ตำนาน”เซียนแป๊ะโค้ว”ละสังขารในท่านั่งสมาธิ สรีระไม่เน่าเปื่อย

หากพูดถึง “เซียนแป๊ะโค้ว” หรือ “เซียนเอี้ยะฮง”แห่งโรงเจหัวตะเข้ ตลาดลาดกระบัง ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงรัชกาลที่ ๔ – ๕ ท่านนี้บำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นพระโพธิสัตว์ วันนี้นำเรื่องเล่าของ “เซียนแป๊ะโค้ว” มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

บางครั้งคนเราจะเจอเรื่องผิดหวังอย่างรุนแรงหรือกิจการแล้วล้มละลาย แต่ถ้าเราไม่ยอมท้อต่อชีวิตไม่คิดสั้นหรือทำร้ายตัวเองอาจจะเจอสิ่งที่ดีกว่า ถือว่าประสบความสำเร็จมากกว่าที่เคยเป็นอีก ดังเรื่องเซียนแป๊ะโค้วผู้พ่ายรัก ท่านถูกโชคชะตาเล่นงานแบบสาหัสสากรรจ์ ถ้าท่านไม่เข้มแข็งไม่คิดสั้นชีวิตก็คงอับปางไม่เหลือชิ้นดี เซียนแป๊ะโค้วเดิมท่านชื่อ เอียะฮง แซ่เล้า เป็นหนุ่มซินตึ๊งมาจากเมืองจีน หวังมาหาความเจริญที่เมืองไทย เมื่อแรกมาอยู่เมืองไทยได้มาทำงานเป็นเด็กฝึกงานที่ร้านแถวเยาวราช เนื่องด้วยท่านเป็นคนฉลาดขยันขันแข็งได้ไต่เต้าจนได้เป็นหลงจู๊(ผู้จัดการ)ของร้าน

ตอนหลังท่านพิจารณาว่า การกินเงินเดือนเป็นมนุษย์เงินเดือนมั่นคงดีแต่รวยช้า ท่านจึงคิดไปทำสวนผลไม้ เพราะสมัยนั้นคนทำสวนยังมีน้อย จึงขอลาออกจากเถ้าแก่ตอนแรกเถ้าแก่ก็ไม่ยอม แต่พอเห็นว่าทัดทานยังไงก็ไม่ได้ จึงได้มอบเงินให้ก้อนหนึ่งไปลงทุน ท่านได้เช่าอยู่ที่ปัจจุบันเรียกว่า หัวตะเข้ ด้วยความขยันขันแข็งและความรู้ทางด้านเกษตร ทำให้กิจการของท่านเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ไปสะดุดใจเจ้าของที่ดินที่ท่านเช่า เจ้าของที่ดินมีลูกสาวอยู่หนึ่งชื่อ มาลัย

เจ้าของที่ดินจึงลองมาทาบทามดูว่ามีครอบครัวที่เมืองจีนหรือเปล่า ท่านก็ตอบว่ายังไม่มี เขาเลยถามอีกว่า คิดมีครอบครัวบ้างหรือเปล่า ท่านก็ตอบว่า คิดอยู่จะได้ช่วยกันทำมาหากิน เจ้าของที่ดินจึงบอกว่า จะยกลูกสาวให้ สมัยโน้นการแต่งงานส่วนมากเกิดจากผู้ใหญ่ชักพา แต่แล้วขณะชีวิตกำลังไปได้ดี แม่ของท่านได้ส่งจดหมายมาบอก ว่าได้ทาบทามผู้หญิงให้แล้วให้รีบกลับมาแต่งงาน ทำให้ท่านรู้สึกแย่มากเพราะกับสาวมาลัยได้ปูพื้นความรักขึ้นมาแล้ว แต่ด้วยความกตัญญูคนจีนสมัยก่อนจะมีความกตัญญูต่อพ่อแม่มาก สิ่งใดที่พ่อแม่ต้องการก็จะไม่ขัดใจท่าน

