เฉลยบุคคลในภาพปริศนา“พระสงฆ์สอนหนังสือเด็ก”บางข้อมูลว่าเป็น หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ เฉลยบุคคลในภาพปริศนา “พระสงฆ์สอนหนังสือเด็ก” บางข้อมูลว่าเป็น หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

ภาพนี้เข้าใจกันว่าเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๕)กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี อันเป็นภาพที่ปรากฏบนหน้าหนังสือเกี่ยวกับอัตโนประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี อยู่บ่อยๆจนมีบางท่านเข้าใจคลาดเคลื่อนตลอดมา แท้จริงภาพนี้มีการเข้าใจผิดมาอย่างเนิ่นนาน

ในนิตยสาร “ชุมนุมจุฬาฯ”ปีที่๑๔เล่มที่๓ฉบับ๒๓ตุลาคมพ.ศ.๒๕๐๓ ปรากฏการตีพิมพ์ภาพนี้ทั้งบรรยายว่า“พระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระปิยมหาราชเมื่อทรงพระเยาว์กำลังทรงพระอักษรกับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆสิตาราม ภาพโดยความเอื้อเฟื้อของ พล.ร.ต.หลวงสุวิชาแพทย์” หากสังเกตจะพบว่าสมณศักดิ์ของท่านนั้นผิด สมณศักดิ์ของท่านซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๔) ทรงแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะที่ “พระธรรมกิติ”ในปีพ.ศ.๒๓๙๕ ขณะนั้นท่านมีอายุได้๖๔ปีแล้ว ในปีพ.ศ.๒๓๙๗ทรงแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะที่“พระเทพกวี”จนกระทั่งปีพ.ศ. ๒๔๐๗ทรงสถาปนาเป็น“สมเด็จพระพุฒาจารย์”

ขณะเดียวกันในคำแถลงจากสาราณียกรของหนังสือ“ชุมนุมจุฬาฯ”ดังกล่าวก็ว่า“พระบรมฉายาลักษณ์ขององค์สมเด็จพระปิยมหาราชในสมัยยังทรงพระเยาว์อันเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาดูได้ยาก อัญเชิญมาประดับเป็นศรีแก่เล่ม เนื่องในวาระสำคัญนี้ด้วยยิ่งเสริมความเชื่อเป็นอันมากว่าคือ พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่๕ครั้งทรงพระเยาว์ แท้จริงแล้วภาพนี้มีที่มาในนิตยสาร“ศิลปวัฒนธรรม”ปีที่๒ฉบับที่๗เดือนพฤษภาคมพ.ศ.๒๕๒๔หน้า๓๓ปรากฏการตีพิมพ์ภาพใบนี้พร้อมคำอธิบายจาก“นิวัติ กองเพียร”ว่า รูปนี้ไม่ใช่รัชกาลที่๕กับสมเด็จพระพุฒาจารย์เหตุผลประกอบดังนี้

๑. รูปนี้ได้มาจากหนังสือฝรั่งชื่อ“SIAM” ๒.พัดรองที่วางพิงผนังอยู่นั้น เป็นพัดที่นิยมทำก่อนสมัยรัชกาลที่๕ต่อมาไม่มีความนิยมในการทำพัดรองอีกเลย ๓. ถ้ารูปนั้นเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์จริงท่านต้องห่มดองและรัดประคดอกมิใช่อย่างที่เห็นในรูป แม้แต่พระรุ่นเก่าที่วัดระฆังโฆสิตารามที่เคยเห็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ก็ยืนยันว่ามิใช่สมเด็จแน่
๔. เจ้านายหลายพระองค์ที่เป็นพระธิดาหรือพระโอรสก็ยืนยันว่า มิใช่พระราชบิดาแน่นอน

