เมื่อฆราวาสไม่ทราบได้ “จึงใช้หลวงพ่อจงเฝ้าเรือ”

หากจะพูดถึงเรื่อง พระเกจิของไทยก็จะมีอยู่มากมายตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน เรื่องความเชื่อของบุคคลที่เลื่อมใส ศรัทธา ของพระเกจิของไทยและมีเพียงพระเกจิไม่กี่องค์เท่านั้นที่หลายคนต่างพากันนับถือ วันนี้ #พรานหญิง ได้นำเรื่องเล่าของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้เล่าเกี่ยวกับเรื่องราวของหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก มาให้ทุกท่านได้ศึกษาและได้ความรู้มากยิ่งขึ้น ไปชมกันเลย

วันหนึ่งหลวงพ่อจงท่านเดินอยู่บริเวณท่าน้ำหน้าวัด แล้วก็มีกระทาชายนายหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครเอาเรือไปจอด แกไปด้วยกัน ๒ คนแกไปธุระหาเพื่อนใกล้ ๆ วัด พอแกไปถึงแกก็ยกมือไหว้ บอกว่า “หลวงพ่อขอรับ นี่ผมจะไปธุระบ้านโน้นสักครู่หนึ่ง เรือจะต้องจอดที่นี่เพราะบ้านนั้นเขาอยู่หลังวัดออกไปอยู่กลางทุ่ง กระผมขอฝากเรือหลวงพ่อด้วยนะ ขอรับ

ท่านก็รับคำรับเฝ้าเรือให้เขา แต่ว่าพ่อกระทาชาย ๒ นายนั้นแกไปเวลาเท่าไรก็ไม่ทราบ แกจะคิดหรือเปล่าก็ไม่ทราบว่าเวลานี้แกใช้พระอริยเจ้าเฝ้าเรือ ก็ดีเหมือนกันที่พูดอย่างนี้นะ อาตมาแปลกใจหลวงพ่อจงมานานว่าเป็นพระประเภทไม่ค่อยจะเหมือนพระอื่นเขา เรื่องลาภสักการะอะไรต่ออะไรท่านไม่ค่อยสนใจ ได้มาเท่าไรก็ส่งให้น้องชายสร้างวัดใช้บ้างกินบ้างเป็นของธรรมดา ที่เหลือก็สร้างวัดสร้างวาทำเป็นสาธารณประโยชน์หมด

ขณะที่เฝ้าเรืออยู่นั้นปรากฏว่าฝนตกพรำ ๆ หลวงพ่อจงก็เลยนั่งตากฝนอยู่ที่ม้า ไอ้ม้าไม้กระดานเขาต่อไว้ นั่งตากฝนอยู่อย่างนั้น ก็พอดีชาวบ้านเขาไปพบเข้า เขาถามว่า “หลวงพ่อขอรับ ทำไมไม่เข้าไปในร่มในกุฏิ ฝนมันตก” ท่านก็บอกว่า ” ไปไม่ได้หรอก ใครก็ไม่รู้ ๒ คน เขาวานเฝ้าเรือไว้ ถ้าหากว่าฉันขึ้นไปเรือเขาหายจะต้องใช้หนี้เขา ไม่ได้หรอกต้องเฝ้าอยู่แบบนี้”

คนที่มาพบท่านเข้าจะไปธุระก็เลยไปไม่ได้ เลยรับอาสาว่า “เอายังงี้ก็แล้วกันขอรับ นิมนต์หลวงพ่อขึ้นไปบนกุฏิ กระผมขออาสาเฝ้าแทน ถ้าเรือนี้เขาหายไปกระผมขอรับใช้ขอรับ ผมรับภาระเอง” เมื่อเป็นอย่างนั้นท่านจึงได้ขึ้นไปบนกุฏิ อีตาคนที่เฝ้าเรือบอกว่า นั่งเฝ้าอีกพักใหญ่เจ้าสองคนถึงได้มา จึงได้ถามว่า “นี่ทำไมถึงได้ใช้หลวงพ่อเฝ้าเรือ ฮึ นี่หลวงพ่อนั่งเฝ้าเรืออยู่ฝนตกก็ไมกล้าขึ้นไปเพราะกลัวเรือของแกหาย” ตาสองคนบอกไม่รู้จักว่าเป็นหลวงพ่อ นึกว่าเป็นพระหลวงตา

คนนั้นก็บอกว่า “พระหลวงตากับหลวงพ่อก็มีลักษณะเหมือนกันแหละแก่เหมือนกัน ทีหน้าทีหลังละอย่าทำอย่างนี้นะ จะไปธุระปะปังที่ไหนก็เอาเรือไปฝากชาวบ้านชาวช่องเขาไว้ซิ นี่มาใช้พระเฝ้าเรือแบบนี้มันไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอย่างหลวงพ่อนี่เป็นพระไม่มีอะไรแล้วนา” “แกใช้พระที่ไม่มีอะไร หมายความว่ายังไง”

คนที่พูดก็บอกว่า เห็นหลวงพ่อปานวัดบางนมโคท่านพูดนะ ฉันไม่ได้รู้เองหรอก หลวงพ่อปานวัดบางนมโคท่านบอกว่าหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกน่ะเป็นพระทองคำแล้ว ก็เป็นพระประเภทที่เข้าไปแตะต้องไม่ได้ กิเลสหายาก หลวงพ่อปานท่านว่ายังงั้น

ตาคนนั้นตกใจ ต้องขึ้นไปขมาโทษหลวงพ่อจง พอเวลาขึ้นไปขมาหลวงพ่อจงท่านว่ายังไง ท่านว่า “เอ๊ะ ก็ไม่มีโทษอะไรนี่ แกวานฉันเฝ้าเรือมันจะมีโทษอะไร” เขาก็บอกว่า “การวานพระเฝ้าเรือเป็นโทษขอรับ เพราะว่าพระเป็นสรณะ เป็นที่เคารพ” ท่านก็เลยถามว่า ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วใช้ฉันเฝ้าเรือทำไมล่ะ ถ้ารู้แล้วก็ไม่น่าใช้” เขาบอกว่า เขาเผลอไป ท่านบอกว่า “ไม่เป็นไรหรอก ถ้าแกเผลอได้ ไอ้โทษมันก็เผลอได้เหมือนกัน ก็เป็นอโหสิกรรมกันไปก็แล้วกัน ไม่มีโทษนะเลิกกัน”

เรื่องราวของหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก เป็นเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาสมัยรุ่นปู่ย่าตายายมาจนถึงปัจจุบัน หลวงพ่อจงท่านก็เป็นหนึ่งพระเกจิชื่อดังที่คนนับถือและศรัทธามากมาย ได้นำมาเผยแผ่บารมีของหลวงพ่อท่านเพื่อเป็นธรรมทานสำหรับทุกท่าน เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ใส่ความเห็น