อาจจะเป็นเพราะความกตัญญูทำให้คนจีนสมัยก่อนจึงร่ำรวย ทำกิจการใดก็ประสบความสำเร็จ ด้วยความกตัญญูต่อแม่นี้ท่านจึงยอมตัดใจจากคนรักเดินทางกลับประเทศจีน สมัยโน้นสมัยรัชกาลที่ ๕ การเดินทางด้วยเรือสำเภาใช้เวลายาวนานมาก กว่าจะถึงเมืองจีนใช้เวลาหลายเดือน เมื่อไปถึงปรากฏว่า สาวที่แม่เลือกให้ได้แต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว ท่านจึงอยู่ปฏิบัติแม่เพราะจากมาหลายปี อีกสองเดือนจึงเดินทางกลับไทย

แต่เมื่อมาถึงทางนี้ท่านก็ต้องหัวใจสลาย สาวมาลัยได้แต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว ขณะที่ท่านเดินใจลอยสะเปะสะปะผ่านศาลเจ้า ก็มีเสียงลึกลับว่า ท่านเซียนแป๊ะโค้วโพธิสัตว์เชิญมาพำนักที่นี่ หลังจากนั้นท่านจึงอยู่ปฏิบัติธรรมที่ศาลเจ้าแห่งนั้น คนพอเรื่องเดือดร้อนมาขอให้ท่านช่วย ท่านก็สงเคราะห์ช่วยเหลือไป จนคนร่ำลือความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน เรียกท่านว่า เซียนบ้าง

ท่านมีอภินิหารมาก คนเฒ่าคนแก่เล่ากันว่าถ้าใครโดนผีสิงเซียนท่านจะนำธงขีดเป็นวงในอากาศ ปรากฏว่าร่างที่โดนผีสิงจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่สามารถออกจากวงล้อมนี้ได้ ท่านจะพูดคุยสั่งสอนแล้วจัดทำบุญอุทิศให้วิญญาณไปเกิด คนโดนผีเข้าจะหายแบบน่าอัศจรรย์ จนมีครั้งหนึ่งที่ทำให้ท่านเป็นตำนานเล่าขานจนถึงทุกวันนี้ มีเด็กถูกจระเข้คาบดำน้ำไป มีคนมาตามท่านให้ไปช่วย ท่านไปยืนบริกรรมอยู่ริมฝั่ง สักพักเดียวจระเข้ก็คาบเด็กขึ้นมาหา ท่านจึงเอาเท้าเหยียบที่หัวจระเข้จระเข้ก็คายเด็กออกมา ปรากฏว่าเด็กยังไม่ตาย จึงเป็นตำนานเรียกแถวนั้นว่า หัวตะเข้

เมื่อท่านสิ้นอายุ ท่านดับขันธ์ด้วยท่านั่งสมาธิร่างกายท่านไม่เน่าเปื่อย ทางศาลเจ้าจึงนำมาให้คนได้กราบไหว้ มีอยู่วันหนึ่งน้าผู้ชายเดินทางมาจากเมืองจีน เนื่องจากท่านเงียบหายไปเลย แม่ของท่านจึงให้น้องชายมาดู เมื่อมาถึงเมืองไทยก็ทราบข่าวว่าท่านสำเร็จแล้ว น้าท่านจึงเดินทางมาที่ศาลเจ้า ได้ไปต่อว่ากับร่างท่านว่า ท่านนี่เห็นแก่ตัว สำเร็จเอาตัวรอดคนเดียวไม่ได้ห่วงแม่ที่เมืองจีนเลย เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น ร่างที่นั่งตัวตรงได้ค้อมลงมาเหมือนยอมรับความผิด น้าท่านเห็นอย่างนั้นตกใจ รีบๆเดินออกจากศาลเจ้าอย่างรวดเร็ว

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องเล่าตำนานของ “เซียนแป๊ะโค้ว”ที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน

ใส่ความเห็น