงพ่อทาว่า “หลวงพ่อพะเนียงแตก” และเรียกวัดร้างที่หลวงพ่อทาบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ว่า “วัดพะเนียงแตก” เหตุผลที่หลวงพ่อทาท่านทำเช่นนี้ก็เพื่อจะกำราบพวกนักเลงหัวไม้ให้เกิดความเกรงกลัว แล้วท่านจะได้อบรมบ่มนิสัยให้เป็นคนดีได้ง่าย

ท่านได้ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนาและไสยเวทมามากจึงเป็นที่เคารพและเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของบุคคลทั่วๆไป และด้วยวัตรปฏิบัติที่ดีงามน่าศรัทธาของท่านนี้เอง ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะแขวงเมืองนครปฐมหลวงพ่อทาท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย อาทิ หลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก , หลวงพ่อวงษ์ วัดทุ่งผักกูด , หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม , หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง เป็นต้น วัตถุมงคลของหลวงพ่อทาท่านสร้างไว้ได้แก่ เหรียญหล่อ พระปิดตา ตะกรุด และ ลูกสะกด เป็นต้น ท่านละสังขารเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๖๓ สิริรวมอายุ ๘๔ ปี ๔๘ พรรษา

คาถาบูชาหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม

หลวงพ่อทาเป็นพระเถราจารย์ผู้มีตบะบารมีแก่กล้าเป็นพระเกจิอาจารย์เมืองนครปฐมยุคเก่าที่มีชื่อเสียงโด่งดัง กิตติคุณความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทาเป็นที่เล่าขานกันมายาวนานตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องวาจาสิทธิ์,วิชานะจังงัง,วิชามหาอำนาจ,และเรื่องคงกระพันหนังเหนียวของหลวงพ่อทาซึ่งไม่เป็นสองรองใครในยุคนั้น โจรร้ายเมื่อเจอวิชานะจังงังหลวงพ่อทาถึงกับต้องสิ้นลาย นักเลงน้อยใหญ่เมื่อมาเที่ยวงานวัดพะเนียงแตก ในยุคนั้นไม่มีใครกล้าหือกับหลวงพ่อทา กิตติศัพท์ที่ว่าท่านเป็นคนจริงคนกล้าและตบะบารมีอันแก่กล้า ผนวกด้วยมีพุทธาคมอันเข้มขลังทำให้เหล่านักเลงน้อยใหญ่ต้องยอมสยบ นี้แหละหลวงพ่อทายอดพระเถราจารย์แห่งวัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม

ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วว่าคาถาดังนี้ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

โสโส กาวิระ ตะจิตโต โยโส ปะมาโณ โสสะ เทวะเกสังโก ปัตเต ธัมโม โสพะระวะนัง นะมิหัง มะอะอุ มะอะ มะอุ ฯ จบ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

Leave a Reply