เสด็จเตี่ยขอเรียนวิชากับ “หลวงพ่อกลั่น”

เมื่อเรือพระประเทียบลอยลำอยู่ใกล้ศาลาท่าน้ำวัดพระญาติ กรมหลวงชุมพรฯ ได้ทอดพระเนตรเห็นพระภิกษุรูปหนึ่งกำลังสรงน้ำอยู่หน้าวัด เมื่อขึ้นมายืนบนไม้กระดานมีปลาปักเป้าติดอยู่ที่หน้าแข้งของท่านหลายตัว ท่านก็ก้มตัวลงปลดปลาปักเป้าออกจากหน้าแข้ง โยนกลับลงน้ำปากก็บ่นรำคาญ

ปลาปักเป้ามีฟันที่แหลมคมเมื่อกัดลงบริเวณใดเนื้อบริเวณนั้นก็อาจจะหลุดติดมาด้วย เป็นที่หวาดกลัวของคนที่ลงเล่นน้ำ แต่หลวงปู่กลั่นท่านคงกระพัน ฟันอันแหลมคมของปลาปักเป้าจึงทำอะไรท่านไม่ได้ กรมหลวงชุมพรฯ เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวโดยตลอด คิดอยู่ในใจว่า การเสด็จมาวัดครั้งนี้ไม่ผิดหวังแน่ จึงเสด็จขึ้นจากเรือไปกราบนมัสการหลวงปู่กลั่นที่กุฏิและขอเรียนวิชา การพบกันในครั้งนั้นหลวงพ่อกลั่นได้แนะนำให้กรมหลวงชุมพรฯ หาโอกาสไปกราบหลวงปู่ศุขที่วัดมะขามเฒ่า เมืองชัยนาท อีกด้วย

หลวงพ่อกลั่น ได้ฉายาว่า ธมฺมโชติ ซึ่งหมายความว่า เป็นผู้สร้างในทางธรรมหรือเจริญรุ่งเรืองในธรรม พระคณาจารย์ดังผู้ทรงคุณในอดีต มีลูกศิษย์ลูกหามากตลอดจนบุคคลทั่วไปให้ความเคารพศรัทธา ความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ พระเวทย์พุทธาคมขลังได้รับการกล่าวขานเป็นตำนานมาถึงปัจจุบัน แม้ท่านจะมรณภาพไปนานแล้วก็ตาม เห็นได้จากวัตถุมงคลต่างๆที่ท่านได้ปลุกเสกไว้ ล้วนเป็นที่แสวงหามีราคาแพง เฉพาะอย่างยิ่งเหรียญรุ่นแรก ปี ๒๔๖๙ จัดเป็นเหรียญหลักยอดนิยมของวงการนานมาแล้ว

ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๐ ตรงกับปีมะแม ณ ตำบลอรัญญิก อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน เป็นบุตรของ นายอินและนางชั้น เป็นบุตรคนโตในจำนวนทั้งหมด ๓ คน ในวัยเด็กชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก ทำให้ท่านเป็นคนที่บุคลิกเข้มแข็งเด็ดเดียว

ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๑๗ อายุ ๒๗ ปี ได้บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดประดู่ทรงธรรม มีพระญาณไตรโลก(สะอาด) เจ้าคณะใหญ่อยุธยาเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูกุศลธรรมธาดาวัดขุนญวนและพระอธิการชื่นวัดพระญาติ เป็นพระกรรมวาจาจารย์และพระอนุสาวนาจารย์ตามลำดับ พำนักจำพรรษาที่วัดประดู่ทรงธรรม ศึกษาพระธรรมวินัยและเล่าเรียนสรรพวิทยาการหลายแขนง

วัดประดู่ทรงธรรมเป็นวัดเก่าแก่มีมาแต่โบราณและครั้งอดีตเป็นสำนักตักศิลาสำคัญแห่งหนึ่ง ต่อมายังเป็นวัดที่เก็บรวบรวมตำรับตำรา สรรพวิทยาการต่างๆเอาไว้มากมาย เห็นได้จากประวัติพระคณาจารย์ดังในพื้นที่ภาคกลางล้วนมีประวัติกล่าวอ้างถึง ได้ศึกษาวิชาจากตำราของวัดประดู่ทรงธรรมที่ตกทอดมา

กล่าวได้ว่าวัดแห่งนี้เป็นตักศิลาแห่งวิชาการแขนงต่างๆอย่างแท้จริง ท่านได้ศึกษาจากตำรับตำราต่างๆเหล่านั้น ทั้งได้รับคำแนะนำสั่งสอนเพิ่มเติมจากครูบาอาจารย์ จนเชี่ยวชาญในสรรพศาสตร์ สามารถดูแลรักษาตนได้ เริ่มออกธุดงค์ปฏิบัติธรรมไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการฝึกจิตเจริญภาวนา ป่าเขาลำเนาไพรในยุคนั้นเต็มไปด้วยภยันตรายต่างๆนานา ทั้งโรคร้าย สัตว์ร้าย ผู้รอดปลอดภัยกลับมาถือว่าไม่ธรรมดา

คราหนึ่งหลังจากท่านกลับจากธุดงค์ ผ่านมาถึงบริเวณวัดพระญาติเป็นเวลาพลบค่ำ พิจารณาเห็นว่าเป็นสถานที่สงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมจึงได้ปักกลด รุ่งเช้าศรัทธาชาวบ้านมาทำบุญตักบาตร เห็นท่านเป็นผู้มีวัตรปฏิบัติงดงาม เกิดความเลื่อมใสศรัทธา พร้อมใจกันอาราธนานิมนต์ให้ท่านพำนักจำพรรษายังพระอารามแห่งนี้ เรื่อยมากระทั่งมรณภาพ

หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ท่านเป็นพระสงฆ์ผู้ครองตนด้วยความสมถะ ชอบสันโดด มีเมตตาต่อเหล่าสรรพสัตว์ และญาติโยมพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า จึงเป็นที่เคารพศรัทธาของสาธุชนทั่วไป ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ รวมสิริอายุ ๘๗ ปี ๖๐ พรรษา

เรื่องเล่าขานตำนานความเชื่อความศรัทธาการเล่าเรียนวิชาไสยศาสตร์กับพระเกจิย์ยังมีอีกมากมาย

 

ใส่ความเห็น