“เชือกปะกำช้าง” มีฤทธิ์ในตัวด้วยแรงครู ป้องกันอาถรรพ์

หากกล่าวถึง เครื่องราง หมายถึงของที่นับถือว่าป้องกันอันตราย เช่น ตระกรุด ผ้ายันต์ เหล็กไหล เครื่องรางถือเป็นวัตถุมงคลประเภทหนึ่ง ของขลัง คือของที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์มีพลังหรืออำนาจที่อาจบันดาลให้เป็นไป หรืออาจบันดาลสิ่งที่ต้องประสงค์สำเร็จได้ สองคำนี้มักนิยมใช้คู่กันเป็น เครื่องรางของขลัง วันนี้ได้นำเรื่องราวของ เครื่องรางของขลังที่มีชื่อ เชือกปะกำช้าง มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาได้รับความรู้มากยิ่งขึ้น

เชือกปะกำช้าง ถือเป็นทนสิทธิ์เครื่องรางชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ในตัวบวกกับการนำเข้าพิธีมงคลคล้องช้าง และพิธีของพราหมณ์ เพราะการคล้องช้างสมัยโบราณนั้นจะใช้หนังควายเป็นปะกำคล้องช้าง เพราะมีความเหนียว ความทน วัตถุประสงค์ ก็เพื่อนำช้างนั้นมาใช้ในการออกศึกหรือนำมาใช้ในราชพิธี และงานวัตถุประสงค์ที่จำเป็นตามคติความเชื่อ ช้างนั้นถือเป็นสัตว์มงคล มาตั้งแต่โบราณกาลจวบจนปัจจุบัน เพราะมีความเกี่ยวพันกับวิถีการเป็นอยู่ของมนุษย์

ปะกำช้าง

เพราะเหตุนี้ปะกำช้างจึงกลายมาเป็นเครื่องรางที่มีคุณวิเศษในตัว ทั้งทางด้านการข่มคุณไสย คุณผีคุณคน ป้องกันอาถรรพ์ เป็นเมตตามหานิยมต่อผู้ที่ได้ครอบครอง ”เชือกปะกำและพระเทวกรรม “ ในวัฒนธรรม และประเพณีการเลี้ยงช้างของชาวช้างเมืองสุรินทร์

คำว่า ปะกำ ชาวช้างจะให้ความสำคัญมาก เพราะว่า รวมถึงพิธีเซ่นสรวงเชือกปะกำ และเซ่นสรวงศาลผีปะกำ พิธีเซ่น เชือกปะกำ เป็นการอัญเชิญดวงวิญญาณ ผีบรรพบุรุษที่เคยเป็น ครูบา หมอช้าง ฯ ให้มาสิงสถิตอยู่ในเชือกปะกำเส้นนี้ เชือกปะกำจึงเป็นสิ่งสำคัญมากเป็นอุปกรณ์มงคลชั้นสูงที่ใช้ในการคล้องช้างป่า จึงมีการเก็บรักษาไว้อย่างดีที่ศาลปะกำ เชือกปะกำส่วนใหญ่ทำมาจากหนังควายสามเส้นมาพันเกลียวกัน คนที่จะทำเชือกปะกำได้ จะต้องเป็นครูบาหรือหมอช้างเท่านั้น เชือกปะกำมีความสำคัญมากถ้าเซ่นไหว้ไม่ดี ก็จะทำให้เกิดความอัปมงคล เหตุร้าย กับทั้งคนและช้างของตัวเอง

พิธีเซ่นศาลปะกำ ศาลปะกำจะมีลักษณะคล้ายๆบ้านหลังเล็กๆเป็นที่เก็บเชือกปะกำ ส่วนใหญ่จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก พิธีเซ่นศาลปะกำจะกระทำกันทุกปี หรือว่า มีเหตุต้องเคลื่อนย้ายเชือกปะกำ( เช่นการแสดง การคล้องช้างประจำปี ต้องใช้เชือกปะกำประกอบการคล้องช้างแสดง จึงต้องทำพิธีกรรมก่อนจะเรียกว่าสมัยใหม่ ว่า ศาลปะกำ สัญจร เช่นงานบวช งานแต่ง ฯ )ศาลปะกำเป็นที่เก็บรักษาเชือกปะกำ จึงเป็นจารีตประเพณีของช้างที่ต้องเคร่งครัดต่อศาล เชือกปะกำ เรียกว่า ศาลปะกำประจำตระกูล การเซ่นสรวงศาลปะกำ จะทำปีละครั้งเหมือนการทำบุญประจำปี

ศาลปะกำและหมอปะกำช้าง

แล้วคำว่า ปะกำ มากจากไหน ปะกำ ของชาวช้างมาจากคำว่า พระเทวกรรม เป็นความเชื่อของชาวเอเชีย มีบันทึก พระเทวกรรมที่เมืองกำแพงเพชรสมัยอยุธยา พระเทวกรรม ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับขาใหญ่ ในพิธีกรรมการคล้องช้างในสมัยโบราณ

ในเรื่องเล่าพระนารายณ์๑๐ปาง พระนารายณ์ลงมาจากสวรรค์เพื่อปราบช้างเอกทันต์โดยมีพระคเณศ ประทับอยู่ด้านขวาพระเทวกรรมประทับด้านซ้ายและได้ให้พระมเหศวรเป็นคนไล่ต้อนโขลงช้างของช้างเอกทันต์ พระนารายณ์ได้เอาตรีปักลงดินเกิดเป็นต้นมะตูม เอาเถาวัลย์ที่ต้นมะตูมเป็นเชือกสำหรับคล้องช้างส่วนพระมเหศวร เมือคล้องช้างเอกทันต์ได้นำไปผูกไว้ที่ใต้ต้นคูณ พระนารายณ์จึงให้ตำราพฤฒิบาศเพื่อไว้ทำพิธีปัดเสนียดจัญไรของช้าง ขณะนั้นพระนารายณ์ทรงประทับใต้ต้นยอ ตั้งแต่นั้นมาไม้มะตูม ไม้คูณ ไม้ยอ เป็นไม้มงคล เป็นไม้ต้องห้ามของชาวช้าง ต้องรักษาไว้เพื่อวิชาคชศาสตร์และวิชาคชกรรม

ชาวช้างเมืองสุรินทร์ไม่ว่า กูย เขมร ลาว ต่างเชื่อกันว่า เชือกปะกำมีผีปะกำคอยดูแลช่วยเหลือป้องคุ้มครองชาวช้าง การไม่ดูแลช้าง ทุบตีช้าง ดูถูกช้าง เชื่อกันว่า ชาวช้างคนนั้นจะถูกผีปะกำลงโทษหรือไม่ก็สมาชิกในครอบครัว รวมถึงช้างอาจจะคลุ้มคลั่งอาละวาดทำร้ายเจ้าของและคนรอบข้างได้เพราะชาวช้างผิดผีบรรพบุรุษช้างแห่งเชือกปะกำ

“และนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์ที่มีการเล่าสืบทอดกันมาทุกยุคทุกสมัยแม้ว่าจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อเหนือธรรมชาติก็ตามแต่ในทางวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้แน่ชัดจนถึงปัจจุบันและยังคงมีการศึกษาค้นคว้ากันต่อไป”

นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุุคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ใส่ความเห็น