ในหนังสือ“SIAM”หรือชื่อเต็มคือ“TWENTIETH CENTURY IMPRESSION OF SIAM : ITS HISTORY, PEOPLE COMMERCE, INDUSTRIES, AND RESOURCES WITH WHICH IS INCORPORATED AN ABRIDGED EDITION OF TWENTIETH CENTURY IMPRESSIONS OF BRITISH MALAYA” แปลชื่อเป็นไทยว่า“เรื่องน่ารู้ของสยามในศตวรรษที่๒๐ว่าด้วยประวัติศาสตร์ พลเมือง พาณิชยกรรม อุตสาหกรรมและทรัพยากร รวมเรื่องน่ารู้ของบริติชมลายาในศตวรรษที่๒๐โดยสังเขป” เป็นหนังสือที่ตีพิมพ์จากลอนดอนประเทศอังกฤษในปีพ.ศ.๒๔๕๒ เป็นช่วงปลายแผ่นดินรัชกาลที่๕ทั้งยังให้คำอธิบายรูปนี้ไว้ว่า“Buddhist Priest and Disciple”

นอกจากนี้ในการจัดทำหนังสือเล่มดังกล่าว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระกรุณาประทานภาพส่วนพระองค์อันเกี่ยวเนื่องกับประเทศสยามให้กับผู้จัดทำหนังสือเล่มนี้ด้วย

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล

อย่างไรก็ตามแต่ในหนังสือที่ระลึกงานสงกรานต์ชลบุรีประจำปีพ.ศ. ๒๕๐๗ในเรื่อง“สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)” เขียนโดยอธึก สวัสดิมงคลยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า ภาพพระสงฆ์สอนหนังสือเป็นภาพที่เข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนดังในหน้า๑๑ที่ให้ข้อมูลความเป็นมาของภาพใบนี้จากลายพระหัตถ์หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุลพระธิดาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงตอบคำถามของ อธึก สวัสดิมงคล ว่า

“สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)นั้นไม่ช้าจะเป็นอะไรๆสักร้อยอย่างเป็นเรื่องหากินทั้งนั้นเดี๋ยวนี้ใครอยากรู้อะไรก็นั่งวิปัสสนาเอาได้ ไม่ช้าคงต้องร้อนถึงทางการเข้าเล่นด้วยเป็นแน่ มีผู้เอาภาพพระแก่กับเด็กลูกศิษย์สอนหนังสือกันฉันจำได้ว่า“โรเบิร์ต เลนส์”ขอประทานให้เสด็จพ่อทรงช่วยทำโปสการ์ดเผยแพร่เมืองไทยและท่านได้ถ่ายรูปฉันแต่งลาวน่าน หญิงเหลือส่องกระจกพร้อมกับทำรูปนี้ด้วยแต่บัดนี้กลายเป็นรูปสมเด็จโตสอนหนังสือพระพุทธเจ้าหลวงแย่จริงๆ น่ากลัวพงศาวดารจะเลอะเทอะกันใหญ่เสียแล้ว” สำหรับโรเบิร์ต เลนส์ เป็นช่างภาพชาวเยอรมันเจ้าของห้องถ่ายรูปโรเบิร์ต เลสน์ ดำเนินธุรกิจถ่ายรูปเมื่อพ.ศ.๒๔๓๗ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้เป็นช่างภาพราชสำนักรัชกาลที่ ๕

นอกจากนี้ยังมีผู้กล่าวอ้างว่าพระภิกษุในภาพคือพระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร) วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ซึ่งภาพดังกล่าวอาจจะไม่ได้ถ่ายที่ชัยนาทถ้าหากเป็นหลวงปู่ศุขจริงอาจจะถ่าย ณ ตำหนักเหลืองในวังพลเรือเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ก็เป็นไปได้ ทั้งนี้เพราะหลวงปู่ศุขจะมาพำนักที่ตำหนักเหลืองเป็นประจำทุกปีเพื่อมาร่วมงานในพิธีไหว้ครูประจำปีของพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ซึ่งทรงเป็นศิษย์หลวงปู่ศุข

อย่างไรก็ตามไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นภาพของหลวงปู่ศุขทั้งนี้ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิสกุล เมื่อครั้งทรงตอบคำถามของ อธึก สวัสดิมงคล ก็มิได้เอ่ยถึงว่าเป็นพระภิกษุรูปใด

เรื่องเล่าชาวสยาม

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

 

Leave a Reply