เครื่องรางของขลังคู่ใจของ “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ  เครื่องรางของขลังคู่ใจของ “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านได้เคยเล่าให้ฟังกับการสะสมพระเครื่องของท่านว่า ในสมัยก่อนท่านใดสะสมพระเครื่องไว้หลายสำนักและหลายภาคเกจิอาจารย์ดังทั้งพระเนื้อชิน,ดิน,ว่าน รวมถึงพระเหรียญแต่พระที่แขวนติดตัวท่านมาโดยตลอดชนิดที่ว่าไม่เคยห่างกายตลอดเส้นทางการรับราชการตำรวจทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ, ภาคกลาง,ภาคใต้,ภาคอีสาน,ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ซึ่งนั่นก็คือ“พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมวัดหนังพิมพ์นะหัวเข่า” เนื้อตะกั่วรวมถึง พระหลวงปู่ศุขวัดคลองมะขามเฒ่า ซึ่งทั้งสององค์นี้หามาด้วยความรู้และดูมาด้วยตัวเองนับเป็นพระที่รัก และหวงแหนมาก เนื่องจากมีประสบการณ์ล้นเหลือ

ส่วนในเรื่องการสะสมพระของท่านนั้นส่วนที่ท่านมักจะให้น้ำหนักมากที่สุดก็คือ“พระสายเหนียว” พระสายเขาอ้อ, พระหลวงปู่แผ้ววัดรางหมัน และท่านก็ได้เคยไปทำหน้าที่ที่ภาคใต้และได้ตั้งใจศึกษาพระหลวงปู่ทวดอย่างแตกฉาน เพราะที่นั่นมีผู้คนที่รู้จริงมากมาย ทั้งนี้ทุกการเดินทางที่จะต้องไปปฏิบัติราชการที่ใดจะหาเวลาเข้าวัดในพื้นที่นั้นๆ เพื่อทำบุญทำนุบำรุงศาสนา ในฐานะพุทธมามกะคนหนึ่งและมักจะบูชาวัดที่เป็นที่สร้างติดตัวอยู่เสมอเพราะถือเป็นการช่วยวัดทางหนึ่ง

ด้วยความสามารถและเชี่ยวชาญในการส่องพระระดับที่เรียกได้ว่าเซียนพระ มักจะมีผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชานำพระมาให้ส่องบ่อยๆพร้อมกับถามท่านว่า เก๊หรือแท้ใช่หรือไม่ใช่ ทั้งนี้ท่านจะตอบไปตรงๆว่า“ผมไม่ได้เป็นพระทุกวัดนะครับ” จะให้ดูแบบเอาใจ เกรงใจหรือว่าอยากได้คำตอบแบบตรงๆ โดยคำตอบที่ยอดฮิตฟังแล้วไม่มีใครว่าซักคนนั่นก็คือ “พระองค์นี้หลวงพ่อท่านไม่ได้ปลุกเสก” ซึ่งหมายถึงพระปลอมนั่นเอง ทุกวันนี้จะแนะนำว่าเราต้องเล่นและแขวนพระที่ปลุกเสกเท่านั้นนอกจากจะมีพุทธคุณแล้ว ที่แน่นอนที่สุดคือเมื่อยามเราต้องใช้เงินพระที่เสกจะช่วยเราได้จริงๆ เมื่อคราวใดที่ถึงเทศกาลโยกย้ายและเลื่อนตำแหน่ง ท่านมักจะบอกว่าจะนิมนต์พระขึ้นคอ ๓ องค์

พระหลวงปู่แผ้ววัดรางหมัน

และทุกวันนี้ยังแขวนอยู่คือ หลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูง เหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ และจตุคามรามเทพเนื้อทองคำ รุ่นเหนือดวงวัดพุทธไทสวรรค์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะหลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูงที่มีคำล่ำลือว่า คิดอะไรไม่ออก หรือมีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรให้เอ่ยชื่อหลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูง ส่วนเหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ก็มีชื่อเสียงทางด้าน เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งอยู่แล้ว พระหลวงปู่เอี่ยมและพระหลวงปู่ศุขคือ สิ่งที่ติดตัวแล้วเชื่อมั่นในพุทธคุณ ชนิดไร้ข้อกังขา และไม่เคยให้ห่างกายแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนทางด้านเหรียญจตุคามรามเทพรุ่นเหนือดวงตั้งแต่ได้มาเมื่อหลายปีก่อนมักจะปรากฏเหตุในด้านดีเหนือความคาดหมายกับชีวิตมาโดยตลอด ดังนั้นพระทั้ง ๓ องค์นี้คือสิ่งที่คู่กายผมอยู่ทุกวันนี้ ท่านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้กล่าวไว้

เมื่อถามถึงการทำบุญท่านก็ได้บอกว่า บุญอย่างหนึ่งที่ทำมาตั้งแต่เป็นนายร้อยแล้วก็คือ ทุกๆต้นเดือนจะปล่อยปลา ๔ ชนิดอย่างน้อย ๑๐๐ ตัวคือ ปลาดุก,ปลาหมอ,ปลาช่อนและปลาไหลทั้งนี้ท่านจะไปซื้อที่ตลาดสดย่านสี่เสาเทเวทและทุกวันนี้แม้ว่าตำแหน่งของท่านจะใหญ่ขึ้นรวมทั้งหน้าที่จะต้องรับผิดชอบมากขึ้นอาจจะมีเวลาทำน้อยลง แต่เมือถึงต้นเดือนก็จะต้องหาเวลามาปล่อยปลา โดยส่วนแล้วมีความเชื่อว่า ไม่มีบุญใดให้เท่ากับการให้ชีวิต ทั้งนี้ท่านได้พูดทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า การแขวนพระดีย่อมเป็นสิริมงคลกับทุกคน แต่จะให้ผลสัมฤทธิ์สูงสุดนั่นก็คือต้องทำนุบำรุงศาสนา โดยการรู้จักทำบุญและรู้จักปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบในศีล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้บารมีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองตัวเราได้ตลอด

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply